'แน่นท้อง' อาการอึดอัดที่แก้ได้ด้วย 3 สมุนไพรจากธรรมชาติ

'แน่นท้อง' อาการอึดอัดที่แก้ได้ด้วย 3 สมุนไพรจากธรรมชาติ

     คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของอาหารการกิน และมีคนจำนวนไม่น้อยที่เพลิดเพลินไปกับการทานอาหารมากเกินพอดี จึงเกิดความผิดปกติของระบบย่อยอาหารที่เรียกว่าอาการ ‘ท้องอืด ท้องเฟ้อ’ โดยอาการดังกล่าวจะทำรู้สึกไม่สบายตัว อึดอัด พุงป่อง คล้ายมีลมในกระเพาะอาหาร และบางคนอาจมีอาการจุกเสียดแน่นท้อง และปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งหากเป็นบ่อยๆ ก็อาจนำไปสู่อาการท้องอืดเรื้อรัง

   สนใจหัวข้อไหน... คลิกเลย

  สาเหตุของอาการแน่นท้อง

  ดูแลตัวอย่างไรเมื่อมีอาการแน่นท้อง

  'แน่นท้อง' อาการที่มาพร้อมกับลมหายใจมีกลิ่น และเรอเปรี้ยว

สาเหตุของอาการแน่นท้อง

      สำหรับสาเหตุส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อยของอาการท้องอืดคือ การมีแก๊สหรืออากาศในระบบทางเดินอาหารมากเกินไปส่งผลให้อาการผิดปกติทางร่างกาย นอกจากนี้อาการท้องอืดยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีก ได้แก่ โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และการทานยาบางชนิดที่ทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบและลำไส้บีบตัวน้อยลง เช่น ยาแก้ปวดข้อบางชนิด ยานอนหลับ ยาปฏิชีวนะบางอย่าง ยากล่อมประสาท รวมทั้งโรคทางร่างกายอื่น ๆ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี เบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในการทานอาหาร เช่น การทานอาหารเร็วเกินไป ทานอาหารรสจัด เป็นต้น


ดูแลตัวอย่างไรเมื่อมีอาการแน่นท้อง

     เมื่อมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำปรับพฤติกรรมเพื่อลดอาการดังกล่าว ด้วยวิธีต่อไปนี้

·  กินอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ และควรกินอาหารมื้อเย็นก่อนเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
·  ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด อย่ารีบเร่ง อย่ากินจนอิ่มมากเกินไป
·  งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม ของมัน ของหวาน รสจัด
·  หลังกินอาหารอิ่ม อย่าล้มตัวลงนอน หรืออยู่ในท่าก้มงอตัว และอย่ารัดเข็มขัดแน่นจนเกินไป
·  ถ้าเครียด ควรออกกำลังกายเป็นประจำ และหาวิธีผ่อนคลายความเครียด

'แน่นท้อง' อาการความอึดอัดที่มาพร้อมกับลมหายใจมีกลิ่นเหม็น และเรอเปรี้ยว

     นอกจากปัญหาแน่นท้องแล้ว ปัญหาเรื่องกลิ่นลมหายใจก็เป็นสิ่งหลายคนกังวล เคยไหม... ลมหายใจมีกลิ่นหลังมื้ออาหาร จนทำให้คุณรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าพูดคุย หรือแม้แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ใคร เพราะกลัวว่าจะถูกคนอื่นเบือนหน้าหนี ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือทำให้เสียบุคลิกภาพ และอาจส่งผลกระทบต่องานที่ทำได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องพูดเพื่อติดต่อสื่อสาร

     เคล็ดลับง่ายๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเพื่อแก้ปัญหานี้ทำได้ง่ายๆ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า "4 ป. แก้ปัญหาลมหายใจ มีกลิ่น"

1.  ปรับพฤติกรรม
     รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมหลายอย่างที่คุณมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา อาจเป็นต้นตอของปัญหาลมหายใจมีกลิ่น เช่น การทานอาหารที่มีกลิ่นแรง อย่างกระเทียม ต้นหอม ของหมักดอง การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
     ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมของคุณ ต้องช่างเลือกกับเรื่องอาหารที่ทานมากขึ้น หากทำได้ควรเลี่ยงการสูบบุหรี่ และควรลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงด้วย และอาจใช้หมากฝรั่งเพื่อดับกลิ่น
2.  เปลี่ยนแปรงสีฟัน
     อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี และยับยั้งแบคทีเรียในช่องปาก เราควรแปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือเลือกเสริมความมั่นใจมากขึ้นด้วยการแปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร และไม่ควรลืมที่จะเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 2 เดือน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดที่ดีที่สุด และยังช่วยป้องกันการสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่สะสมอยู่ที่แปรงสีฟันได้อีกด้วย
3.  ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
     เนื่องจากปัญหาลมหายใจมีกลิ่น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หากลองทำตามวิธีที่แนะนำข้างต้นแล้วยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ กลิ่นดังกล่าวอาจเป็นการบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น มีฟันผุ มีหินปูน มีแผลในช่องปาก หรืออาจมีปัญหาสุขภาพร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ โรคทอนซิลอักเสบ กรดไหลย้อน เป็นต้น จึงแนะนำให้ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีแก้ไขได้อย่างตรงจุด
4.  เปิดใจให้กับตัวช่วยใหม่
     เนื่องจากอาหารที่รสชาติถูกปาก อร่อยถูกใจมักจะมีกลิ่นแรง การพกแปรงสีฟันไปแปรงทุกครั้งหลังมื้ออาหารก็ดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากเกินไปสำหรับหลายๆคน จะดีกว่าไหมหากมีตัวช่วยที่ให้คุณมีลมหายใจหอมสดชื่นมากกว่าที่เคย โดยไม่ต้องปรับหรือเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชินให้เหนื่อย
     แก้ปัญหาลมหายใจมีกลิ่น ด้วยการทานสมุนไพรจากธรรมชาติ 3 ชนิด ได้แก่ เมล็ดยี่หร่าหวาน (Fennel Oil), ใบเปเปอร์มิ้นต์ (Peppermint Oil), ใบสเปียร์มิ้นต์ (Spearmint Oil) ที่นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ในรูปแบบเม็ดทานง่าย พกพาได้สะดวก การทานสมุนไพรทั้ง 3 ชนิด เป็นการดับกลิ่นอาหารจากภายในร่างกาย ทำให้เย็นสบายท้อง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นมากขึ้นแล้ว ยังมีสรรพคุณที่โดดเด่น คือ ช่วยขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ กระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้นด้วย
       เปเปอร์มิ้นต์ (Peppermint Oil)
           มีฤทธิ์ช่วยในการขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดอาการปวดเกร็งท้อง กระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการลำไส้แปรนปรวน (IBS) ช่วยให้เย็นสบายท้อง
        สเปียร์มิ้นต์ (Spearmint Oil)
            ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เย็นสบายท้อง ช่วยขับลม ลดอาการปวดเกร็งท้อง กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารและการหลั่งน้ำดี ลดอาการลำไส้แปรปรวน (IBS)
        เมล็ดยี่หร่าหวาน (Fennel Oil)
            เป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นเรื่องกลิ่นหอม ช่วยดับกลิ่น ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้การเคลื่อนตัวของทางเดินอาหารดีขึ้น ลดการปวดเกร็งท้อง และเป็นสมุนไพรที่ได้รับการรับรองจากสถาบันประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสมุนไพรที่ได้รับใบอนุญาติจากประเทศเยอรมนี (อ่านเพิ่มเติมเรื่องสมุนไพรลดกลิ่นปากหลังมื้ออาหารได้ที่นี่) 



     แม้ว่า ‘อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ’ จะเป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะอาจจะสัญญาณหรือเป็นผลมาจากโรคที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร  โรคเกี่ยวกับทางเดินน้ำดี หรือโรคมะเร็งในช่องท้อง ควรเร่งการปรับพฤติกรรมและถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการดังกล่าว ด้วยความปรารถนาดีจาก MEGA We care

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้