3 สารอาหารที่จะดูแลหัวใจของคุณให้แข็งแรง

3 สารอาหารที่จะดูแลหัวใจของคุณให้แข็งแรง

 หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีสารสำคัญอยู่ 3 ชนิดที่จะสามารถช่วยปกป้องและดูแลหัวใจให้แข็งแรงได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทั่วโลกต่างให้การยอมรับและสนับสนุนให้คนทั่วโลบริโภคเป็นประจำ

   Coenzyme Q10
         ‘โคเอนไซม์ คิวเทน’ มีความสำคัญมากในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานเป็นปกติ พบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง โดยเฉพาะหัวใจ หากขาดโคเอนไซม์ คิวเทน จะทำให้ร่างกายขาดพลังงานไปอย่างมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจลดลง
         จากความสำคัญของ โคเอนไซม์ คิวเทน ในการสร้างพลังงานของเซลล์ และการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องและชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย จึงมีการนำมาใช้ เพื่อประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจคั่งเลือด (Congestive Heart Failure) อาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด (Angina Pectoris) ความดันโลหิตสูง โดยพบว่าช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้น อาการของโรคหัวใจดีขึ้น ความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงลดลง โดยทั่วไปถ้ามีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง ควรได้รับโคเอนไซม์ คิวเทน วันละ 100 มิลลิกรัม

   Fish Oil
        ‘น้ำมันปลา’ ได้ชื่อว่าเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจอย่างมาก เพราะจัดว่าเป็นกรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acid) ที่จำเป็นต่อร่างกาย ในปี ค.ศ. 1970 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ‘ชาวเอสกิโม’ ซึ่งบริโภคปลาเป็นอาหารหลัก
เมื่อมีการตรวจเลือดจะพบว่ามีเลือดใสกว่าปกติ เพราะเกร็ดเลือดไม่สามารถรวมตัวกันได้ จึงเป็นหลักฐานและเหตุผลที่ดีอย่างหนึ่งในการสนับสนุนว่า ‘น้ำมันปลา’ มีพลังในการป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ เนื่องจากน้ำมันปลาเป็นแหล่งของกรดไขมันชนิด Omega-3
         น้ำมันปลา ให้สารสำคัญ คือ โอเมก้า-3 (Omega-3 Fats) ซึ่งประกอบด้วย สารสำคัญ 2 ชนิด คือ EPA และDHA โดยที่จากรายงานการแพทย์จำนวนมากพบว่า มีผลในช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากจะช่วยในการลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ป้องกันไม่ให้ไขมันเกาะติดที่ผนังหลอดเลือด รักษาความยืดหยุ่นและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน อันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคหัวใจตามมาในที่สุด     สามารถนำน้ำมันปลามาใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ถ้ามีการตรวจพบว่าเริ่มมีระดับของไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดเริ่มสูงมากกว่า 150 มก./เดซิลิตร หรือมีระดับของความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถใช้ในผู้ที่มีแนวโน้วจะมีระดับของไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงได้ เช่น ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่ทำงานนั้งโต๊ะเป็นประจำ ผู้ที่อยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน ผู้ที่ดื่มแอลกฮอล์และสูบบุหรี่มาก    สำหรับผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูง ควรรับประทานน้ำมันปลาวันละ 3,000 มิลลิกรัม

   Vitamin C      
         มีการศึกษาเกี่ยวกับวิตามินพื้นฐานที่จำเป็นต่อมนุษย์ ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร American College of Nutrition ในปี 2001 พบว่า ผู้เข้าร่วมการวิจัย 8,453 คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด พบว่าการได้รับวิตามิน ซี ในขนาดต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่ออัตราการตายจากโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งในปอดโดยเฉพาะในผู้ชาย
         นอกจากนี้ยังมีการศึกษาของ Taraba State University ประเทศไนจีเรีย พบว่าหนูทดลองที่ได้รับวิตามิน ซี 100 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวใน 30 วัน มีอัตราการลดลงของคลอเลสเตอรอลรวมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสัมพันธ์กับการศึกษาที่พบในคน ซึ่งค้นพบโดยบังเอิญ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตาในลอนดอน พบว่าการรับประทานวิตามิน ซี ทุกวัน ในขนาด 3,000 มิลลิกรัม ถึง 10,000 มิลลิกรัม ช่วยทำให้เส้นเลือดขนาดเล็กในดวงตา ที่มีปัญหาตีบตันจากระดับไขมันในเลือดสูง สามารถกลับมาทำงานได้อีก จึงช่วยลดความเสี่ยงในการมองไม่เห็น ซึ่งเป็นผลของการที่วิตามิน ซี สามารถช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้นั่นเอง