กลิ่นปาก ลมหายใจเหม็น ต้นเหตุอาจมาจาก"ระบบทางเดินอาหาร"

กลิ่นปาก ลมหายใจเหม็น  ต้นเหตุอาจมาจาก"ระบบทางเดินอาหาร"

กลิ่นปาก ลมหายใจเหม็น  ต้นเหตุอาจมาจาก"ทางเดินอาหาร"

  สนใจหัวข้อไหน...คลิกเลย

   ลิ่นปาก ลมหายใจเหม็น  ต้นเหตุอาจมาจาก"ทางเดินอาหาร"

  อีกสาเหตุของกลิ่นปาก อาจมาจาก “ระบบทางเดินอาหาร” 

   วิธีแก้ปัญหากลิ่นปากจากระบบทางเดินอาหาร 

    เมื่อคุณมีกลิ่นปาก และลมหายใจของคุณมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปัญหาเหล่านี้ล้วนสร้างความลำบากใจและส่งผลถึงบุคลิกภาพที่ทำให้ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน  แต่ทราบหรือไม่ปัญหากลิ่นปากและลมหายใจที่ไม่พึงประสงค์ อาจกำลังบ่งบอกถึงปัญหาทางสุขภาพที่มาจาก “ระบบทางเดินอาหาร” อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้สามารถรักษาและป้องกันได้ หากเราทำความเข้าใจและรู้สาเหตุที่แน่ชัด 

อีกสาเหตุของกลิ่นปาก อาจมาจาก “ระบบทางเดินอาหาร”

   ปัญหาระบบทางเดินอาหารเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากและลมหายใจเหม็น เนื่องจากเศษอาหารหรือแก็ชย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร และในช่องปากจึงทำให้มีกลิ่นตีกลับขึ้นมาซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้

1. โรคกรดไหลย้อน : เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับมายังหลอดอาหารเข้าสู้ลำคอ ส่งผลให้เกิดกลิ่นปาก และมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และคลื่นไส้

2. โรคกระเพาะอาหาร : เกิดจากกระเพาะอาหารที่ผิดปกติ ทำให้ลมหายใจมีกลิ่น เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง และหรือโรคแผลในกระเพาะอาหาร

3. การย่อยอาหารที่ไม่สมบูรณ์ : เกิดจากการเคี้ยวอาหารที่ไม่ละเอียด จึงทำให้เกิดการหมักหมมในลำไส้ เมื่ออาหารอยู่ในกระเพาะนานเกินไปจะมีก๊าชเกิดขึ้น ทำให้เกิดอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง เรอมีกลิ่นเหม็นออกมา  

วิธีแก้ปัญหากลิ่นปากจากระบบทางเดินอาหาร 

  ตรวจสุขภาพช่องปาก 6 เดือนถึง 1 ปี : การตรวจสุขภาพช่องปากและฟันเป็นประจำจะช่วยให้สามารถป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดจากแบคทีเรียและโรคแทรกซ้อนต่างๆ
  ดื่มน้ำให้เพียงพอ 8 แก้ว / วัน : เพื่อช่วยขจัดแบคทีเรียและช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในช่องปาก
  งดอาหารมื้อดึก และรับประทานอาหารให้ตรงเวลา
  รับประทาน ผัก ผลไม้ เป็นประจำทุกวัน
  เลี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ จะช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้อย่างถาวร
  ไม่เครียด หากิจกรรมผ่อนคลาย
  พบแพทย์ หากมีอาการเรื้อรัง

    นอกจากการดูแลด้วยวิธีแก้ปัญหากลิ่นปากจากระบบทางเดินอาหารจากข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหากลิ่นปากควบคู่กับอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง เรอเหม็น การเลือกดูแลด้วยสมุนไพรที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายอย่าง เปเปอร์มิ้นต์ สเปียร์มิ้นต์ และเมล็ดยี่หร่าหวาน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดีๆที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วดังนี้

1. เปเปอร์มิ้นต์ (Peppermint Oil) : มีฤทธิ์ช่วยในการขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้เย็นสบายท้อง อีกทั้งยังช่วยลดอาการลำไส้แปรนปรวน (IBS)

2. สเปรียร์มิ้นต์ (Spearmint Oil ) : ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เย็นสบายท้อง ช่วยขับลม ลดอาการปวดเกร็งท้อง กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารและการหลั่งน้ำดี และช่วยให้ได้กลิ่นหอมของมิ้นต์  

3. เมล็ดยี่หร่าหวาน (Fennel Oil) : เป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นเรื่องกลิ่นหอม ช่วยดับกลิ่นปากจากอาหารรุนแรง และช่วยให้ทางเดินอาหารเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น รวมถึงลดการปวดเกร็งท้อง นอกจากนี้เมล็ดยี่หร่าหวานยังได้รับรองจากสถาบันประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสมุนไพรที่ได้รับใบอนุญาตจากประเทศเยอรมนี (Commission E) 

  คงจะได้ทราบถึงประโยชน์ของ 3 สมุนไพรอย่าง เปเปอร์มิ้นต์ สเปียร์มิ้นต์ และเมล็ดยี่หร่าหวาน กันเป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดให้อยู่ในรูปแบบเม็ด ซึ่งสามารถพกพาได้อย่างสะดวก สบาย ไม่ว่าจะอยู่สถานการณ์ไหน คุณก็จะมีลมหายใจที่หอมสดชื่น เรอหอม ตลอดเวลา ด้วยความห่วงใยจาก Mega We Care

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้