Computer Vision Syndrome โรคของสายตาของคนทำงานในยุคปัจจุบัน

Computer Vision Syndrome โรคของสายตาของคนทำงานในยุคปัจจุบัน

Computer Vision Syndrome โรคของสายตาของคนทำงานในยุคปัจจุบัน

  สนใจหัวข้อไหน...คลิกเลย

  คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม หรือ โรค CVS คืออะไร

  สาเหตุของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

  อาการตาล้า

  ใครที่ต้องดูแลสุขภาพของ 'ดวงตา' เป็นพิเศษ 

  การป้องกันอาการตาล้า

  ท่าบริหารดวงตาแก้ปัญหาอาการตาล้า

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม หรือ โรค CVS คืออะไร

     Computer Vision Syndrome หรือ โรค CVS ที่รู้จักกันในชื่อ ‘โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม’ เป็นภาวะปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรมการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานมากกว่า 2-3 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการตาล้า ตาพร่า ตาแห้ง ระคายเคืองตา เจ็บตา รวมไปถึงปวดศีรษะและปวดไหล่ พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และอาการเหล่านี้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ หากจ้องหน้าจอในที่ที่มีแสงน้อย หรือมีท่าทางที่ไม่เหมาะสมขณะใช้คอมพิวเตอร์

สาเหตุของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

     ขณะทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บแล็ตต่างๆ ดวงตาของเราต้องปรับโฟกัสภาพใหม่อยู่ตลอดเวลา เพราะต้องเคลื่อนไหวไปมาตามบรรทัดตัวหนังสือที่อ่าน ต้องเลื่อนดูเนื้อหาบนหน้าจอสลับไปมาและตอบสนองต่อภาพที่เปลี่ยนตลอดเวลา เพื่อให้สมองประมวลผลภาพเหล่านั้น ในระหว่างนี้ทำให้กล้ามเนื้อดวงตาจึงต้องทำงานอย่างหนัก

     นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากต่างประเทศพบว่าการใช้สายตากับอุปกรณ์ดิจิตอลเสี่ยงทำให้ตาแห้ง และระคายเคือง เนื่องจากขณะจ้องหน้าจอ ดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือบนจอดิจิตอล คนเราจะกะพริบตาลดลงน้อยกว่าปกติถึง 50% จากที่เคยกะพริบตาประมาณ 15 ครั้งต่อนาที ซึ่งการกะพริบตาจำเป็นต่อดวงตาอย่างมาก เพราะจะช่วยให้น้ำตาไหลออกมาหล่อเลี้ยงดวงตา ช่วยให้เกิดความชุ่มชื้นและไม่ระคายเคือง

อาการตาล้า

     ‘ตาล้า’ หรือ asthenopia โดยจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตา ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา  แสบตา ตาพร่ามัว และบางครั้งมองเห็นภาพซ้อน มักจะเกิดจากการทำงานที่ต้องใช้สายตามากขึ้นในสภาพแสงสว่างไม่เพียงพอ รวมถึงแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บแล็ตต่างๆ ที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายตาใช้สายตาในการเพ่งมากขึ้น เพราะการทำงานในยุคปัจจุบันจะใช้คอมพิวเตอร์ หรือใช้สายตามองจอเป็นหลัก

     ซึ่งอาการปวดเมื่อยล้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณดวงตาเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงใบหน้า กราม และขมับ เมื่อกล้ามเนื้อมีการเกร็งตัวมากเกินจากความตึงเครียด จึงทำให้มันอาการแบบลุกลาม ซึ่งอาการเหล่านี้ส่งผลให้ร่างกายเกิดความอ่อนล้า อ่อนเพลีย ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และอาจทำให้มีผลเสียกระทบต่อการทำงานได้อีกด้วย

     อาการตาล้า เป็นเพียงภาวะหนึ่งไม่ได้อยู่ถาวรและมักจะหายเองได้เมื่อคุณปล่อยให้สายตาได้พัก แต่ถ้าหากปล่อยให้มีอาการตาล้าบ่อยๆ โดยไม่ได้รับการดูแล อาจทำให้ส่งผลต่อดวงตาในอนาคตจะมีสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวกับดวงตาที่เป็นอันตรายได้ เช่น ต้อลม กระจกตาอักเสบ กระจกตาขุ่น วุ้นตาเสื่อม และร้ายแรงจนถึงโรคจอประสาทตาเสื่อม

ใครที่ต้องดูแลสุขภาพของ 'ดวงตา' เป็นพิเศษ 

  • ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
  • ผู้ที่ใช้สายตามากจากการอ่านหนังสือ หรือขับรถ รวมทั้งผู้สูงอายุที่มีปัญหาสายตา
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม และ ต้อกระจก
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพดวงตา


How-to-take-care-your-eye


การป้องกันอาการตาล้า

1. เมื่อต้องจ้องหน้าจอที่มีแสงสีฟ้าหรือใช้สายตาเป็นเวลานานๆ ควรพักสายตาอย่างน้อย 20 วินาที ทุก ๆ 20 นาที

2. กะพริบตาบ่อยๆ จะช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นขึ้น

3. ปรับแสงให้เหมาะสมกับการทำงาน หลีกเลี่ยงการใช้สายตาในที่มืดหรือแสงน้อย

4. การใช้คอมพิวเตอร์ควรให้สายตาอยู่ห่างจากหน้าจอในระยะ 20-26 นิ้ว รวมทั้งปรับแสงและระดับของหน้าจอให้เหมาะกับการมองเห็น

5. การทำบริหารดวงตาเมื่อเกิดอาการตาล้า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาและเป็นการพักสายตาในเวลาเดียวกัน

ท่าบริหารดวงตาแก้ปัญหาอาการตาล้า

ท่าบริหารท่าที่ 1

     ตั้งหน้าและคอให้ตรง ลืมตา กรอกลูกตามองไปทางซ้ายสุดและทางขวาสุดสลับกัน โดยไม่ต้องหันคอตาม ทำต่อเนื่องติดต่อกัน 10 ครั้ง

ท่าบริหารท่าที่ 2

     ตั้งหน้าและคอให้ตรง เหลือบลูกตามองขึ้นไปด้านบนสุดและมองลงมาล่างสุด โดยไม่แหงนหน้าและก้มหน้า ทำต่อเนื่องติดต่อกัน 10 ครั้ง

ท่าบริหารท่าที่ 3

     ตั้งหน้าและคอให้ตรงกรอกลูกตาหมุนเป็นวงกลม วนซ้ายต่อเนื่องกัน 10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนวนขวาต่อเนื่องกันอีก 10 ครั้ง

ท่าบริหารท่าที่ 4

     มองออกไปไกลๆ หรือมองพื้นที่สีเขียว โดยการละสายตาออกจากหน้าจออย่างน้อย 6 เมตร จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อตาและเป็นการปรับโฟกัสของเลนส์สายตาอีกด้วย

ท่าบริหารท่าที่ 5

     หลับตาทั้งสองข้าง ใช้นิ้วชี้วางเหนือหัวคิ้วแต่ละข้าง จากนั้น ค่อยๆ กดนวดเบาๆ เริ่มตั้งแต่คิ้วไล่ไปรอบๆ ดวงตา ท่านี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อยู่รอบนอกของดวงตาได้

 

eyes-exercise-to-computer-vision-syndrome

 

     การบริหารดวงตาด้วยท่าบริหารที่ถูกวิธีเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยผ่อนคลายดวงตา เพื่อให้กล้ามเนื้อดวงตาแข็งแรงและทำให้ดวงตากลับมาพร้อมใช้งานในทุกๆ วัน...ด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.laservisionthai.com/health-corner/การบริหารสายตา-คลายความอ่อนล้า

https://www.shopback.co.th/blog/li-health-บริหารดวงตา/

https://www.essilor.co.th/vision/eye-problems/eye-strain

http://www.rutningimbel.com/2018/th/conditions/detail.49.1.0.html

https://www.pobpad.com/ตาล้า

 

More-information-buttoncontact-specialist-for-information-button

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้