เทรนด์สุขภาพประจำเดือน ตุลาคม 2564

เทรนด์สุขภาพประจำเดือน ตุลาคม 2564

     การรับประทานยาคือ วิธีพื้นฐานของการรักษา บรรเทาอาการเจ็บป่วย และป้องกันโรค ถึงแม้จะเป็นวิธีที่หลายคนคุ้นเคย แต่ก็มีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังรับประทานยาอย่างผิดวิธี ซึ่งถึงแม้บางครั้งอาจจะไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษา บรรเทา และป้องกันโรคน้อยลงไป

หลักในการรับประทานยาที่ถูกต้อง

1.  ยาก่อนอาหาร
     เป็นยาที่ต้องรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที และควรจะต้องรับประทานขณะท้องว่าง แต่มีข้อยกเว้นในยาสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบางตัวที่แพทย์แนะนำให้รับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 15 นาที แต่หากลืมรับประทานยาก่อนอาหาร แพทย์แนะนำให้รอหลังจากรับประทานเรียบร้อยอย่างน้อย 2 ชม. เพื่อให้ท้องว่าง แต่หากเวลาใกล้กับอาหารในมื้อต่อไปก็ไม่ต้องรับประทาน แล้วให้รับประทานในมื้อต่อไปได้เลย

2.  ยาหลังอาหาร
     เป็นยาที่ต้องรับประทานหลังเสร็จสิ้นมื้ออาหารประมาณ 15-30 นาที

3.  ยาหลังอาหาร (ทันที)
     เป็นยาที่อาจจะสร้างความระคายเคืองให้กับกระเพาะอาหารได้ แพทย์จึงให้รับประทานทันทีหลังเสร็จสิ้นมื้ออาหาร โดยไม่ต้องรอเหมือนยาหลังอาหารปกติ

4.  ยาก่อนนอน
     ยารับประทานก่อนนอน อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ กลุ่มยานอนหลับเป็นยาที่ควรจะต้องรับประทานก่อนจะเข้านอนประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ยาได้ออกฤทธิ์ขณะนอนหลับได้พอดีกับการนอน และประเภทที่ 2 คือ กลุ่มยาที่ไม่ใช่ยานอนหลับ ควรจะต้องเว้นระยะห่างจากมื้อเย็นอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน

5.  ยาระหว่างมื้ออาหาร หรือยาพร้อมมื้ออาหาร
     เป็นยาที่หลายคนสับสนในการรับประทาน แต่ที่ถูกต้องแล้วคือ เป็นยาที่ต้องรับประทานยาพร้อมกับอาหารคำแรก หรือหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะยาบางชนิดต้องใช้อาหารในการช่วยออกฤทธิ์

6.  ยาที่ทำให้ง่วงซึม
     เป็นยาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ควรที่จะรับประทานเมื่อรู้ตัวว่าจะต้องขับรถ ทำงานในที่สูง หรือทำงานกับเครื่องจักรกลเด็ดขาด

7.  ยาที่ต้องดื่มน้ำตามมากๆ
     เป็นชนิดของยาที่หากต้องการให้ออกฤทธิ์ได้ดี หรือลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงก็ต้องดื่มน้ำในปริมาณที่มากกว่าปกติ

8.  ยาที่ต้องรับประทานทุกๆ 4-6 ชม.
     เป็นชนิดยาที่ห้ามรับประทานยาซ้ำก่อนเวลาที่กำหนด เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากยาได้ 

9.  ยาที่ต้องรับประทานติดต่อกันจนหมด
     หลายคนมีปัญหากับการรับประทานยาประเภทนี้ เนื่องจากรับประทานไม่ครบตามที่แพทย์หรือเภสัชกรสั่ง ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาน้อยลง ดังนั้นเพื่อปัองกันการดื้อยา ยาประเภทนี้ต้องรับประทานติดต่อกันหมด

10.  ยาที่รับประทานตามอาการ
     เป็นชนิดของยาที่ไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานต่อเนื่อง ให้รับประทานเฉพาะตอนที่มีอาการเท่านั้น


ขอบคุณข้อมูลจาก : 

1.  โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/118-how-to-take-medicine
2.  คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล https://med.mahidol.ac.th/ramapharmacy/th/howtotakemedicines

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้