'อัลไซเมอร์' โรคสมองเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม

'อัลไซเมอร์' โรคสมองเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม

'ลืม ... วางของทิ้งไว้บ่อย ๆ'                                              
'หาที่จอดรถไม่เจอ'
'นึกอะไรไม่ค่อยออก'                                          
'ลืมว่ากำลังทำอะไรอยู่'

นี่คือสัญญาณของ ‘อัลไซเมอร์’ หรือเปล่า?

         ปกติแล้ว... ถ้ายังมีความรู้สึกว่าตัวเองชอบหลงลืมง่าย ๆ มักจะไม่ใช่อาการของคนเป็นโรคอัลไซเมอร์ เพราะผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ส่วนใหญ่นั้นไม่รู้ตัวเองว่า ความจำเสื่อม หลงลืม และมักจะไม่รู้สึกเดือดร้อนกับอาการเหล่านั้นด้วยซ้ำ อาการแบบนี้ต่างหากที่น่ากลัว เพราะคงไม่มีใครอยากให้เกิดกับตัวเองหรือคนใกล้ตัว  ลองสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคอัลไซเมอร์กันดูก่อนดีกว่า จะได้มีแนวทางในการป้องกันได้อย่างถูกต้อง

         ความจำเสื่อมหรือหลงลืม เรื่องที่ลืมก็จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ลืมปิดเตารีด ลืมกินยา ลืมชื่อคน ลืมของ หาของใช้ส่วนตัวไม่พบ ชอบพูดซ้ำ ถามคำถามซ้ำ เพราะจำคำตอบไม่ได้ หรือลืมแม้กระทั่งว่าใครมาพบเราในวันนี้  และยังมีปัญหาเรื่องการพูดและการใช้ภาษา ประมาณว่าคิดคำศัพท์บางคำไม่ออก แล้วไปใช้คำใกล้เคียงแทน หลงทางบ่อย บอกชื่อตัวเองไม่ถูก เรียกชื่อคนที่เคยรู้จักไม่ถูก ไม่สามารถทำงานที่เคยมีความชำนาญได้ และอีกมากมาย แล้วคนที่จะรับรู้อาการเหล่านี้มักไม่ใช่ตัวผู้ป่วยเอง แต่จะเป็นญาติ คนใกล้ชิดหรือคนดูแลที่รับรู้อาการของผู้ป่วยโดยตรง ซึ่งหากปล่อยไว้นานวันเข้า อาการดังกล่าวจะเริ่มรุนแรงจนมีผลกระทบต่อการดำเนิน กิจวัตรประจำวันได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งเสียค่าใช้จ่ายแถมเสียสุขภาพจิตอีกด้วย บางคนอาจมีอาการซึมเศร้า วิตก กระสับกระส่าย ควบคู่ไปด้วย

         ‘อัลไซเมอร์’ (Alzheimer) คือโรคสมองเสื่อม ที่พบได้บ่อยที่สุด  ในช่วงวัยสูงอายุ ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์จำนวนถึง 33.9 ล้านคนทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 เท่าในอีก 40 ปีข้างหน้า และจากการสำรวจในประเทศไทย ปี พ.ศ.2554 ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวน 8.3 ล้านคน พบว่าร้อยละ 10 มีแนวโน้มเป็นโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ หรือราว 8 แสนสามหมื่นรายนั่นเอง และที่สำคัญผู้หญิงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย มีคนเคยคำนวนเล่น ๆ ว่าทุก 68 วินาทีจะมีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าตกใจพอสมควร รู้อย่างนี้แล้ว อย่ามัวปล่อยปะละเลยการดูแลสุขภาพร่างกาย และสมองกันอีกเลย เราควรเริ่มต้นหันมาดูแลสุขภาพกันอย่างจริงจังเสียที



   ทำอย่างไรให้ไกล ‘อัลไซเมอร์’
           ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบส่วนสำคัญของสมองให้ทำงานได้ฉับไวมากขึ้น
           การฝึกปัญญา  ทำให้สมองได้รับการกระตุ้นให้ทำงานดีขึ้นบ่อยครั้ง เช่น เล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ จะช่วยเพิ่มสมาธิ
           การเล่นไพ่ จะช่วยฝึกสมองให้ได้คิดและคำนวณ
           บริหารจัดการความเครียดให้ดี เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เลี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยการศึกษาระบุว่าคนที่เป็น
โรคเครียดได้ง่ายจะมีอัตราที่เป็นโรคดังกล่าวได้มากถึง 2 เท่า โดยใช้เวลาไม่เกิน 5 ปี  แนะนำว่า ลองฝึกนั่งสมาธิ จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมระบบความจำได้ดีขึ้น หรืออาจจะออกกำลังเล็กน้อยโดยการรำไทเก็ก หรือแค่ออกไปพบปะสังสรรค์ เข้าสังคมบ่อย ๆ ก็จะทำให้ลดความเครียดลงได้
           ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสมอง แต่ต้องทานให้อิ่มพอดี เพราะหากมีน้ำหนักมากเกินเกณฑ์ และอยู่ในช่วงวัยกลางคน จะส่งผลให้มีความเสี่ยงมากถึง 2 เท่าที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ยิ่งไปกว่านั้นหากเป็นโรคอ้วนอยู่แล้วอาจจะส่งผลให้มีความเสี่ยงเพิ่มมากถึง 4 เท่า ที่จะเป็นโรคดังกล่าวได้

   ‘ใบแปะก๊วย’ สารอาหารป้องกันอัลไซเมอร์
         การเลือกทานสารอาหารจากธรรมชาติก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสมอง ได้แก่ น้ำมันปลา  เลซิติน ซึ่งเป็นสารอาหารที่หลายๆ คนรู้จักเป็นอย่างดี แต่ยังมีสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่จะแนะนำ เพื่อเป็นตัวเลือกหนึ่งในการช่วยปกป้องสมอง ดูแลสมองได้อย่างดี คือ สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba)  ซึ่งเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้ มากไปกว่านั้นสารสกัดจากใบแปะก๊วยมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ส่งผลให้นำพาออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง ป้องกันสมองขาดเลือด และมีฤทธิ์ต่อต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดสมองได้เช่นกัน