อย่าชะล่าใจ!! PM 2.5 เพราะน่ากังวลกว่าทุกปี

อย่าชะล่าใจ!! PM 2.5 เพราะน่ากังวลกว่าทุกปี

อย่าชะล่าใจ!! PM 2.5 เพราะน่ากังวลกว่าทุกปี

   หลายวันมานี้ไม่ว่าจะออกไปไหนก็ต้องเจอกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ปกคลุมในหลาย ๆ พื้นที่และยังพบว่าค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ไม่น้อย  ทำให้หลายคนต้องเผชิญท่ามกลางอากาศที่มีมลพิษสูง และสูดหายใจเข้าไปในทุกๆ วัน จึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน เนื่องจากฝุ่น PM2.5 ถูกพิจารณาว่าเป็นมลพิษที่มีผลกระทบกับสุขภาพมากที่สุดในบรรดามลพิษทางอากาศโดยทั่วไป เนื่องด้วยขนาดที่เล็กมาก  PM2.5 สามารถเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของเราได้นั่นเอง

   เมื่อร่างกายเราได้รับฝุ่น PM2.5 เป็นจำนวนมากฝุ่นก็จะเริ่มกระจายไปทั่วร่างกายและเป็นสาเหตุของผลกระทบด้านสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการ ‘โรคภูมิแพ้กำเริบ’ จากการสูดดมฝุ่นเป็นระยะเวลานาน บางคนมีอาการแสบตา แสบจมูก แพ้ฝุ่น ไอ มีเสมหะ หายใจไม่สะดวก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพไปด้วย

   ดังนั้นการเตรียมตัวรับมือกับฝุ่น PM2.5 เพื่อดูแลร่างกายของเราให้แข็งแรงและพร้อมรับมือกับผลกระทบด้านสุขภาพที่มาพร้อมกับฝุ่น PM2.5 ได้อย่างทันท่วงที วันนี้ Mega We care มีเคล็ดลับการดูแลตัวเองในสภาวะ PM 2.5 พร้อมรายชื่อยาและวิธีป้องกันตัวเองในสภาวะฝุ่น PM2.5  ดังนี้  

ยาที่ควรมีติดตัวไว้ เมื่อต้องเผชิญกับสภาวะ ฝุ่น PM2.5 

 1 . ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก:  อย่างที่กล่าวมาโรคที่คนส่วนใหญ่มักเจอคือ ‘โรคภูมิแพ้กำเริบ’ จากการสูดดมฝุ่นเป็นระยะเวลานาน เมื่อมีอาการจะส่งผลให้น้ำมูกไหล จาม คันตา น้ำตาไหล คันจมูก หรือคันคอ ซึ่งยาที่แนะนำจะเป็นกลุ่มยาแก้แพ้ (Antihistamine) ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคภูมิแพ้ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้แพ้รุ่นที่ไม่ง่วง เช่น ลอราทาดีน (Loratadine) , เซทิริซีน (Cetirizine) และออกฤทธิ์นานถึง 24 ชั่วโมง เนื่องจากยาแก้แพ้รุ่นแรก เช่น คลอเฟนิลามีน  นอกจากมีผลข้างเคียงจะทำให้ง่วงแล้ว ยังทำให้คอแห้ง เสมหะ เหนียวข้น ขับออกยากได้ ทำให้อาการไอ หนักขึ้น นั้นเอง และไม่สามารถคุมอาการได้ตลอดทั้งวัน

2.โพรไบโอติกส์ (Probiotics) : เป็นจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย โพรไบโอติกส์ที่ได้รับความนิยมในการรับประทานเพื่อสุขภาพจะเป็นกลุ่มแบคทีเรียที่มีชื่อว่า แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และบิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) ซึ่งจัดเป็นแบคทีเรียชั้นดี โดยทั่วไปจะมีหลายสายพันธุ์ที่มีความสามารถแตกต่างกันออกไป การเลือกใช้เพื่อการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ควรเลือกสายพันธุ์เฉพาะที่ระบุชัดเจนว่ามีสรรพคุณช่วยลดอาการภูมิแพ้และบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือสามารถสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายจนกระทั่งหายจากการแพ้สิ่งนั้นๆ ได้

 3. สเปรย์น้ำเกลือพ่นจมูก: ช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ เช่น มีอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล และมีส่วนช่วยทำให้จมูกโล่งและหายใจได้สะดวกขึ้น    

4. วิตามินซี1,000 mg: วิตามินซีปริมาณสูง มีคุณสมบัติเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ผลการวิจัยพบว่าวิตามินซีช่วยเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว โดยมีผลทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย ไม่ตกค้างในร่างกาย แนะนำขนาด 1,000 – 3,000 มก.ต่อวัน

5. เอ็กไคนาเซีย: เป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมระดับสากล มีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมได้ดียิ่งขึ้น สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ และช่วยบรรเทาอาการหวัดและโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ

วิธีป้องกันตัวเองในสภาวะฝุ่น PM2.5 

1.   สวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หรือ สวมหน้ากาก N95 เมื่อต้องออกจากบ้านหรืออาคาร
2.  หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง เเละงดออกกำลังกาย
3.  ติดตามรายงานสภาพอากาศและระดับ PM 2.5 อย่างสม่ำเสมอ
4.  ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคภูมิแพ้ โรคปอด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตเรื้อรัง ควรลดการอยู่กลางแจ้ง

  

   เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ เคล็ดลับการดูแลตัวเองในสภาวะ PM 2.5 พร้อมรายชื่อยาและวิธีป้องกันตัวเองในสภาวะฝุ่น PM2.5 ที่ Mega We care  อย่างไรก็ตามสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญเสมอควรดูแล ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ประโยชน์ เพื่อส่งเสริมร่างกายให้พร้อมรับทุกสถานการณ์โดยเฉพาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหวัดและโรคภูมิแพ้ เพราะไม่ว่าจะฤดูกาลไหน การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน...ด้วยความห่วงใยจาก_ MEGA We care      

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้