อย่าปล่อยให้ตาพร่ามัว

460 จำนวนผู้เข้าชม  |  โรคต้อต่างๆ

อย่าปล่อยให้ตาพร่ามัว

     ปัจจุบันเป็นยุคที่คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องด้วยโรคต่าง ๆ ที่นับวันจะรุนแรงและยากแก่การรักษา หลายคนจึงหันมาออกกำลังกายและพิถีพิถันในการเลือกทานอาหาร แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีอีกหนึ่งส่วนสำคัญของร่างกายที่ต้องใช้งานหนักอยู่เป็นประจำทุกวัน แต่มักถูกมองข้ามไป นั่นคือ ‘ดวงตา’
     ‘ดวงตา’ เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยในการมองเห็น ซึ่งแน่นอนว่าตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนเข้านอน
การมองเห็นจะช่วยให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก แต่การใช้สายตาอย่างหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องทำงานอยู่หน้าจอ ใช้สายตาจ้องจออยู่ติดต่อกันนานหลายชั่วโมงอย่างพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แม่ค้าออนไลน์ที่ต้องสื่อสารกับลูกค้าผ่านสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่แม่บ้านที่อาจจะใช้เวลาอยู่หน้าจอทีวีบ่อย ๆ กิจวัตรเหล่านี้ ล้วนแต่ทำให้ดวงตาของคุณเสื่อมลงอย่างรวดเร็วโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว

     เราจะรู้ได้อย่างไรว่า คุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตาหรือไม่…

     ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตา อาจมากหรือน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคตาได้ นั่นคืออาการ ‘ตาพร่ามัว’

     อาการตาพร่ามัว อาจมีสาเหตุมาจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอที่ก่อให้เกิดอาการตาแห้ง คันตา แสบตา น้ำตาไหล และตาพร่ามัวจนมองเห็นได้ไม่ชัดเจน ซึ่งหากเกิดอาการเช่นนี้ควรรีบพักสายตา ยิ่งหากคุณเป็นคนที่ต้องนักทำงานอยู่หน้าจอตลอดวันด้วยแล้ว ก็ควรพักสายตาอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ 20 นาที ด้วยการมองไปไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อให้อาการเหล่านี้ดีขึ้น

     แต่อาการตาพร่ามัวไม่ได้เป็นแค่อาการของภาวะตาแห้งเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณของการเกิดโรคตาอย่างโรค ‘ต้อกระจก’ ด้วย โดยอาการตาพร่ามัวที่เป็นสัญญาณของต้อกระจกนั้น มักมีอาการตามัวลงอย่างช้า ๆ ความรุนแรงของอาการจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนอาจเป็นเวลาเป็นปี และการมองเห็นจะแย่ลงหากอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ ซึ่งโรคต้อกระจกนี้นับเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวเพราะอาการไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้นาน ๆ โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจส่งผลให้ตาบอดได้ในที่สุด

     ดูแลดวงตาอย่างไร ไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค…

     การจะมีดวงตาที่แข็งแรงได้นั้น ต้องเริ่มต้นดูแลตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่เราใช้งานอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงต้องใส่ใจดูแลดวงตาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าอาหารคือตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยดูแลร่างกายในทุกส่วนรวมถึงดวงตาด้วย

     การทานผักผลไม้หลากสี นับเป็นวิธีหนึ่งในการดูแลสุขภาพดวงตาที่ดี แต่วิถีชีวิตในปัจจุบันอาจไม่มีเวลามากพอที่จะคัดสรรมื้อดี ๆ ให้ตัวเองมากนัก ดังนั้นอาจเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของลูทีน เบต้าแคโรทีน และบิลล์เบอร์รี่สกัด ที่จะออกฤทธิ์ร่วมกันเพื่อบำรุงสายตาให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้ดวงตาของคุณสดใสห่างไกลโรคตา

     ด้วยความห่วงใยจาก iiCare_MEGAWecare

ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.bangkokhospital.com/content/blurred-vision-cataracts
https://www.thaihealth.or.th/sook/info-body-detail.php?id=172