ขมิ้นชันกับ 6 คุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่ต้องรู้

ขมิ้นชันกับ 6 คุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่ต้องรู้

     ขมิ้นชัน (Curcumin) คือสมุนไพรจากธรรมชาติที่ทั้งคนไทยและนานาประเทศคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งแบบสดและแบบบดเป็นผงเพื่อผสมในเมนูอาหาร ผสมในเครื่องสำอาง รวมถึงนำมาสกัดใช้แทนยารักษาโรคบางชนิด เนื่องจากขมิ้นชันมีสารสำคัญที่มีสรรพคุณอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายด้าน
     หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าขมิ้นชันดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างไร สามารถช่วยป้องกันและรักษาโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่ได้จริงหรือไม่ และร่างกายควรได้รับสารสำคัญจากขมิ้นชันในปริมาณเท่าไหร่จึงจะเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างสูงสุดทั้งหมดนี้คือ 6 ประโยชน์ของขมิ้นชันที่ดีต่อสุขภาพ

1.  เป็นสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ
     บทบาทที่สำคัญของขมิ้นชันที่มีต่อสุขภาพก็คือ เป็นสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย และยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าหากสามารถลดการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกายได้ ก็มีส่วนช่วยยับยั้งหรือลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังได้ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง อัลไซเมอร์ รวมถึงชะลอการเกิดความเสื่อมที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายได้ ซึ่งสารสำคัญในขมิ้นชันเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบในระดับโมเลกุล โดยงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศยังระบุด้วยว่าประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบนี้เทียบเท่ากับยาต้านการอักเสบแผนปัจจุบันสำหรับโรคข้อได้แต่ปลอดภัยมากกว่า เพราะเป็นสมุนไพรจึงไม่มีผลข้างเคียงและอันตรายต่อร่างกาย
2.  เพิ่มความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย
     อนุมูลอิสระ คือตัวแปรหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ทำให้ร่างกายโรยราและเป็นที่มาของโรคต่างๆ ด้วยเหตุนี้เองสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับร่างกาย เพราะช่วยปกป้องร่างกายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งขมิ้นชันมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยม และนอกจากจะสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ด้วยตัวมันเองแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่าขมิ้นชันสามารถช่วยต้านโรคเรื้อรัง และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายบางชนิดได้
3.  มีส่วนช่วยป้องกันและควบคุมการลุกลามของมะเร็ง
     มะเร็ง (Cancer) โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งแม้ปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดรักษาให้หายขาด แต่หากในกรณีที่ไม่สามารถควบคุมการเติบโตของเซลล์มะเร็งหรือเนื้อร้ายได้ก็มีความเสี่ยงที่มะเร็งจะลุกลามและรุนแรงขึ้นได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้บริโภคขมิ้นชันควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ เนื่องจากมีงานวิจัยหลายฉบับยืนยันว่าเคอร์คูมินหรือสารสำคัญในขมิ้นชัน สามารถลดการเจริญเติบโตรวมถึงการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
4.  ช่วยรักษาอาการของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ
     โรคข้ออักเสบ อีกหนึ่งโรคยอดฮิตของคนไทยโดยเฉพาะในผู้สูงวัย ผู้ป่วยด้วยโรคข้ออักเสบส่วนใหญ่มักจะต้องทานยาแก้ปวดเป็นประจำ ซึ่งในระยะยาวอาจเกิดการสะสมส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ ขมิ้นชันจึงถูกนำมาใช้ในการแก้ปวดและลดอาการอักเสบของข้อ โดยสามารถแทนการใช้ยาแก้ปวดที่ไม่มีส่วนประกอบของสเตียร์รอยได้ (NSAIDs: Non-Steroid Anti-Inflammatory Agent) นอกจากนี้ยังพบว่าในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบบางรายการใช้เคอร์คูมินรักษาให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการใช้ยาต้านอักเสบอีกด้วย
5.  มีส่วนช่วยรักษาอาการของโรคซึมเศร้า
     หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่าสารสำคัญในขมิ้นชัน ช่วยรักษาอาการของโรคซึมเศร้าได้ โดยมีการศึกษาพบว่าเคอร์คูมินสามารถเพิ่มสารสื่อประสาทในสมองอย่างเซโรโทนินและโดพามีนได้ และจากผลการทดลองในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจำนวน 60 คน พบว่า หลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์ กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมกับเคอร์คูมิน มีอาการดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ได้รับเพียงยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว
6.  ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
     สำหรับความสามารถของสารสำคัญที่มีอยู่ในขมิ้นชันต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนั้น หนึ่งในสารประกอบของเคอร์คูมินอยด์ ที่เรียกว่า ‘เคอร์คูมิน’ สามารถลดการจับตัวของไวรัสกับผนังเซลในร่างกาย และลดการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัส ด้วยการทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้อีก จึงช่วยลดความรุนแรงของเชื้อที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายได้นั่นเอง

     แม้ว่าขมิ้นชัน (Curcumin) จะมีประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายในหลากหลายด้าน แต่สรรพคุณเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับเคอร์คูมินของขมิ้นชันในปริมาณสูง และเนื่องจากเคอร์คูมินเป็นสารที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและเนื้อเยื่อได้น้อย เพราะมักจะถูกทำลายได้ง่ายในลำไส้เล็ก ที่สำคัญจะถูกเผาผลาญและกำจัดออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้เลือกรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ได้มาตรฐานในระดับสากล และจะดียิ่งกว่าหากเคอร์คูมินอยู่ในรูปของไฟโตโซม เพราะจะช่วยให้สารจากธรรมชาติที่ถูกดูดซึมได้ยากกลายเป็นสารที่ถูกดูดซึมได้ง่ายขึ้น ถึง 9 เท่า และเมื่อร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีก็จะทำให้เห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง ด้วยความห่วงใยจาก _MEGA We care



ข้อมูลอ้างอิงจาก
1.  www.healthline.com/nutrition/top-10-evidence-based-health-benefits-of-turmeric#TOC_TITLE_HDR_5

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้