เทรนด์สุขภาพประจำเดือนธันวาคม 2564

เทรนด์สุขภาพประจำเดือนธันวาคม 2564

     ทุกการเฉลิมฉลอง ทุกงานสังสรรค์รื่นเริงและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นของคู่กัน และก็คงจะไม่เป็นปัญหาหากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ และไม่สร้างความเดือดร้อนหรือสูญเสียให้กับใคร แต่หากดื่มมากเกินไปจนขาดสติ โทษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและชีวิตมันมากเกินกว่าที่คาดคิด

     แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความเห็นไว้ว่า “ความทนทานต่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิเช่น โรคประจำตัว ปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม และระบบเผาผลาญแอลกอฮอล์ในร่างกายของแต่ละคน”

     จากข้อมูลพบว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในระยะเวลาสั้น ๆ หรือ การดื่มหนัก ดื่มเร็ว อันตรายกว่าการค่อย ๆ ดื่ม เพราะการดื่มอย่างรวดเร็วมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลันได้ โดยระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจะขึ้นสูงสุดภายในระยะเวลาเฉลี่ยเพียง 45 นาที และมีระยะเวลาการออกฤทธิ์ในร่างกายตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่ม

        ต่อข้อถามที่ว่า ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดแต่ละระดับ จะส่งผลต่ออาการทางร่างกายอย่างไรบ้าง? สรุปง่ายๆ ได้ดังนี้

       ดื่มเหล้า 4 แก้ว แก้วละ 1 ฝา (ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 30 mg%) = ร่าเริงกว่าปกติ การยับยั้งชั่งใจลดลง
       ดื่มเหล้า 6 แก้ว แก้วละ 1 ฝา (ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 50 mg%) = พูดเสียงดัง ฟังไม่ค่อยได้ชัด ความสามารถในการขับขี่ลดลง
       ดื่มเหล้า 12 แก้ว แก้วละ 2 ฝา (ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 100 mg%) = เดินเซ พูดไม่รู้เรื่อง การตอบสนองช้าลง
       ดื่มเหล้า 24 แก้ว แก้วละ 2 ฝา (ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 200 mg%) = สูญเสียความจำบางส่วน มีอารมณ์เศร้าหรือฉุนเฉียวง่าย
       ดื่มเหล้ามากกว่า 24 แก้ว แก้วละ 2 ฝา (ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 400 mg% ) = ขาดสติโดยสมบูรณ์ มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต

*หมายเหตุ ดื่มมาตรฐาน (Standard Drink) คือ เครื่องดื่มมาตรฐานของแอลกอฮอล์แต่ละประเภท ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์จะขึ้นอยู่กับดีกรีของเครื่องดื่มประเภทนั้น
          เบียร์ 1 กระป๋อง = แอลกอฮอล์ 330  มิลลิกรัม
          ไวน์ 1 แก้ว = 100 มิลลิกรัม
          เหล้า 3 ฝา = 30 มิลลิกรัม
โดยปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเพศ ส่วนสูง และน้ำหนัก

     แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังระบุต่ออีกว่า “อวัยวะในร่างกายที่จะถูกทำลายหากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ ตับ ไต หัวใจ สมอง และอวัยวะในช่องทอง ยิ่งดื่มมาก ดื่มถี่ก็ยิ่งทำลายอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมากขึ้น”

        ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอวัยวะต่าง ๆ จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

       ตับ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไขมันพอกตับ ทำให้ตับโต ตับอักเสบ ตับแข็ง หรือเป็นมะเร็งตับ
       ไต การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ไตทำงานหนัก เสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตวาย
       หัวใจ จากข้อมูลพบว่านักดื่มหลายรายมักมีอาการใจสั่น มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ และหากดื่มในปริมาณมากอย่างรวดเร็วอาจทำให้หัวใจหยุดเต้น
       สมอง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย เสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตก เป็นโรคความจำเสื่อมได้ง่ายกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ดื่ม
       ช่องท้อง โดยเฉพาะกระเพาะอาหารมักจะเกิดการระคายเคือง บางรายที่เกิดการอักเสบรุนแรง อาจอาเจียนเป็นเลือด และเสี่ยงเปนโรคมะเร็งได้มากกว่าคนทั่วไปที่ไม่ดื่มถึง 3 เท่า

     การลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาสุขภาพที่มีสาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ควรลดปริมาณการดื่มลง หากจำเป็นต้องดื่มควรระมัดระวังไม่ดื่มปริมาณมากในระยะเวลาสั้น ๆ และไม่ควรดื่มจนเกินลิมิตของตนเอง และเมื่อลดจำนวนการดื่มได้แล้วก็พยายามเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :

1. https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=29994
2. https://sciblogs.co.nz/visibly-shaken/2010/04/13/drinking-and-driving-how-much-is-too-much/
3. https://today.line.me/th/v2/article/7Pa7xJ
4. https://news.thaipbs.or.th/content/284476

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้