เทรนด์สุขภาพประจำเดือนกรกฎาคม 2565

เทรนด์สุขภาพประจำเดือนกรกฎาคม 2565

เมื่อคนใกล้ตัวเป็นซึมเศร้า เราควรทำอย่างไร?

สังคมปัจจุบันกับโรคซึมเศร้า

     ในเวลาเพียงไม่กี่ปี สื่อต่างๆ มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าที่มากขึ้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโรคที่ควรตระหนักว่าโรคซึมเศร้าใกล้ตัวเรากว่าที่คิด แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เข้าใจถึงโรคซึมเศร้าและยังไม่รู้ข้อมูลที่ถูกต้องหากมีคนใกล้ชิดเป็นโรคซึมเศร้า เพราะนอกจากการรักษาจากจิตแพทย์ การใช้ยา และการบำบัดอย่างถูกวิธีแล้ว ยังต้องอาศัยความเข้าใจของคนใกล้ชิดอีกด้วย

     โรคซึมเศร้า หรือ ภาวะซึมเศร้า ภัยเงียบที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น  มีการเผยแพร่ข้อมูลของศูนย์โรคซึมเศร้าไทย กรมสุขภาพจิตเมื่อช่วงต้นปี 2565 ได้ระบุเอาไว้ว่า คนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึง 1.5 ล้านคน โดยผู้ป่วยจำนวน 100 คน สามารถเข้าถึงการรักษาเพียง 28 คนเท่านั้น และทำให้คนไทยที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากว่า 70% เสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ในคน 20 คน จะพบคนที่มีภาวะซึมเศร้า 1 คน ถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย

     โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้ามาจากความเครียดสะสมจากการทำงานภายใต้ความกดดัน หรือสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน  แต่โรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากสาเหตุเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย หากร่างกายอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ ร่างกายขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่สามารถทำให้เกิด โรคซึมเศร้าได้ เพราะการเริ่มเกิดโรคซึมเศร้ามักมีสิ่งกระตุ้นบางอย่าง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ผู้ที่มีอาการเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าและบ่งชี้ถึงภาวะความผิดปกตินี้จึงจำต้องได้รับการช่วยเหลือ

‘โรคซึมเศร้า’ (Depression) คือ

โรคซึมเศร้า คือโรคทางจิตเวชอย่างหนึ่งเกิดจากความผิดปกติของสมอง จากการศึกษาทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่า “โรคซึมเศร้ามีความเชื่อมโยงของสารสื่อประสาทในสมองที่ไม่สมดุล 3 ชนิด ได้แก่ เซโรโทนิน (serotonin) นอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) และโดปามีน (dopamine)” ทำให้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม รวมถึงสุขภาพร่างกาย

10 พฤติกรรมที่เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า

  • รู้สึกหม่นหมองตลอดทั้งวัน
  • มีความทุกข์จนอยากร้องไห้
  • ไม่มีความสุข ไม่สนุกกับสิ่งที่เคยชอบและเคยทำ
  • สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง มองโลกในแง่ร้าย
  • ไม่อยากเจอใคร ไม่เข้าสังคม อยากอยู่คนเดียว
  • รู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่า
  • ไม่มีสมาธิในการทงาน
  • เชื่องช้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • หลับยาก หลับไม่สนิท หลับแล้วตื่นกลางดึก
  • มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

     โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้หลายระดับ โดยอาการเหล่านี้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้สงสัยอาการของตัวเองหรือคนใกล้ชิด ว่ามีอาการของโรคซึมเศร้าหรือไม่ หากมีอาการไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเกิดอาการที่รุนแรงมากขึ้น ควรได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยโรคซึมเศร้านั้นสามารถรักษาหายได้ด้วยการกินยาอย่างน้อย 6-9 เดือน หรือรักษาด้วยจิตบำบัด

     มักมีหลายคนที่สับสนระหว่างโรคซึมเศร้ากับโรคแพนิค ซึ่งโรคแพนิคคือโรควิตกกังวลชนิดหนึ่ง หรือที่เรียกว่า ‘โรคตื่นตระหนก’ มีอาการรู้สึกกลัว มือสั่น ใจสั่น แน่นหน้าอก เหงื่อแตก ตัวชา ตื่นตระหนกแบบไม่คาดคิดมาก่อน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ จนบางครั้งกระทบต่อตชีวิตประจำวัน โดยมีปัจจัยมาจากความเครียดสะสม และระดับฮอร์โมนในร่างกาย

การรักษาโรคซึมเศร้าในปัจจุบัน

     1. การรักษาด้วยยาเป็นการรักษาวิธีหลัก ช่วยปรับสารสื่อประสาทในสมองให้สมดุล โดยระยะเวลาในการรักษาสำหรับผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าครั้งแรก  ผู้ป่วยมักมีโอกาสกำเริบได้ถึง 80% ทั้งนี้การกินยาและระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

     2. การรักษาด้วยจิตบำบัดมักใช้เป็นวิธีการรักษาควบคู่กับการรักษาด้วยยา ในการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะเป็นการพูดคุยกับจิตแพทย์ ช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจตัวเองมากขึ้น สามารถบอกสาเหตุที่ทำให้ตัวเองเป็นซึมเศร้า เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมที่สุด

     3. การรักษาด้วยอุปกรณ์ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยส่วนใหญ่ใช้ในผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาไม่ได้ผล มีข้อห้ามในการให้ยารักษา หรือมีอาการรุนแรงแบบเฉียบพลันที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูง

วิธีการดูแลคนเป็นซึมเศร้า

     1. เข้าหาและยินดีที่จะช่วยเหลือ พร้อมรับฟังอย่างตั้งใจและเข้าใจ
     2. พาไปพบจิตแพทย์และไปเป็นเพื่อนเสมอ เมื่อถึงวันตรวจตามนัด
     3. ดูแลให้กินและนอนเป็นเวลาทุกวัน
     4. ทำความเข้าใจและหาความรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าให้มากขึ้น
     5. ชวนออกกำลังกายและร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน
     6. หากผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าบอกไม่อยากมีชีวิตอยู่หรือคิดทำร้ายตัวเอง ไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียว

     โรคซึมเศร้าเป็นการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ความอ่อนแอทางจิตใจ โดยจะมีความรู้สึกไม่สบายใจ เป็นทุกข์ เศร้า ท้อแท้ และเบื่อหน่าย โรคซึมเศร้าจะเป็นนานหรือไม่...ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค แต่โรคซึมเศร้าสารมารถรักษาหายให้ได้  การรักษาต้องใช้เวลานาน อย่างน้อย 6-9 เดือน แต่สิ่งที่สำคัญคือการดูแลด้วยความตั้งใจและอดทน จากเพื่อน ครอบครัว และคนใกล้ชิด มีส่วนช่วยให้ภาวะซึมเศร้าหายเร็วขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :

สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้