ทิ้งท้ายบั้นปลายของชีวิตด้วยความสุขที่ยิ่งกว่า

ทิ้งท้ายบั้นปลายของชีวิตด้วยความสุขที่ยิ่งกว่า

มาทำให้ ‘วัยทอง’ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข
     วัยทอง (golden age) หมายถึง วัยแห่งความสำเร็จในชีวิตการงานและเพียบพร้อมด้วยทรัพย์สิน แต่สุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจนั้นถูกบั่นทอนความสุขในชีวิตลงจากสาเหตุมาจากความเสื่อมของร่างกายตามอายุที่มากขึ้น และความบกพร่องของฮอร์โมนเพศ ซึ่งมีอิทธิพลต่อบทบาทในการทำหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ และภาวะผิดปกติบางชนิดอาจมีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 40-59 ปี ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ก็คือ “วัยทอง”
     ปัจจุบันคนไทยมีอายุเฉลี่ย 70-80 ปี ซึ่งบ่งบอกถึงความมีอายุยืนยาวมากขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องหันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพร่างกายเพิ่มมากขึ้นจากเดิมเช่นกัน ยิ่งในช่วงวัยทองอายุเข้าหลักสี่ ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก ลองสังเกตการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง วิธีการดูแลตัวเองเมื่อเข้าสู่วัยทองไว้ดูแลคนรอบข้าง และตัวเองให้มีสุขภาพดี

   ผู้หญิง & ผู้ชายวัยทอง
           ผู้หญิง       
              เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ร่างกายเปลี่ยนโหมดเข้าสู่ช่วงของวัยทอง ระบบฮอร์โมนภายในร่างกายจะสร้างฮอร์โมนน้อยลง ตัวอย่าง การมีประจำเดือนน้อยลง หรือหมดประจำเดือน ซึ่งจะเริ่มหมดประจำเดือนช่วงอายุ 45-50 ปี เป็นต้นไป เนื่องจากรังไข่ไม่ผลิตฮอร์โมนเพศอีกต่อไป ฮอร์โมนเพศนี้มีชื่อว่า เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน รวมถึงความแข็งแรงของกระดูกจะลดลง ระดับโคเลสเตอรอลจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

           ผู้ชาย
              ความเชื่อที่ว่า... ผู้ชายจะคงความเป็นชายและร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเพศไปตลอดชีวิต ส่วนผู้หญิงนั้นเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้วรังไข่จะหยุดการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้เกิดกลุ่มอาการต่างๆ ทั้งทางด้านร่างกายจิตใจ และอารมณ์ แท้ที่จริงแล้ว เมื่ออายุย่างเข้าวัย 40 ปีขึ้นไป การสร้างฮอร์โมนเพศชายจะลดลงอย่างสม่ำเสมอทุกปี เมื่อระดับของฮอร์โมนเพศชายลดลงถึงระดับหนึ่ง จะเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายไปบางส่วน ทำให้เกิดอาการต่างๆคล้ายกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

        ภาวะลดลงของฮอร์โมนเพศชายดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อผู้ชายย่างเข้าสู่วัยกลางคน และอาการต่างๆ จะแสดงออกเมื่อระดับฮอร์โมนเพศชายลดลงกว่าระดับปกติของร่างกายประมาณ 20 เปอร์เซนต์ โดยพบว่าเมื่อผู้ชายอายุย่างเข้า 40 ปีการสร้างฮอร์โมนเพศชายจะลดลงปีละ 1 เปอร์เซนต์ และอาการต่างๆ อันเป็นผลมาจากการขาดฮอร์โมนเพศชายจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่เกิดขึ้นรวดเร็วและอาการมากเหมือนผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน


   การดูแลร่างกายเมื่อสำหรับวัยทอง
         เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเข้าสู่วัยทองได้ แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และร่างกายในช่วงดังกล่าว เราก็สามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำได้ดังนี้

1.  การเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว
     เมื่อร่างกายเข้าสู่ช่วงวัยทอง ผิวพรรณย่อมเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แต่สิ่งที่สามารถช่วยชะลอการหย่อนคล้อย เหี่ยวยาน คือการดูแลรักษาผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิว ทั้งครีมบำรุง มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เข้ากับสภาพผิวของตัวเองเพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับผิว
2.  จัดการกับความเครียดและควบคุมอารมณ์
     หากิจกรรมที่ชอบทำ อย่างการอ่านหนังสือ จัดสวน ปฎิบัติธรรม หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยสร้างความบันเทิง ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตให้แข็งแรงอยู่เสมอ
3.  พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
     สูตรการพักผ่อนที่อยู่ในตำราของทุกเล่ม การนอนอย่างน้อยวันละ 6- 8 ชั่วโมง คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกเพศ ยิ่งในผู้ชายฮอร์โมนเพศชายจะสร้างขึ้นในตอนกลางคืนขณะที่หลับสนิท ดังนั้นการนอนให้เพียงพอจะส่งผลดี ยิ่งนอนหัวค่ำก็จะยิ่งดีที่สุด
4.  ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
     สิ่งนี้จำเป็นสำหรับการดูแลอารมณ์และเพิ่มความแข็งแรงให้กับวัยทอง แต่ต้องเลือกการออกกำลังกายแบบไม่หักโหม เช่น วิ่งเหยาะๆ รำไทเก็ก โยคะ หรือการเต้นรำ เพื่อให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อน ทั้งยังเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันทางสังคมได้พบเจอเพื่อนฝูงได้อีกทางหนึ่ง
5.  เลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
     นอกเหนือจากเลือกทานโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ผักและผลไม้แล้ว ควรเพิ่มเติมอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่าง นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ งาดำ ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว ไปด้วย ซึ่งสารอาหารนี้สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลสูง จำพวก ไข่แดง ปลาหมึก และหอยนางรมอย่างเข้มงวด
6.  งดสูบบุหรี่และดื่มเหล้า
     ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ควรงดสูบบุหรี่ และดื่มเหล้าเป็นประจำ ซึ่งสองพฤติกรรมนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายแทบทุกระบบให้เสื่อมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
7.  ตรวจร่างกายเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
     เพราะโรคบางโรคไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นการตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำจะทำให้ทราบถึงระบบภายในร่างกาย เช็คความสมบูรณ์ของร่างกาย โดยตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน น้ำตาลในเส้นเลือด และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก ผู้หญิงก็ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจมะเร็งเต้านม ผู้ชายก็ควรตรวจมะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ ฯลฯ