สุขภาพดีกว่าและไม่ป่วยบ่อย... แค่คุณเลือก

สุขภาพดีกว่าและไม่ป่วยบ่อย... แค่คุณเลือก

การป่วยหรือไม่สบายบ่อยๆ นอกจากจะสร้างความทรมานให้กับร่างกายแล้ว ยังส่งผลเสียต่อเงินในกระเป๋าที่ต้องหมดไปเพื่อการรักษา ส่งผลกระทบต่อรายได้ประจำวัน นอกจากนี้ยังมีโอกาสกระทบต่อหน้าที่การงานกับอาชีพโดยตรงได้อีกด้วย?! แต่จะเชื่อ MEGA We care หรือไม่ว่าการรักษาร่างกายไม่ให้ป่วยบ่อยทำได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนให้ตัวเรากลายเป็น ‘คนช่างเลือก’ มากขึ้นเท่านั้นเอง  

1.  เลือกออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ
     เข้าใจว่าบางคน... การเลือกเอนจอยหน้าเตาปิ้งย่างกับเพื่อนฝูงย่อมดีกว่าการสวมรองเท้าออกไปวิ่ง หรือการเลือกฟินในการนอนเหยียดยาวดูซีรีย์เกาหลีจนดึกดื่นอาจจะทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่าการเลือกนอยพักผ่อนก่อนสี่ทุ่ม
     แต่หากเอาเป้าหมายที่ต้องการมีสุขภาพดีเป็นตัวตั้งแล้วล่ะก็... การเป็นคนช่างเลือก โดยเลือกที่จะออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วันๆ ละอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือการนอนไม่เกินสี่ทุ่มเป็นประจำย่อมจะทำให้สุขภาพดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนการใหเวลาความสุขกับชีวิตด้วยการกิน การเที่ยว การปาร์ตี้ มีบ้างเป็นครั้งคราว... ก็ไม่เป็นไร

2.  เลือกรักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
     รู้ไหมว่า... ในปัจจุบันเชื้อโรคมากมายพร้อมจะทำให้ให้เราป่วยและไม่สบายได้ตลอดเวลา ที่สำคัญรายล้อมอยู่รอบตัวทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นจากทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง ควันพิษ เชื้อโรคจากในน้ำ ในอาหาร และฝังตัวแน่นอยู่ตามสิ่งของต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ ราวบันได มือจับ ปุ่มลิฟต์ บนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด ฯลฯ (ว่ากันว่าปุ่มกดบนตู้เอทีเอ็มสกปรกมากกว่าก๊อกในห้องน้ำสาธารณะซะอีก!!)
     ดังนั้นแค่การเลือกที่จะล้างมือบ่อยๆ ในระหว่างวัน หรือเลือกทำความสะอาดร่างกายสม่ำเสมอก่อนนอน ก็สามารถช่วยให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ยากขึ้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายได้ยากขึ้นก็ป่วยยากขึ้น... เห็นไหม? แค่รู้จักเป็นคนช่างเลือกเรื่องเล็กน้อยก็ช่วยได้แล้ว

3.  เลือกดื่มน้ำเป็นประจำ
     ใช่!! น้ำเปล่ามันอาจจะไม่มีรสชาติ ไม่อร่อยเหมือนชานมไข่มุก หรือหอมเตะจมูกเหมือนกาแฟยี่ห้อดังที่ดื่มเป็นประจำ แต่การเลือกดื่มน้ำเปล่าอย่างพอเพียงในทุกวันให้ประโยชน์กับร่างกายอย่างมหาศาล เช่น ผิวหนังของคนที่ขาดน้ำหรือดื่มน้ำน้อยจะเหี่ยวย่นและมีริ้วรอยมากกว่าคนปกติ หรือการทานน้ำในปริมาณที่มากพอจะช่วยให้ไตขับสารพิษออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะได้ดียิ่งขึ้น วารสารทางแพทย์หลายฉบับระบุเอาไว้ว่าเราควรจะต้องดื่มน้ำเปล่าต่อวันให้ได้อย่างน้อยเฉลี่ย 1.5 ลิตรเป็นอย่างต่ำ
     ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี... การเลือกที่จะดื่มน้ำเปล่าแทนที่จะเลือกทานเครื่องดื่มที่ถูกปากย่อมดีกว่า ส่วนความชื่นชอบในรสชาติของชานมไข่มุก กาแฟ หรือน้ำหวานน้ำอัดลม จริงๆ ก็ดื่มได้ไม่ได้ห้าม แต่นานๆ ครั้งน่าจะเวิร์กกว่า

4.  เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
     ในทุกตำราที่ว่าด้วยพื้นฐานของการมีสุขภาพดี และมีร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยบ่อยเรื่องการ ‘ทานอาหารที่มีประโยชน์’ คือสิ่งที่ถูกระบุไว้เป็นอันดับต้นๆ หากเราเลือกที่จะอร่อยลิ้นกับของทอด ของหวาน ของมัน ผลที่ได้ก็คือ ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และคอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงกับโรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน และหลอดเลือดอุดตัน ฯลฯ
     แต่แค่เป็นคนช่างเลือก... เลือกทานผักผลไม้หลากสีเป็นประจำ เลือกทานธัญพืช ถั่ว ข้าวซ้อมมืออย่างสม่ำเสมอ ลดการทานของทอด ของหวาน และอาหารตามใจปากลงบ้าง หรือลดปริมาณการทานเนื้อสัตว์ในแต่ละมื้อลง ความเสี่ยงจากอาการป่วยต่างๆ ก็ย่อมลดลงตามไปด้วย อาจจะไม่อร่อยแต่เพื่อสุขภาพที่ดีก็คงต้องเลือก         
     นอกจากนี้ประโยคที่ว่า 'You are what you eat' แล้ว... ประโยคที่คุ้นเคยที่เห็นผ่านตาในร้านบุฟเฟ่ต์อย่าง 'All you can eat' ลดลงด้วยจะยิ่งดี

5.  เลือกทานวิตามินซี
     สมมติฐานที่ว่าหนึ่งในสาเหตุที่ป่วยบ่อยเพราะร่างกายอาจ ‘ไม่มีภูมิคุ้มกัน’ เรื่องนี้แพทย์ทั่วโลกลงความเห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้?! อย่าลืมว่า... ภูมิคุ้มกันเปรียบเสมือนทหารแนวหน้าที่คอยต้านทานสกัดกั้นเชื้อโรคชนิดต่างๆ ที่มาจากสิ่งรอบตัวของเราไม่ให้เข้ามาทำอันตรายกับร่างกาย ซึ่งหากเรามีเม็ดเลือดขาวที่แข็งแรงก็เท่ากับว่าร่างกายของเราก็มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เชื้อโรคก็เข้าสู่ร่างกายได้ยากขึ้น เพราะถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันที่เรามี จึงทำให้เราป่วยได้ยาก ในทางกลับกันหากภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เชื้อโรคต่างๆ ก็เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น จึงมีโอกาสที่จะป่วยได้บ่อยขึ้น
     นอกเหนือจาก 4 ข้อที่กล่าวไป อีกหนึ่งวิธีที่วงการแพทย์ระบุไว้ว่าสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ก็คือ การเลือกทานอาหารเสริมประเภท ‘วิตามินซี’ เพราะวิตามินชนิดนี้จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว ต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมและการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์และอวัยวะในร่างกาย ยังทำให้เม็ดเลือดขาวสามารถกำจัดไวรัสที่เป็นสาเหตุของเราโรคหวัด จึงช่วยป้องกันโรคหวัดและภูมิแพ้ได้
     จากงานวิจัยของ Dr. Linus Pauling นักชีวเคมีชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลโนเบลเมื่อปี 1970 ผู้เขียนหนังสือ ‘Vitamin C and the Common Cold’ ศึกษาแล้วพบว่าการทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม สามารถป้องกันหวัดได้และหากเป็นหวัดก็จะหายเร็วขึ้นถึง 40% ไม่เพียงเท่านั้นวิตามินซียังช่วยลดอาการภูมิแพ้ เพราะวิตามินซีไปลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้ในร่างกาย ซึ่งสารก่อภูมิแพ้นี้จะถูกกระตุ้นให้มีปริมาณสูงขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารหรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้

 
     “จริงอยู่ที่เราสามารถรับเอาวิตามินซีเข้าร่างกายได้จากการทานผักและผลไม้ตามธรรมชาติ แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าแต่ละวันเราได้รับเพียงพอเท่าที่ร่างกายต้องการหรือไม่” 
     ในปัจจุบันมีหลายบริษัทผลิตวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมออกมาจำนวนมาก ซึ่งแทบทุกยี่ห้อมีคุณประโยชน์แทบจะไม่แตกต่างกัน แต่สำหรับใครที่ต้องการจะลองทานควรจะต้องพิจารณาเลือกว่า ยี่ห้อนั้นๆ มีมาตรฐานในการผลิตมากขนาดไหน มีสารอาหารที่สำคัญครบถ้วนตามหลักการแพทย์หรือไม่  
     วิตามินซี ในรูปแบบอาหารเสริมมีมากมายหลายยี่ห้อ คุณประโยชน์ก็ไม่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างก็คือ สารที่เรียกว่า ‘ไบโอฟลาโวนอยด์’ (Bioflavonoids) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยให้วิตามินซีดูดซึมในร่างกายได้ดีกว่า ดังนั้นหากต้องการซื้อวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมต้องพิจารณาจากสารสำคัญนี้เป็นหลัก เพราะหากมีปริมาณที่เข้มข้นมากกว่าย่อมจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
    

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก :
https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/reasons-of-the-sickness
https://www.thairath.co.th/content/560267
https://www.medicalnewstoday.com/articles/290814.php

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก : ภญ. นัชชาพร ตั้งเสงี่ยมวิสัย