เครียดหรือไม่เครียด... ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง

เครียดหรือไม่เครียด... ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง

ต้องยอมรับว่า ความเครียดเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ถ้าเรามีความเครียดในระดับที่เหมาะสม จะส่งผลดีในการช่วยให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้น ช่วยให้มุ่งมั่นทำงานได้สำเร็จ ถ้ามีความเครียดที่น้อยเกินไปจะทำให้เฉื่อย ขาดแรงจูงใจ    และถ้ามีความเครียดในระดับที่มากเกินไป และเกิดขึ้นต่อเนื่องสะสมจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากมาย

   คุณมีความเครียดสูงเกินไปหรือเปล่า?
         อาการหัวใจเต้นแรง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือปวดท้องเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ นี่คือสัญญาณที่กำลังจะบอกว่ากำลังตกอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกวิธี จะส่งผลกระทบต่อจิตใจ กลายเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล ส่งผลให้คุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล รวมทั้งหน้าที่การงานแย่ลง ถึงเวลาที่ต้องหยุดและคุมความเครียดไม่ให้พุ่งสูงไปมากกว่านี้ด้วยเคล็ดไม่ลับ 5 ข้อนี้

1.  รู้จักการแบ่งงาน
       การแบ่งงานเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการจัดการ การแบ่งงานอย่างเหมาะสมจะช่วยประหยัดเวลา พัฒนาศักยภาพตนเองและเพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน และนำไปสู่ความสำเร็จ หากคุณอยู่ในระดับหัวหน้า การแบ่งงานต้องเริ่มจากการหาคนรับผิดชอบงานตามความเหมาะสมก่อน จากนั้นคือการอธิบายว่าเหตุใดจึงต้องแบ่งงานให้ทำ ที่สำคัญ ต้องกำหนดวันส่งงาน และช่วยซัพพอร์ต หากเกิดปัญหาขึ้น

2.  หัดบริหารเวลาให้เป็น
       สำหรับผู้ที่บริหารเวลาเป็น จะจัดการร่างแผนว่าสิ่งที่ต้องทำมีอะไรบ้าง โดยโฟกัสกับงานที่สำคัญหรือด่วนที่สุดก่อน และจัดตารางเวลา โดยจดลิสต์สิ่งที่ต้องทำออกมาตามเวลาที่กำหนด มีความมานะพยายามในสิ่งที่ทำ และหลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่ง อย่าคิดทุกอย่างในหัว  เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของอาการจับจด สิ่งที่ควรทำคือ จดสิ่งที่ต้องทำ รวมทั้งการนัดหมาย และเดดไลน์ลงไปสมุด และเรียงลำดับสิ่งที่ต้องทำก่อน-หลัง

3.  เรียงลำดับความสำคัญ ก่อน-หลัง
       ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการใช้ชีวิตส่วนตัว ต้องตัดสินใจว่าอะไรสำคัญ และอะไรคือสิ่งที่ยังไม่จำเป็น ในแง่ของการทำงาน ต้องตัดสินใจว่าอะไรสำคัญที่สุดต้องทำให้เสร็จก่อน และอะไรคือสิ่งสำคัญอย่างถัดๆ ไป

4.  หาเวลาพักผ่อนบ้าง
       การหาเวลาพักผ่อนพักสมองในแต่ละวันบ้าง ถึงแม้ว่าจะมีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็ตาม ควรสร้างช่วงเวลาส่วนตัวของคุณที่ไม่ให้อะไรหรือใครเข้ามารบกวน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณเองควรแบ่งเวลาไว้สำหรับทำในสิ่งที่ชอบ และไม่ควรให้กิจกรรมที่อยากทำไปขึ้นอยู่กับความต้องการของคนอื่น จนขาดความสุขในช่วงเวลาพักผ่อนส่วนตัว

5.  ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ   
       การทานอาหารถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตแต่ก็ต้องทานอาหารที่มีประโยช์ การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเน้นผักผลไม้ รวมทั้งอาหารที่ให้วิตามินบี ปริมาณสูง ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ธัญพืช นม ไข่แดง ผักสีเขียว และถั่วชนิดต่างๆ จากการศึกษา พบว่าการทานวิตามินบีเป็นประจำสามารถช่วยให้สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดีขึ้น ลดความเครียด รู้สึกประปรี้กระเปร่ามากขึ้น และมีปฏิกิริยาการตอบสนองที่เร็วขึ้น