อาการชา... ที่ไม่อยากให้ชิน

อาการชา... ที่ไม่อยากให้ชิน

รู้ทัน 'อาการชา' ที่ต้องรักษาทั้งต้นเหตุ และปลายเหตุ

   ระบบประสาทอักเสบ
         คือ ภาวะที่ระบบประสาทบางส่วนถูกทำลายหรือเสื่อมลง ทำให้การนำกระแสประสาทไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเสียไปหรือช้าลง ซึ่งต้นตอเกิดจากภาวะที่ร่างกายมีอนุมูลอิสระเกินกว่าที่จะกำจัดได้ โรคนี้มักพบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยอาการที่พบบ่อย คือ อาการชา ซึ่งมักจะเริ่มจากชาที่ปลายเท้าทั้งสองข้างแล้วเป็นมากขึ้นจนสังเกตว่ามีอาการชาที่ปลายมือด้วย
     สาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากพิษสุราเรื้อรัง การขาดวิตามินบี การได้รับโลหะหนักสะสมในร่างกาย เช่น คนที่ใช้ยาฆ่าแมลง ได้รับสารหนู และสารตะกั่วเป็นประจำ ซึ่งถ้าไม่รีบหาสาเหตุ และปล่อยให้ลุกลาม  อาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ที่รุนแรงขึ้น เช่น เกิดแผลที่เท้า เกิดอาการแน่นท้อง อาเจียน ท้องร่วงหรือท้องผูก ควบคุมการปัสสาวะไม่ได้ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

   รักษาโรคระบบประสาทอักเสบ อย่างตรงจุด
          ในการรักษาต้องตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดก่อน  อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์หรือตรวจพิเศษอื่นๆ แล้วให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ เช่น ถ้าเกิดจากเบาหวาน ต้องควบคุมระดับน้ำตาล  ถ้าเกิดจากโรคเหน็บชา ต้องรักษาด้วยกลุ่มวิตามินบี  ถ้าเกิดจากโรคพิษสุราเรื้อรัง ต้องลดปริมาณแอลกอฮอล์ลง เป็นต้น  และถ้ามีอาการแขนขาอ่อนแรงเกิดขึ้น อาจให้การรักษาทางกายภาพบำบัดร่วมด้วย ซึ่งการรักษาอย่างตรงจุด จะช่วยให้หายขาดได้ 

  ยารักษาระบบประสาทอักเสบ มี 2 กลุ่ม ได้แก่
         รักษาด้วยกลุ่มวิตามินบี ช่วยบรรเทาอาการชาและซ่อมแซมเส้นประสาท
        'วิตามินบี' มีความจำเป็นต่อการบำรุงระบบประสาท มีส่วนช่วยในการสร้างสื่อประสาท และช่วยซ่อมแซมเส้นประสาท จึงส่งผลต่อการลดอาการชาปลายมือปลายเท้าได้ กลุ่มวิตามินบีดังกล่าวได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 6  กรดโฟลิค และวิตามินบี 12 และสำหรับวิตามินบี 12 จากหลายการวิจัยพบว่า การที่ร่างกายได้รับวิตามินบี 12  วันละ 1,500 ไมโครกรัม ต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ สามารถช่วยรักษาอาการระบบประสาทอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เพราะวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการดูแลซ่อมแซมเยื่อหุ้มประสาท  

          รักษาด้วยกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาที่ต้นเหตุของอาการชา และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
         ในผู้ป่วยเบาหวาน พบการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายปริมาณสูงมาก (Oxidative stress) ทำให้เกิดการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ เร็วขึ้น จากการศึกษาพบว่า แม้ผู้ป่วยเบาหวานจะพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้วก็ตาม แต่มากกว่า 20% ของผู้ป่วยก็ยังเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น โดยระยะแรกเริ่ม อาจพบปลายประสาทเสื่อม ปวดเจ็บ ชาตามปลายมือปลายเท้า ระยะต่อมาจะทำให้ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ ไต การย่อยอาหารผิดปกติ  ดังนั้นการรักษาระบบประสาทอักเสบที่ต้นเหตุ จึงจำเป็นต้องใช้กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อที่จะช่วยป้องกันหรือลดภาวะอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอาการชา และระบบประสาทอักเสบ ได้แก่ วิตามินอี แอลฟ่าไลโปอิคแอซิด สังกะสี โครเมียม คอปเปอร์ แคโรทีนอยด์ เป็นต้น