น้ำมันกระเทียม ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพที่ดี

1356 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำมันกระเทียม ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพที่ดี

       “กระเทียม” สมุนไพรที่รู้จักกันเป็นอย่างดี บางคนอาจไม่ชอบเนื่องจากมีกลิ่นที่ฉุนหรือทานแล้วทำให้เกิดกลิ่นปาก แต่แท้จริงแล้วสมุนไพรชนิดนี้มีคุณประโยชน์มากกว่าที่คิด โดยในอดีตกระเทียมได้ถูกชาวจีน อียิปต์ บาบิโลน กรีก และโรมัน นำมาใช้เป็นยารักษาโรคมานานกว่า 3,000 ปี และในปัจจุบันทั่วโลกก็ได้นำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องและเป็นที่แพร่หลาย 

กระเทียมให้ประโยชน์อะไรกับร่างกาย
       จากการค้นคว้าและวิจัยของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมากกว่า 2,500 การทดลอง ทำให้รู้ถึงสารสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย โดยในกระเทียมมีสารประกอบซัลเฟอร์อย่างน้อย 33 ชนิด รวมถึงอัลลิซิน (Allicin) และ S-allylmercaptocyctein รวมทั้งกรดอะมิโนและไกลโคไซด์กว่า 17 ชนิด

     นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย เอ็นไซม์หลากหลายชนิด และเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายรวมถึง เซเลเนียม (Selenium) ด้วย ซึ่งสารประกอบเหล่านี้ช่วยปรับสมดุลให้แก่หัวใจและเสริมสร้างภูมิต้านทานได้

   เสริมสร้างความแข็งแรงให้หัวใจ
       การที่จะมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงได้ต้องประกอบไปด้วยหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยที่สำคัญคือต้องดูแลระดับไขมันในเลือดให้เป็นปกติ และควบคุมเรื่องความดันโลหิตเป็นสำคัญ

          ช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด
       ระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดที่สูงเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจ เนื่องจากมีการสะสมของไขมันที่หลอดเลือดจนทำให้ตีบและตัน ซึ่งซัลเฟอร์และอัลซิลินที่เป็นสารประกอบในกระเทียมสามารถช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol) และไขมันคอเลสเตอรอลร้าย (LDL-cholesterol) ให้เป็นปกติ

          ช่วยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
       เนื่องจากระดับไขมันคอเลสเตอรอลสูงที่มีสาเหตุจากไขมันสะสมที่หลอดเลือดมากเกินไป ส่งผลให้ก้อนไขมันเกิดการแตกตัวจึงกระตุ้นให้เกิดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด เพื่อปิดก้อนไขมันที่แตกออก เป็นสาเหตุให้หลอดเลือดเกิดการอุดตัน การทานกระเทียมสามารถช่วยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด เพราะมีสารประกอบซัลเฟอร์และอัลลิซินที่ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

          ช่วยลดความดันโลหิต
       จากการศึกษาวิจัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศพบว่ากระเทียมช่วยลดความดันโลหิตตัวบน (ความดันที่เกิดขึ้นขณะหัวใจบีบตัวไล่เลือดออกจากหัวใจ) ได้ถึง 7.7 มิลิเมตรปรอท และลดความดันโลหิตตัวล่าง(ความดันของเลือดที่ค้างอยู่ในหลอดเลือด ขณะหัวใจคลายตัว) ได้ถึง 5 มิลลิเมตรปรอท ไม่เพียงเท่านั้นการทานกระเทียมยังช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้ถึง 16-40% ซึ่งได้มาจากผลการวิจัยที่ทำขึ้นกับกลุ่มทดลองของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 553 คน (ข้อมูลจาก :  https://www.spandidos-publications.com/10.3892/etm.2019.8374)

   เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
       นอกจากกระเทียมจะช่วยเสริมสร้างให้สุขภาพของหัวใจแข็งแรงแล้ว อีกหนึ่งคุณประโยชน์ที่สำคัญต่อร่างกายก็คือ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง โดยในทางการแพทย์มีการเปรียบฤทธิ์ของกระเทียมเสมือนกับ “ยาปฏิชีวนะ” จึงสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราได้ อีกทั้งในกระเทียมยังมีสารอิลลิซิน (Allicin) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อร่างกาย เพราะเม็ดเลือดขาวมีหน้าที่กำจัดเชื้อโรคออกจากร่างกาย ซึ่งเมื่อมีจำนวนมากขึ้นก็สามารถช่วยจับเชื้อโรคที่เข้ามาได้มากขึ้น จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้ ส่งผลให้อาการของผู้ที่เป็นหวัดและภูมิแพ้ลดลง
       ไม่เพียงเท่านั้นในต่างประเทศยังมีการวิจัยถึงประโยชน์ของกระเทียมว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง โดยมีการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงในรัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา พบว่าผู้หญิงที่ทานกระเทียมเป็นประจำทุกวัน ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลงถึง 35% 
(บทความวิจัยจาก: META-ANALYSIS OF OBSERVATIONAL STUDIES IN EPIDEMIOLOGY)
       จะเห็นได้ว่ากระเทียมให้ประโยชน์กับร่างกายอย่างมากมาย ทั้งช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอล ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ลดความดันโลหิต และยังช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ดีขึ้น ถึงแม้การทานกระเทียมเป็นประจำจะดีต่อสุขภาพ แต่การทานกระเทียมสดในแต่ละวันก็กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก ไม่สะดวกในการพกพา ที่สำคัญหากต้องทานในปริมาณตามที่ต้องการก็อาจสร้างปัญหาในเรื่องกลิ่นปากได้ ดังนั้นการทานในรูปแบบของน้ำมันกระเทียมที่มีการสกัดเป็นเม็ด (แคปซูล) จึงเป็นทางเลือกที่สามารถทานได้ทุกวัน และไม่ต้องห่วงเรื่องปัญหาต่างๆ เหมือนการทานกระเทียมสด



       จากข้อแตกต่างของกระเทียมสดและน้ำมันกระเทียมข้างต้น คงทำให้หลายคนตัดสินใจได้ว่าการทานกระเทียมในรูปแบบของน้ำมันกระเทียมสกัดทำให้การใช้ชีวิตสะดวกมากขึ้น แถมยังให้ประโยชน์ไม่ต่างจากการทานกระเทียมสด แต่ทั้งนี้การเลือก“น้ำมันกระเทียม” เพื่อให้ได้รับคุณประโยชน์อย่างเต็มที่และปลอดภัยควรสกัดแบบแคปซูลนิ่มเพราะจะทำให้สารอาหารดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี ที่สำคัญควรผลิตภายใต้มาตรฐานยาระดับสากล เพราะการันตีได้ว่าไร้สารเคมีตกค้างแน่นอน…ด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care

ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.providence.org/news/uf/414540885#:~:text=Some%20studies%20have%20shown%20that,plaque%20buildup%20in%20the%20arteries.
https://journals.lww.com/md-journal/fulltext/2020/01030/garlic_intake_and_the_risk_of_colorectal_cancer__a.40.aspx
http://www.thaiheartfound.org/category/details/food/128#:~:text=ส่วนการป้องกันนั้น%20นอกจาก,เป็นสาเหตุของเส้นเลือดอุด
https://www.pobpad.com/กระเทียมกับประโยชน์ต่อ





เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้