ตัวช่วยจำเป็นสำหรับโรคความดันโลหิตสูง

ตัวช่วยจำเป็นสำหรับโรคความดันโลหิตสูง

ตัวช่วยจำเป็นสำหรับโรคความดันโลหิตสูง

     ผู้ที่อยู่ในวัยกลางคน หรืออายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หากเคยได้ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี จะมีโอกาสเห็นการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพไม่มากก็น้อย บางคนสุขภาพดีขึ้น บางคนสุขภาพแย่ลงมีภาวะของโรคต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งหนึ่งในโรคที่พบมากในคนทำงานก็คือ ‘โรคความดันโลหิตสูง’

     ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว เพราะจะแสดงอาการเมื่อมีอาการรุนแรงแล้ว ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือหลอดเลือดแดงที่เป็นท่อลำเลียงเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเกิดการตีบแคบหรืออุดตันจากไขมันที่สะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้อวัยวะต่างๆ ขาดเลือด จนก่อให้เกิดโรคร้ายแรงขึ้นเช่น  โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่นำไปสู่ภาวะหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตกที่สามารถทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตตามมา อีกทั้งยังทำให้เกิดภาวะไตวายเรื้อรังได้อีกด้วย และนอกจากนี้ การทานเค็ม สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือเป็นโรคอ้วน ยังเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงด้วย


Hypertension

สารอาหารสำคัญอะไรที่ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงต้องรู้จัก

น้ำมันปลา (Fish oil)

     น้ำมันปลา เป็นสารอาหารที่แพทย์ทั่วโลกแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจอุดตัน โรคความดันโลหิตสูงทานเป็นประจำ เนื่องจากมีกรดไขมัน Omega-3 ที่ประกอบด้วยกรดไขมัน EPA และ DHA ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือดที่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะกรดไขมัน EPA ที่ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของเซลล์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี จึงสามารถลดการอุดตันและป้องกันไขมันเกาะผนังหลอดเลือดได้ อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

     ไม่เพียงเท่านั้นทางสถาบัน Johns Hopkins Medical School ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังได้รวบรวมผลการศึกษาเรื่อง “ผลดีของการทานน้ำมันปลาสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงในระดับเริ่มต้น” ทั้งหมด 17 ชิ้น พบว่า หากทานน้ำมันปลาปริมาณ 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยลดความดันบน (ความดันโลหิตในเลือดที่เกิดขึ้นขณะหัวใจบีบตัว) / ช่วยลดความดันล่าง (ความดันโลหิตในเลือดที่ค้างอยู่ในหลอดเลือด ขณะที่หัวใจคลายตัว)ได้ และจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อลดอาหารเค็มควบคู่ไปด้วย

โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) 

     โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) หรือที่รู้จักกันในชื่อคิวเทน (Q10) เป็นสารอาหารที่พบได้ตามอวัยวะที่ใช้พลังงานมากเป็นพิเศษอย่างหัวใจ สมอง ตับและไต แต่เมื่ออายุมากขึ้นคิวเทน จะลดลงเรื่อยๆ เราจึงต้องเติมสารอาหารนี้ให้เพียงพอในแต่ละวัน อีกทั้งยังมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ เพื่อให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ตามปกติและยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ด้วย

     อีกทั้งในปัจจุบันทางการแพทย์ได้ให้สารอาหารชนิดนี้กับผู้ที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง  มีการวิจัยทางการแพทย์พบว่า “โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) สามารถลดความดันโลหิตได้จริง โดยสามารถลดค่าความดันโลหิตตัวบนได้ 17 มิลลิเมตรปรอท และลดค่าความดันตัวล่างได้ 10 มิลลิเมตรปรอท ที่สำคัญคือไม่มีผลข้างเคียง”

วิตามินอี (Vitamin E)

     วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระพื้นฐานที่จำเป็นต่อร่างกายที่ทุกคนควรได้รับ เพราะช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และป้องกันโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับโรคความโลหิตสูงเช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งการทานวิตามินอีจะส่งผลต่อการผลิตไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ที่เป็นโมเลกุลที่สำคัญสำหรับหลอดเลือด มีผลให้หลอดเลือดขยายตัวหรือคลายตัว จึงเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้นและทำให้ค่าความดันโลหิตที่สูงกลับมาเป็นปกติ

น้ำมันกระเทียม (Garlic)

     จากการค้นคว้าและวิจัยของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมากกว่า 2,500 ชิ้นงานเกี่ยวกับน้ำมันกระเทียม (Garlic) ทำให้ยืนยันถึงสารสำคัญที่มีอยู่ในกระเทียมอย่างน้อย 33 ชนิด อัลลิซิน (Allicin) และ S-allylmercaptocyctein รวมทั้งกรดอะมิโนและไกลโคไซด์กว่า 17 ชนิด นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยเอ็นไซม์หลายชนิด และเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น เซเลเนียม (Selenium) ให้ประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะการช่วยลดความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดไขมันในเลือดสูง ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและเสริมสร้างภูมิต้านทาน อีกทั้งยังสามารถช่วยปรับสมดุลให้แก่อวัยวะสำคัญอย่างเช่น หัวใจ ได้อีกด้วย
     จากการศึกษาวิจัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศพบว่าให้ประโยชน์ในการช่วยลดความดันโลหิตตัวบน (ความดันที่เกิดขึ้นขณะหัวใจบีบตัวไล่เลือดออกจากหัวใจ) ได้ถึง 7.7 มิลิเมตรปรอท และลดความดันโลหิตตัวล่าง (ความดันของเลือดที่ค้างอยู่ในหลอดเลือด ขณะหัวใจคลายตัว) ได้ถึง 5 มิลลิเมตรปรอท ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้ถึง 16-40% ซึ่งได้มาจากผลการวิจัยที่ทำขึ้นกับกลุ่มทดลองของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 553 คน

     โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่อันตรายกว่าที่คิด แต่หากเป็นแล้วก็ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะถ้าได้ตัวช่วยทั้ง 3 ตัวข้างต้น จะช่วยลดความดันโลหิตให้กลับมาเป็นปกติได้ และถ้าปรับพฤติกรรมการทานอาหาร พร้อมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้นไปอีกด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care

ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension
https://www.who.int/images/default-source/infographics/ncds/prevalence.jpg?sfvrsn=3472e76c_2
https://www.who.int/docs/default-source/documents/hypertension-infographic-005-web.pdf?sfvrsn=f0973d0c_2
https://mgronline.com/goodhealth/detail/9620000089614
https://www.cdc.gov/bloodpressure/facts.htm
https://www.healthysuggest.com/coq10/
คู่มือสุขภาพ (ฉบับปรับปรุงใหม่ 2558) GOOD HEALTH By Yourself หน้า 60
https://bupa.co.th/5-วธทไนตรกออกไซดชวยดแบสขภาพและสมรรถภาพของคณ-0038/#:~:text=ไนตริกออกไซด์ผลิต,และลดความดันโลหิต

https://wattanahospital.net/สาระน่ารู้/ความดันโลหิตสูง-2/#:~:text=ความดันโลหิต%20มี%202,ดันโลหิตตัวบนม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้