เรื่อง 'ผิว' ถึงจะดูแลไม่ง่าย แต่ก็ใส่ใจไม่ยาก

เรื่อง 'ผิว' ถึงจะดูแลไม่ง่าย แต่ก็ใส่ใจไม่ยาก

หากจะนึกถึงวิธีการบำรุงผิวพรรณของผู้หญิง หลากวิธีหลายเคล็ดลับต่างถูกค้นหามาใช้ แต่วิธีส่วนมากก็ใช้ทาครีม ทาโลชั่น ฯลฯ แต่นั่นคือวิธีที่แพทย์ในยุคปัจจุบันระบุว่า เป็นวิธีที่อาจจะได้ผลไม่ดีนัก เพราะเป็นแค่การบำรุงจากภายนอกเท่านั้น เพราะการบำรุงที่แท้จริงต้องล้ำลึกไปถึงเซลล์ผิวถึงจะสามารถช่วยให้มีผิวพรรณที่ดีได้มากกว่า

   การบำรุงผิวจากภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
         ผิวหนังเป็นอวัยวะมีพื้นที่มากที่สุดในร่างกาย มีหน้าที่ที่สำคัญคือ คอยควบคุมไม่ให้สูญเสียสารสำคัญออกนอกร่างกาย และในขณะเดียวกันผิวหนังยังคอยป้องกันสารต่างๆ จากภายนอกไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย ในผิวหนังชั้นหนังแท้จะประกอบด้วย คอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงของผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน นอกจากนี้ยังมีโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญคือ อิลาสติน ที่มีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวและทำให้ผิวไม่มีริ้วรอย
         เมื่อเวลาผ่านไป อายุที่มากขึ้นพร้อมกับการเผชิญกับมลภาวะต่างๆ รวมทั้งความเครียดและการปฏิบัติตัวที่ผิดวิธีนั้น มีผลให้โปรตีนคอลลาเจนเสื่อมสภาพลง ทำให้ชั้นผิวหนังมีการยุบตัวลง เป็นต้นเหตุของริ้วรอย ความเหี่ยวย่น และความชราของผิวพรรณ
         แม้ว่าจะมีการค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากภายนอก เพื่อนำไปสู่การบำรุงอย่างล้ำลึก แต่ก็ทำได้อย่างมีขีดจำกัด เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษของผิวหนังเราเอง ดังนั้นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากภายนอกจึงมีคุณสมบัติอย่างชัดเจนทั้งในเรื่องการปกป้องผิวจากแสงแดด เพิ่มความชุ่มชื้น นุ่มนวลให้กับเซลล์ผิวชั้นที่ตายแล้ว คือชั้นนอกสุดเท่านั้น โดยไม่สามารถเข้าไปบำรุงลึก ถึงผิวชั้นในได้

   แนวคิดใหม่สู่การบำรุงผิวที่แท้จริง
         ด้วยคุณลักษณะพิเศษของผิว แนวคิดการบำรุงผิวจากภายในจึงเป็นที่ยอมรับและนิยมใช้มากขึ้น เพราะมีคุณค่าในการบำรุงผิวอย่างแท้จริง เนื่องจากเซลล์ผิวหนังชั้นในเป็นเซลล์ที่ยังมีชีวิต ซึ่งได้แก่ คอลลาเจน อีลาสติน เซลล์ที่สร้างเม็ดสี เส้นเลือดฝอย เป็นต้น ซึ่งเซลล์เหล่านี้ต้องการอาหารผิวจากภายใน เพื่อการบำรุงที่ล้ำลึก เพื่อให้ได้ลักษณะผิวสุขภาพดี สดใส เปล่งปลั่ง กระชับ ขาวเนียนใส ไม่มีความหมองคล้ำ ดังนั้น การบำรุงผิวให้ครบสูตร ต้องบำรุงจากภายนอก และบำรุงอย่างล้ำลึกจากภายใน

 

   5 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณมีสุขภาพผิวดี
          การผลัดเซลล์ผิวตามอายุ ส่งผลให้ผิวดูอ่อนเยาว์
          อีลาสติน และคอลลาเจน มีความแข็งแรง ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นดี
          การอุ้มน้ำของเซลล์ผิวอย่างเหมาะสมส่งผลให้ผิว เปล่งปลั่งสดใส
          ความสามารถของผิวในการปกป้องจากมลภาวะต่างๆ เช่น แสงแดดและสารเคมีต่างๆ ส่งผลให้ยืดอายุของเซลล์ผิว ผิวจึงมีความเต่งตึงแน่นกระชับ
          มีการขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์ ส่งผลให้ผิวขาวเนียนใส ไม่มีความหมองคล้ำ

   สารอาหารที่จำเป็นสำหรับผิว ได้แก่ 
           โปรตีนจากปลาทะเล           
              เป็นสารอาหารที่ให้คอลลาเจน ช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิว
           ไฮโดรไลซ์คอลลาเจน           
               เป็นคอลลาเจนโมเลกุลเล็ก โดยมีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเต่งตึงกระชับ ไม่หย่อนคล้อย
           ฮอสเทลสกัด                         
              เป็นสารสกัดจากสนหางม้า ให้สารสำคัญ คือ ซิลิกา มีคุณสมบัติให้เซลล์ผิวแข็งแรง ทำให้ผิวคงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ และยังช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย
           สารสกัดจากมะเขือเทศ และสารอาหารกลุ่มแคโรทีนอยด์
             ช่วยป้องกันแสงแดด ทำให้ผิวไม่หมองคล้ำ ดูขาวใสอยู่เสมอ
           สารสกัดจากเมล็ดองุ่น        
              ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ทำให้เลือดนำสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผิวสุขภาพดี ดูมีเลือดฝาด ผิวดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
          วิตามินซี                                
             เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้เซลล์ผิวมีอายุยืนยาว คงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ และ  วิตามินซียังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันให้ผิวเต่งตึงกระชับ

          วิตามินอี                                                
             เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมลพิษที่จะคอยทำร้ายผิว ทำให้ผิวคงความอ่อนเยาว์
และมีอายุยืนยาว

          ชาเขียวสกัด                          
             มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยล้างพิษระดับเซลล์ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ขาวใสอยู่เสมอ

          โคเอ็มไซม์คิวเทนธรรมชาติ
             เป็นสารสำคัญในการสร้างพลังงานให้กับเซลล์ผิว ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง

          สารสกัดจากพืชตระกูลใบบัวบก
            ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเต่งตึงกระชับ และลดรอยแผลเป็นใหม่ได้ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ทำให้ผิวมีความสดใสและดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

หมายเหตุ :
         ปัจจุบันตามสมัยนิยม คนเอเชียนิยมให้ผิวขาวมากขึ้น โดยส่วนใหญ่มีการใช้กลูตาไธโอน เพื่อมุ่งหวังให้ผิวขาวขึ้น แต่การศึกษาข้อมูลของ กลูตาไธโอน พบว่ามีบทบาทในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งพบได้ทั่วไปในเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งจะได้รับสารชนิดนี้จากการบริโภคอาหารประเภทโปรตีน ไข่และนม รวมถึงผลไม้ประเภทอะโวคาโด นอกจากนี้ร่างกายเรายังสามารถสังเคราะห์สารกลูตาไธโอนขึ้นได้เอง โดยประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิดคือ กลูตามีน ซีสเทอีน และไกลซีน โดยกลูตาไธโอน มีประสิทธิภาพต่อต้านอนุมูลอิสระ มีหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อต่างๆ ของอวัยวะ ช่วยตับกำจัดสารพิษ เป็นต้น นอกจากนี้มีการนำมาใช้เพื่อให้ผิวขาว โดยอาศัยกลไกที่กลูตาไธโอนไปยับยั้งเอ็มไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ให้มีการสร้างเม็ดสีผิวชนิดเหลืองเพิ่มขึ้น คิดว่ากลูตาไธโอนทำให้สีผิวจางลง หรือดูขาวขึ้น จึงเป็นที่นิยมรับประทานกลูตาไธโอนกันมาก แต่จากคุณสมบัติของกลูตาไธโอนนั้น ไม่สามารถถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหาร แต่จะถูกย่อยและขับออกไปทางลำไส้ จึงยังไม่มีผลงานวิจัยใดรับรองว่าใช้เป็นยาเพื่อให้ผิวขาวได้ รวมถึงไม่มีข้อมูลยืนยันในขนาดการรับประทาน ระยะเวลาและผลข้างเคียงจากการใช้ยาระยะยาวถึงความปลอดภัยอย่างแน่ชัด