เทรนด์สุขภาพประจำเดือน กันยายน 2564

เทรนด์สุขภาพประจำเดือน กันยายน 2564

“กินมังสวิรัติ” ไม่ถูกหลักอาจทำร้ายสุขภาพไม่รู้ตัว

     การรับประทานอาหารแบบมังสวิรัติ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพซึ่งช่วยให้ร่างกายได้สารอาหารจำเป็นต่างๆ รวมทั้งยังดีต่อระบบการย่อยอาหาร เนื่องจากไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก

    แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าใจเรื่องการรับประทานอาหารมังสวิรัติไม่ถูกต้องจนทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นบางอย่างซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกรับประทานอาหารมังสวิรัติก็ควรที่จะเข้าใจถึงข้อดี ข้อเสีย และเทคนิควิธีการเลือกรับประทานที่ถูกต้องเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน

ประเภทของอาหารมังสวิรัติแบ่งเป็น

  มังสวิรัติบริสุทธิ์ (Pure Vegetarian หรือ Vegan) เน้นรับประทานอาหารจำพวกพืช ผัก ผลไม้เพียงอย่างเดียว โดยงดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสัตว์ทุกชนิด

  มังสวิรัตินม (Lacto Vegetarian) เน้นรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชรวมทั้งนม ชีส และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากนม

  มังสวิรัติไข่ (Ovo Vegetarian) เน้นรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ธัญพืช  และไข่

  มังสวิรัตินมและไข่ (Lacto-ovo Vegetarian) เน้นรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ธัญพืช รวมทั้งนม ชีส ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และไข่

  มังสวิรัติปลา (Pescatarian หรือ Pesco-vegetarian) เน้นรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ธัญพืช เนื้อปลา และอาหารทะเล

  กึ่งมังสวิรัติ (Semi-vegetarians) เน้นรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชโดยไม่รับประทานเนื้อสัตว์สีแดงหรือสัตว์ใหญ่ แต่จะรับประทานเนื้อปลา เนื้อไก่ นม ชีส ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และไข่

    แม้ว่าการกินอาหารมังสวิรัติจะช่วยควบคุมน้ำหนัก และมีส่วนทำให้ให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดโรคภัยไข้เจ็บ แต่หากกินอาหารประเภทนี้ไม่ถูกหลัก ไม่ถูกสัดส่วน หรือกินอะไรมากเกินไปก็จะส่งผลข้างเคียงที่ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นและเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะ

  เสี่ยงระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเพิ่มโอกาสการเป็นเบาหวาน : ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตมากที่มีทั้งแป้ง น้ำตาล และผลไม้มากเกินไป หรือบางคนเน้นกินผลไม้รสหวานเพียงอย่างเดียวก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสได้รับน้ำตาลมาก เพราะในผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลตามธรรมชาติในปริมาณที่สูง และผลไม้บางชนิดก็มีน้ำตาลสูงมากในระดับที่รับประทานมากๆ จะเป็นอันตราย ฉะนั้นจึงไม่แนะนำให้คนที่รับประทานมังสวิรัติเน้นบริโภคผลไม้เพียงอย่างเดียว เช่นเดียวกับผู้ที่ลดน้ำหนักก็ไม่ควรกินผลไม้อย่างเดียวในมื้อเย็นเช่นกัน เพราะมีโอกาสที่น้ำตาลจะสะสมในช่วงก่อนนอนที่เราไม่ได้ใช้พลังงานนั่นเอง

  อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย : ถึงแม้การรับประทานมังสวิรัติจะเน้นอาหารประเภทพืชผักเป็นหลัก ซึ่งผลดีก็คือจะทำให้ระบบขับถ่ายดี แต่บางคนในแต่ละวันกลับมีพฤติกรรมดื่มน้ำน้อยเกินไปก็มีส่วนทำให้เกิดอาการท้องอืดและท้องผูก ถึงแม้จะรับประทานผักในปริมาณมากก็ตาม การรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยใยอาหารในปริมาณมากมีความจำเป็นที่ร่างกายควรมีน้ำในกระบวนการส่งเสริมการแปรสภาพสารอาหารชนิดนี้มากขึ้น ฉะนั้นผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติหรือวีแกน ก็ควรจะต้องดื่มน้ำมากกว่า 8 แก้วต่อวัน เพื่อป้องกันการขาดน้ำและช่วยในการย่อยผักที่รับประทานเข้าไปด้วย 

 อาการเวียนหัวหรือรู้สึกเหนื่อยง่าย : ปัญหาที่พบบ่อยในคนที่รับประทานอาหารมังสวิรัติจะเน้นการกินผัก แป้ง และไม่กินเนื้อสัตว์ต่างๆ  ก็คือ ร่างกายขาดสารอาหารประเภทโปรตีนและไขมัน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) มีคำแนะนำให้กินไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ยกตัวอย่างเช่นถ้าคนกินอาหาร 2,000 กิโลแคลอรี ก็ไม่ควรกินไขมันอิ่มตัวมากกว่า 22 กรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานที่เพียงพอต่อการใช้งาน อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก ป้องกันเบาหวานชนิดที่ 2 และลดความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย

    ดังนั้นการรับประทานอาหารมังสวิรัติให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายและสุขภาพ จะต้องคำนึงถึงการจัดแบ่งสัดส่วนอาหาร พฤติกรรมการกิน และสภาพร่างกายของแต่ละคน ควรเลือกรับประทานอาหารที่ทดแทนสารอาหารที่ขาดไป หรือเติมเต็มอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องการเพิ่มเติมด้วยอาหารเสริมประเภทต่างๆ เช่น หากขาดโปรตีนก็ควรจะเพิ่มการรับประทานถั่วและธัญพืชเพิ่มขึ้น หรือดื่มเวย์โปรตีนเพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารอย่างเพียงพอ

ขอบคุณข้อมูลจาก : 
1.  https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/481100?adz=
2.  https://www.pobpad.com /อาหารมังสวิรัติดีต่อสุขภาพ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้