หลอดเลือด 'ตีบ ตัน แตก' ป้องกันด้วย Omega-3 จากน้ำมันปลา

หลอดเลือด 'ตีบ ตัน แตก' ป้องกันด้วย Omega-3 จากน้ำมันปลา

หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ป้องกันด้วยโอเมก้า-3 จากน้ำมันปลา

     “หลอดเลือด” คือ ส่วนประกอบภายในร่างกายที่กระจายอยู่ทั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงยังอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจและสมอง หากสุขภาพของหลอดเลือดดีไม่มีปัญหาการไหลเวียนของเลือดก็จะสะดวก โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงก็น้อยลง แต่ในปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสุขภาพซึ่งเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดโดยตรง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองอุดตัน

     จากข้อมูลการศึกษาของ Thai Registry in Acute Coronary Syndrome (TRACS) ที่ว่าด้วยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ พบว่าสาเหตุร้อยละ 83.2 มาจากภาวะไขมันในเลือดสูง และร้อยละ 59.5 มาจากโรคเบาหวาน อันเป็นผลพวงมาจากพฤติกรรมข้างต้นทั้งสิ้น ส่วนสถิติทั่วโลกพบว่าในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองอุดตันถึงปีละ 56.9 ล้านคน

     ในวงการแพทย์ได้แนะนำการป้องกันโรคนี้ด้วยวิธีต่างๆ มากมาย เช่น งดทานของหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกาย หรือเลิกสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่หนึ่งในวิธีที่นิยมและได้ผลอย่างชัดเจนเป็นที่ยอมรับ รวมถึงมีผลวิจัยรับรองก็คือ การทานสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อหลอดเลือดหัวใจอย่าง Omega-3

     โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองสาเหตุหลักเกิดจากภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งในน้ำมันปลาจะมีกรดไขมัน Omega-3 ที่ชื่อว่า EPA อยู่ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันในเลือดได้โดย

Omega-3 ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือด

     โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองสาเหตุหลักเกิดจากภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งในน้ำมันปลาจะมีกรดไขมัน Omega-3 ที่ชื่อว่า EPA อยู่ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันในเลือดได้โดย

       กระตุ้นการเผาผลาญไขมันของเซลล์ในร่างกาย

       กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย

       ป้องกันไขมันติดผนังหลอกดเลือด จึงลดการอุดตันของหลอดเลือดได้

       ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น จึงป้องกันหลอดเลือดตีบได้

       ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด

       ลดการอักเสบ และการสะสมของไขมันในหลอดเลือด

     ประโยชน์ของกรดไขมัน Omega-3 จะมีส่วนช่วยให้ค่าไขมันในเลือดเป็นปกติ ในคนทั่วไปที่ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับไขมันในเลือดจะมีค่าไขมันคอเลสเตอรอลรวม (Total-Cholesterol) อยู่ที่ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ค่าไขมันชนิดไม่ดี (LDL-Cholesterol) อยู่ที่ไม่เกิน130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และค่าระดับไขมันชนิดดี (HDL-Cholesterol) ต้องไม่ต่ำกว่า 60มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และค่าไขมันไตรกลีเซอร์ไลด์ไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากมีระดับของไขมันชนิดนี้มากจนเกินไป ก็จะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดมากขึ้น

     แต่การทานกรดไขมัน Omega-3 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันโรคหลอดเลือดเท่านั้น ต้องออกกำลังกาย ลดความเครียด ไม่ทานของทอดของมัน ทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่สูบบุหรี่และจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่ไปด้วยจะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดได้ดีขึ้น ด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care

ขอบคุณข้อมูลจาก :
http://thaincd.com/document/file/download/knowledge/ประเด็นสารรณรงค์วันหัวใจโลก_62.pdf
https://www.bangpakok1.com/care_blog/view/41#:~:text=ไขมันโคเลสเตอรอลสูง&text=สาเหตุอาจเกิดจากกรรมพันธุ์,-159%20สูง%20%3A%20160-189
https://bayer.co.th/th/healthy-hearts-healthy-aging-thailand-report

More-information-buttoncontact-specialist-for-information-button

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้