อย่ามองข้ามโรคหลอดเลือดหัวใจ

อย่ามองข้ามโรคหลอดเลือดหัวใจ

‘โรคหลอดเลือดหัวใจ’ฆาตกรเงียบที่คนทั่วโลกต้องผวา!

    หากจะพูดถึงประโยชน์ของน้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ดีต่อร่างกายมนุษย์นั้นมีมากมาย หากเป็นทางด้านสมองสารอาหารชนิดนี้สามารถช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม ป้องกันอาการสมองขาดเลือด และหากเป็นประโยชน์ที่เกี่ยวกับสมอง น้ำมันปลา(Fish Oil) ยังสามารถช่วยลดอัตราการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือดให้ลดลง ลดไขมันในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างได้ผล... ว่าแต่ทราบหรือไม่ ‘โรคหลอดเลือดหัวใจ’ คือ ตัวการที่ทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตมากที่สุด!!

     ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา จากการเก็บสถิติขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าอัตราการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลกมากกว่า 50% มีสาเหตุมาจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และคิดเป็น 31% ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดของคนทั่วโลก ซึ่งก็สอดคล้องกับสถิติของกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย พบว่าเมื่อปี 2561 มีคนไทยที่ป่วยด้วยโรคนี้มากถึง 430,000 คน ตายทั้งสิ้น 21,000 คน และแนวโน้มของอัตราเสียชีวิตอันน่าตกใจนี้ก็เพิ่มสูงขึ้นในทุกปี ซึ่งต้นเหตุที่แท้จริงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่สามารถคร่าชีวิตคนหลายแสนคนทั่วโลกนี้ ก็มาจากการใช้ชีวิตประจำวัน และพฤติกรรมการรับประทานอาหาร รวมถึงเรื่องของการขาดการออกกำลังกายนั่นเอง

  สนใจหัวข้อไหนคลิก...

    คุณรู้จักโรคหัวใจและหลอดเลือดดีแค่ไหน?

    ขุมทรัพย์สุขภาพจากปลาทะเลสู่มนุษย์ที่เรียกว่า ‘น้ำมันปลา’ (Fish Oil)

    ใครว่า ‘น้ำมันปลา’ (Fish Oil) ยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน

   หลักเกณฑ์การเลือกผลิตภัณฑ์น้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับในระดับสากลก็คือ

    รู้หรือไม่?... ทำไมน้ำมันปลา (Fish Oil) ที่สกัดมาจาก ‘ปลาแซลมอน’ ถึงควรหลีกเลี่ยง

    ตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปัจจุบัน สมาคมแพทย์โรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา (American Heart Association; AHA) ออกมาแนะนำคนทั่วโลกว่า เราควรรับประทานน้ำมันปลา(Fish Oil) ที่มีกรดไขมัน Omega-3 ทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน มีส่วนช่วยลดไขมันในเลือดสูง แต่ถึงกระนั้นอัตราการตายของโรคนี้ก็ยังคงพุ่งสูงขึ้น ซึ่งก็เป็นเพราะยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยยังไม่ตระหนักถึงการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้ห่างไกลจากโรคนี้อย่างจริงจัง
     โรคหัวใจและหลอดเลือดน่ากลัวกว่าที่ทุกคนคิด  ได้เวลาที่จะมาดูแลตัวเองแล้วหรือยัง... หรือว่าอยากจะให้รายต่อไปเป็นคุณหรือคนใกล้ชิด?!

 man-touch-heart

 คุณรู้จักโรคหัวใจและหลอดเลือดดีแค่ไหน?

    มีหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดคืออะไร โรคนี้เกิดจากการเกาะของคราบไขมันภายในผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งไขมันเหล่านั้นเกิดจากการที่มีระดับไขมันในเลือดสูง จนเกิดสะสมของไขมันคอเลสเตอรอลและไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ เมื่อมีไขมันเหล่านี้มากขึ้นก็ส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ปิดกั้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก หายใจติดขัด บางรายหัวใจวายและเสียชีวิตกะทันหัน

 check-list-Coronary-heart-disease

 ขุมทรัพย์สุขภาพจากปลาทะเลสู่มนุษย์ที่เรียกว่า ‘น้ำมันปลา’ (Fish Oil)

    ในโลกนี้มีสารอาหารที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่หลายชนิด แต่สำหรับสารอาหารที่ให้ประโยชน์และดีกับระบบหลอดเลือดและหัวใจก็คือ กรดไขมัน Omega-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว และเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย จากข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของชาวเอสกิโมที่มีเปอร์เซ็นต์ของผู้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันต่ำ เมื่อศึกษาถึงเรื่องโภชนาการของพวกเขาก็พบว่า อาหารที่ชาวเอสกิโมรับประทานในชีวิตประจำวัน คือ ปลาและแมวน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีกรดไขมัน Omega-3 ปริมาณสูง เรียกได้ว่าจากข้อมูลนี้ทำให้วงการแพทย์ตื่นเต้นมากขึ้น จึงเป็นการยืนยันได้ว่า ‘ปลาทะเล’ คือ แหล่งอาหารจากธรรมชาติที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์จากกรดไขมัน Omega-3 ซึ่งในน้ำมันปลา(Fish Oil) จะประกอบด้วยกรดไขมันที่สำคัญอยู่ 2 ชนิด คือ

1.  EPA (Eicosapentaenoic Acid)     
    กรดไขมันอีพีเอ (EPA) ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดสูงโดยเฉพาะไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ลดความดันโลหิตสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุในการเกิดโรคหัวใจและสมองอุดตัน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการข้อเสื่อม ข้อรูมาตอยด์ ได้เช่นกัน

2.  DHA (Docosahexaenoic Acid)
    กรดไขมันดีเอชเอ (DHA) มีความสำคัญและจำเป็นต่อการเสริมพัฒนาการของสมองรวมทั้งสายตา ช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อม เสริมสร้างการเรียนรู้และความจำ รวมถึงระบบสายตา ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
    จากผลการวิจัยในกลุ่มผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ที่ทานกรดไขมัน Omega-3 จากน้ำมันปลา(Fish Oil) ที่มีปริมาณของ EPA และ DHA รวมได้วันละ 1,000 มิลลิกรัม ต่อวัน สามารถลดอัตราการตาย เนื่องจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองลงได้ถึง 15% จากการมีส่วนช่วยลดไขมันในเลือดสูง เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้ทาน
     ทั้งนี้กรดไขมัน Omega-3  ส่วนใหญ่พบในไขมันจากสัตว์  โดยเฉพาะน้ำมันปลา(Fish Oil)  ที่ถือว่าเป็นแหล่งกรดไขมัน Omega-3 จากธรรมชาติที่พบมากและมีคุณภาพสูงสุด เราจึงสามารถทานน้ำมันปลา(Fish Oil) เพื่อสุขภาพที่ดีได้ อย่างไรก็ตามโอกาสเกิดโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน การดูแลสุขภาพตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เลือกอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการทานหวานจัด เค็มจัด และมันจัด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และบริโภคน้ำมันปลา(Fish Oil) เป็นประจำเพื่อเติมเต็มกรดไขมัน Omega-3 ให้เพียงพอเท่าที่ร่างกายต้องการ แค่นี้สุขภาพดีก็จะอยู่กับเราไปอีกแสนนาน

 type-of-the-coronary-artery

 ใครว่า ‘น้ำมันปลา’ ยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน

     น้ำมันปลา(Fish Oil) ที่มีขายอยู่ในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อ ซึ่งปัญหาสำคัญที่สุดของผู้อยากจะรับประทานน้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ไม่อาจมองข้ามก็คือ การเลือกซื้อน้ำมันปลาที่มีคุณภาพสูงสุด เพราะจากสถิติพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างน้ำมันปลา (Fish Oil) มีการตรวจเจอสารปนเปื้อนของโลหะหนักและสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เช่น สารปรอท ตะกั่ว สารหนู และยาฆ่าแมลงต่างๆ มากที่สุดเมื่อเทียบกับอาหารเสริมประเภทอื่นๆ  จึงทำให้น้ำมันปลา(Fish Oil) หลายยี่ห้อถูกยกเลิกการผลิต รวมถึงห้ามจำหน่ายอย่างเด็ดขาด 

หลักเกณฑ์การเลือกผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับในระดับสากลก็คือ

1.  ต้องเลือกผลิตภัณฑ์น้ำมันปลา(Fish Oil) ที่มีการคัดสรรวัตถุดิบที่ผลิตภายใต้มาตรฐานยา ซึ่งในปัจจุบันน้ำมันปลา(Fish Oil) ที่ได้รับมาตรฐานยุโรป (EP GRADE & EU STANDARD) ถือได้ว่าเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดสูงที่สุด และเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกซึ่งให้ความมั่นใจในคุณภาพของน้ำมันปลาในเม็ดแคปซูล ดังนี้
   น้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ได้ต้องสกัดมาจากปลาในพื้นที่ซึ่งปราศจากมลภาวะต่างๆ
   น้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ได้ต้องมาจากปลาสายพันธุ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนด
   น้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ได้ต้องปลอดภัยจากโลหะหนักปนเปื้อน ยาฆ่าแมลง และสารเคมีจากขบวนการผลิตที่เป็นพิษตกค้าง

2.  ต้องเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ผ่านขั้นตอนการผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานการผลิตระดับยาสากล เช่น TGA จากประเทศออสเตรเลีย และ BfArM จากประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดในโลกจะสามารถมั่นใจมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยมาตรฐานการผลิตอาหารเสริมทั่วไป
3.  น้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ดีและให้ประโยชน์กับร่างกายต้องปราศจากสารแต่งสี แต่งกลิ่นและสารกันบูด เพื่อป้องกันการสะสมของสารแปลกปลอมในร่างกายจากการรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ

 how-to-buy-fish-oil

 รู้หรือไม่?... ทำไมน้ำมันปลา (Fish Oil) ที่สกัดมาจาก ‘ปลาแซลมอน’ ถึงควรหลีกเลี่ยง

     ปลาหลายสายพันธุ์ในโลกถูกนิยมนำมาสกัดทำน้ำมันปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล หรือปลาแองโชวี่ ปลาเหล่านี้ล้วนให้ปริมาณของกรดไขมัน Omega-3 ที่เข้มข้นไม่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่ทานน้ำมันปลาอาจจะไม่รู้ ก็คือ ปลาที่เหมาะกับการนำมาเป็นวัตถุดิบในการสกัดต้องมาจากธรรมชาติถึงจะดีที่สุด ซึ่งในปัจจุบันมีการนำปลาที่เพาะเลี้ยงในฟาร์มมาใช้เป็นวัตถุดิบในการสกัดทำน้ำมันปลามากขึ้น แต่ปรากฏว่าปลาเหล่านี้เสี่ยงต่อการมีสารพิษปนเปื้อนจากอาหารที่ใช้เลี้ยง ซึ่งจะสะสมในตัวปลาและส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์โดยตรงหากบริโภคเป็นประจำ ซึ่งปลาสายพันธุ์ที่ถูกพูดถึงในกรณีดังกล่าวก็คือ ‘ปลาแซลมอน’
    ดังนั้นหากคิดจะทานน้ำมันปลา (Fish Oil) ควรจะต้องพิจารณาเลือกยี่ห้อที่นำวัตถุดิบมาจากปลาที่อยู่ตามธรรมชาติ มาสกัดเป็นน้ำมันปลาจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงสารปนเปื้อนที่มีโอกาสสะสมในร่างกายและส่งผลเสียในระยะยาว 

poison-in-salmon

more-information-buttoncontact-specialist-for-information-button

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้