'ชาเขียวลดน้ำหนัก' สิ่งสำคัญของการดูแลหุ่นสวย

'ชาเขียวลดน้ำหนัก' สิ่งสำคัญของการดูแลหุ่นสวย

   สนใจหัวข้อไหน... คลิกเลย

  'ชาเขียวลดน้ำหนัก' เคล็ดลับของหุ่นสวย

  'ชาเขียวลดน้ำหนัก' ดูแลหุ่นสวย ด้วยตัวช่วยจากธรรมชาติ

  'ชาเขียวลดน้ำหนัก' กับบทบาทต่อการดูแลหุ่นสวย

  'ชาเขียวลดน้ำหนัก' ตัวเลือกฉลาดๆ สำหรับการดูแลหุ่นสวย?

  การรับประทาน 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' มากเท่าไหร่ และนานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?

 ใครที่ควรรับประทาน 'ชาเขียวลดน้ำหนัก'?

 

'ชาเขียวลดน้ำหนัก' เคล็ดลับของหุ่นสวย

     หากพูดถึงวิธีการลดน้ำหนัก หลายคนอาจจะนึกถึงการอดอาหาร หรือเลือกกินยาลดน้ำหนัก ซึ่งแม้จะเห็นผลรวดเร็วทันใจ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูงทั้งต่อสุขภาพร่างกาย คือ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น ใจสั่น คลื่นไส้ วิงเวียน และยังเสี่ยงโยโย่หรือกลับมาอ้วนซ้ำได้อีกด้วย

     จากข้อมูลพบว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน หรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน เนื่องจากพฤติกรรมการกินอาหารแบบผิดๆ คือ ตามใจปากมากกว่าคุณค่าทางอาหาร บวกกับหลายคนขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้อ้วนง่าย อ้วนลงพุง แต่อย่าเพิ่งกังวลใจเกินไปเพราะทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ อยากมีรูปร่างดีแบบไม่เสี่ยงต้องทำอย่างไร MEGA We care มีคำตอบ?

 

'ชาเขียวลดน้ำหนัก' ดูแลหุ่นสวย ด้วยตัวช่วยจากธรรมชาติ

     รู้หรือไม่ว่า… ชาเขียว หนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของคนในปัจจุบันนั้นมีดีมากกว่าที่คุณคิดทั้งต่อสุขภาพร่างกาย รวมถึงอีกหนึ่งคุณประโยชน์ลับๆ คือ ช่วยให้คุณมีเรือนร่างเพรียวสวยได้ดั่งใจปรารถนา โดยมีการศึกษายืนยันว่าชาเขียวช่วยลดน้ำหนักและรอบเอวได้จริง หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ต่อเนื่องกันเป็นเพียงเวลา 3 เดือน นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกให้ 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการควบคุมน้ำหนัก และดูแลรูปร่าง

     จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานพบว่า การรับประทาน 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ช่วยลดน้ำหนักตัวได้ 4.6% และลดรอบเอวได้ 4.48% โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับความดันโลหิต การศึกษาครั้งนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกลงความเห็นว่า 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' เป็นทางเลือกจากธรรมชาติที่สามารถใช้ดูแลรูปร่างได้จริง

 

'ชาเขียวลดน้ำหนัก' กับบทบาทต่อการดูแลหุ่นสวย

     จากการศึกษาพบว่าสาร 'แคทิซิน' ในชาเขียว ขนาด 270-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน ช่วยลดน้ำหนักและไขมันได้ ด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้

       กระตุ้นการเผาผลาญพลังงานและไขมัน : ทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น และยังช่วยเพิ่มการสลายไขมันด้วย
     
       สามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมัน : ช่วยสลายไขมันเก่าที่สะสมอยู่ในเซลล์ต่างๆของร่างกายได้

       ช่วยลดการดูดซึมไขมันและน้ำตาล : สารสำคัญในชาเขียวสกัดจะไปยับยั้งเอนไซม์ไลเปส และแย่งจับกับตัวรับกลูโคส จึงทำให้ไขมันและน้ำตาลดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง

       ช่วยลดความอยากอาหาร : ชาเขียวสกัดช่วยทำให้ร่างกายสร้างพลังงาน ATP ขึ้นมาใช้ ส่งผลให้สมองรับรู้ว่ายังไม่ต้องการอาหาร

 

'ชาเขียวลดน้ำหนัก' ตัวเลือกฉลาดๆ สำหรับการดูแลหุ่นสวย?

     อย่างที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่า 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' มีประโยชน์ต่อร่างกายและการควบคุมน้ำหนัก แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ชาเขียวแบบไหนก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ควรเลือกรับประทาน 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' โดยเฉพาะ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้

       เป็น 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' สกัดเข้มข้น เพื่อมั่นใจในปริมาณสารสำคัญว่ามากพอต่อการบำรุงสุขภาพ

       เป็น 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' ที่บรรจุในแคปซูลนิ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม

 

การรับประทานชาเขียวลดน้ำหนักมากเท่าไหร่ และนานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?

     การควบคุมน้ำหนัก แนะนำให้กิน 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' 375 มิลลิกรัม ครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนอาหารเช้า-กลางวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ถึงจะเห็นผลอย่างมีนัยยะสำคัญ (หรือเทียบเท่ากับการดื่มเครื่องดื่มชาเขียวประมาณ 6-10 ถ้วย/วัน)

     ไม่ใช่แค่ผู้ที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' ยังมีคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์ของใครอีกหลายคน เนื่องจากใน 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' มีสารสำคัญอย่าง EGCG ปริมาณสูงจึงให้ความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ช่วยล้างพิษในลำไส้ อีกทั้งยังช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

 

ใครที่ควรรับประทาน 'ชาเขียวลดน้ำหนัก'?

       ผู้ที่ต้องการสลายไขมันอย่างเป็นธรรมชาติ

       ผู้ที่ต้องการล้างพิษ เพื่อให้ร่างกายสดชื่น ผิวพรรณสดใส

       ผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพ และลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ

     เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น และเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว แนะนำว่าควรกิน 'ชาเขียวลดน้ำหนัก' ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย ด้วยความห่วงใยจาก _MEGA We care

ข้อมูลอ้างอิงจาก :
Journal of Nutritional Biochemistry 22 (2011) 1-7

More-information-buttoncontact-specialist-for-information-button

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้