เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

4 วิธีคุมตัวเองไม่ให้ความเครียดพุ่งปรี๊ด

4  วิธีคุมตัวเองไม่ให้ความเครียดพุ่งปรี๊ด

        ต้องยอมรับว่า ความเครียดเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องเผชิญอยู่ทุกวัน    ถ้าเรามีความเครียดในระดับที่เหมาะสม จะส่งผลดีในการช่วยให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้น ช่วยให้มุ่งมั่นทำงานได้สำเร็จ   ถ้ามีความเครียดที่น้อยเกินไปจะทำให้เฉื่อย ขาดแรงจูงใจ    และถ้ามีความเครียดในระดับที่มากเกินไป และเกิดขึ้นต่อเนื่องสะสม  จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากมาย

 คุณมีความเครียดสูงเกินไปหรือเปล่า

        หากคุณมีอาการหัวใจเต้นแรง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือปวดท้องเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ บางทีคุณอาจเข้าข่ายอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกวิธี จะส่งผลกระทบต่อจิตใจ กลายเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ ทำให้คุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล รวมทั้งหน้าที่การงานแย่ลง เมก้า วีแคร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  มีเคล็ดลับ 4 ประการ ที่ช่วยคุมความเครียดไม่ให้พุ่งปรี๊ดจนเสียสุขภาพมาฝากกัน

         1. รู้จักการแบ่งงาน

        การแบ่งงานเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการจัดการ การแบ่งงานอย่างเหมาะสมจะช่วยประหยัดเวลา พัฒนาศักยภาพตนเองและเพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน และนำไปสู่ความสำเร็จ หากคุณอยู่ในระดับหัวหน้า การแบ่งงานต้องเริ่มจากการหาคนรับผิดชอบงานตามความเหมาะสมก่อน จากนั้นคือการอธิบายว่าเหตุใดจึงต้องแบ่งงานให้ทำ ที่สำคัญ ต้องกำหนดวันส่งงาน และช่วยซัพพอร์ต หากเกิดปัญหาขึ้น

        ท่องไว้ว่า:   การแบ่งงานจะนำไปสู่การเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ

         2. หัดบริหารเวลาให้เป็น

        สำหรับผู้ที่บริหารเวลาเป็น จะจัดการร่างแผนว่าสิ่งที่ต้องทำมีอะไรบ้าง โดยโฟกัสกับงานที่สำคัญหรือด่วนที่สุดก่อน และจัดตารางเวลา โดยจดลิสต์สิ่งที่ต้องทำออกมาตามเวลาที่กำหนด มีความมานะพยายามในสิ่งที่ทำ และหลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่ง อย่าคิดทุกอย่างในหัว  เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของอาการจับจด สิ่งที่ควรทำคือ จดสิ่งที่ต้องทำ รวมทั้งการนัดหมาย และเดดไลน์ลงไปสมุด และเรียงลำดับสิ่งที่ต้องทำก่อน-หลัง 

        ท่องไว้ว่า:  ลงมือทำสำคัญกว่าการพูด

         3. เรียงลำดับความสำคัญ ก่อน – หลัง

        ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการใช้ชีวิตส่วนตัว ต้องตัดสินใจว่าอะไรสำคัญ และอะไรคือสิ่งที่ยังไม่จำเป็น ในแง่ของการทำงาน ต้องตัดสินใจว่าอะไรสำคัญที่สุดต้องทำให้เสร็จก่อน และอะไรคือสิ่งสำคัญอย่างถัดๆ ไป 

        ท่องไว้ว่า: ต้องมีวินัยกับตัวเอง

         4. หาเวลาพักผ่อน รีแล็กซ์

        การหาเวลารีแล็กซ์ในแต่ละวันบ้าง  ถึงแม้ว่าจะมีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็ตาม ควรสร้างช่วงเวลาส่วนตัวของคุณที่ไม่ให้อะไรหรือใครเข้ามารบกวน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณเองควรแบ่งเวลาไว้สำหรับทำในสิ่งที่ชอบ และไม่ควรให้กิจกรรมที่อยากทำไปขึ้นอยู่กับความต้องการของคนอื่น จนขาดความสุขในช่วงเวลาพักผ่อนส่วนตัว

        ท่องไว้ว่า:ไม่ว่ากดดันจากการทำงานมากแค่ไหน หากพักผ่อนเพียงพอ จะพบว่างานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

         5. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ    

        รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้น ผักผลไม้ และอาหารที่ให้วิตามินบี ปริมาณสูง ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ธัญพืช นม ไข่แดง ผักสีเขียว และถั่วชนิดต่างๆ จากการศึกษา พบว่า วิตามินบีปริมาณสูงช่วยให้สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดีขึ้น รู้สึกประปรี้กระเปร่าขึ้น และมีปฏิกิริยาการตอบสนองที่เร็วขึ้นอีกด้วย (1)วิตามินบี ปริมาณสูง ช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้สมองปลอดโปร่ง

        วิตามินบีที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังงานจากสารอาหารให้กับสมองและระบบประสาท ในขณะเครียด สมองต้องใช้พลังงานมากขึ้น วิตามินบี จึงถูกใช้หมดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมองขาดพลังงานในการทำงาน ก่อให้เกิดความเครียดทวีมากยิ่งขึ้น ในผู้ที่ขาดวิตามินบี ถึงแม้จะได้รับสารอาหารมากมายเท่าไรก็ตาม สารอาหารเหล่านั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานให้สมองได้ ดังนั้นผู้อยู่ในภาวะเครียดจึงควรได้รับวิตามิน บี ปริมาณสูงเพียงพอเพื่อให้เปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงานแก่สมองได้ทันที 

 การเลือกรับประทานสูตรวิตามินบี

        การที่ร่างกายได้รับวิตามินบีในปริมาณสูงหลายชนิดร่วมกัน เป็นผลดีต่อขบวนการเผาผลาญอาหาร และปฏิกิริยาต่างๆ ของร่างกายให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องสมบูรณ์ โดยการเลือกรับประทานวิตามินบี ควรพิจารณาจาก

  1. วิตามินบี ปริมาณสูงเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยขนาดแนะนำของวิตามินบีแต่ละชนิด คือ 25-300 มิลลิกรัม/วัน(2)
  2. ควรเลือกสูตรสมดุล 1:1  คือ วิตามินบีแต่ละชนิดมีปริมาณเท่ากัน เพื่อป้องกันไม่ให้แย่งการดูดซึมซึ่งกันและกัน (2)

         ความเครียดเป็นสิ่งที่หลีกไม่พ้น ดังนั้นต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุข เมื่อความเครียดเกิดขึ้น ลองพยายามนึกทบทวนดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และเลือกใช้วิธีลดความเครียดที่เหมาะสม  นอกจากนั้นควรเสริมด้วยวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการปรับสภาพความเครียดของร่างกาย เช่น วิตามินบีปริมาณสูง เป็นต้น เพียงเท่านี้คุณก็จะรับมือกับความเครียดได้อยู่หมัด

แชร์เลย!

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง


ความเครียด นอนไม่หลับและโรคซึมเศร้า

การใช้ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบและแข่งขันสูงในโลกยุคปัจจุบัน ทำให้เกิดความกดดันจากสถานการณ์รอบตัว ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง การทำงาน การศึกษาเล่าเรียน รวมถึงมลภาวะต่างๆ ส่งผลให้คนเราต้องตกอยู่ในภาวะความเครียดอย่างหนีไม่พ้น และนับเป็นภัยเงียบที่


อย่าปล่อยให้ความเครียดทำร้ายสุขภาพของเรา

ความเครียด ใครบ้างไม่รู้จัก ? เพราะ ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติจนบางคนแทบไม่รู้ว่าตัวเองเครียดก็มี เรียกได้ว่าอยู่กับความเครียดกันจนชินชาแล้ว การจะจัดการกับความเครียดได้ทันท่วงทีนั้น คือต้องตามให้ทันว่าเริ่มเครียดตอนไหน และเครียดจากเรื่องอะไร


ผ่อนคลายความเครียด ด้วยวิตามินบี ปริมาณสูง

ในชีวิตประจำวัน เราต้องเผชิญกับความเครียดอย่างหลีกไม่พ้น โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์สามารถทนต่อความเครียดได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าความเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และปล่อยให้สะสมมากเกินความสามารถที่จะปรับตัวได้ จะเป็นภัยเงียบที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกาย