'เครียด' หรือไม่เช็คได้ด้วยตัวคุณเอง

'เครียด' หรือไม่เช็คได้ด้วยตัวคุณเอง

     คุณเคยรู้สึกไม่สบายใจ กลัว วิตกกังวล เวลาเผชิญกับปัญหาต่างๆ หรือไม่  เราเชื่อว่าทุกคนต้องเคยมีความรู้สึกนี้มาแล้วแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้เต็มบ่า ใช่!! เรากำลังหมายถึง ‘มนุษย์เงินเดือน’ ที่ต้องทำงานรับหน้ากับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ลูกค้าในทุกๆ วัน การที่เราต้องแบกรับความวิตกกังวล ความไม่สบายใจต่างๆเอาไว้ อาจทำให้เกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว


  เครียดเเล้ว มีผลเสียอย่างไร

        'ความเครียด' เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ ‘มนุษย์เงินเดือน’ เพราะส่งผลเสียทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม นอกจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเองแล้ว ยังอาจมีผลต่อคนรอบข้างอีกด้วย ซึ่งความเครียดส่งผลในด้านต่างๆดังนี้

         ด้านร่างกาย        
           เมื่อร่างกายเกิดความเครียดจะส่งผลให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดที่เรียกว่า “คอร์ติซอล” (Cortisol) ออกมามากขึ้น ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดหลัง และในบางรายอาจรุนแรงจนถึงชีวิตได้ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานหากมีอาการเครียดมากๆ ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะกระตุ้นให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำจนผิดปกติ  เสี่ยงต่อภาวะช็อกและเสียชีวิตกะทันหันได้

         ด้านจิตใจ            
          เมื่อได้รับความเครียด บางครั้งอาจทำให้จิตใจเหม่อลอย ไม่สนใจสิ่งรอบตัว ไม่มีสมาธิ ขาดความรอบคอบในการทำงาน ขาดความเชื่อมั่นในความสามารถของตน หากมีภาวะเครียดเป็นเวลานาน อาจทำให้ความจำและสติปัญญาลดลง หรือเกิดภาวะซึมเศร้าได้

         ด้านพฤติกรรม  
          ผู้ที่มีความเครียดมากๆ อาจมีพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไป เช่น เบื่ออาหารหรืออยากอาหารมากขึ้น นอนไม่หลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานแย่ลง บางคนปลีกตัวออกจากสังคม และบางคนอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้น ความอดทนต่ำลง ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายตนเอง หรือทำร้ายผู้อื่น



  ลดความเครียดอย่างง่ายๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือน

1. หายใจลึกๆ    
    การหายใจให้ช้าลง เเละลึกขึ้นจะช่วยลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ เบื้องต้นทำให้เครียดน้อยลง

2. สูดกลิ่นน้ำมันหอมระเหย
    กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เพราะจะทำปฏิกิริยาทางเคมีกับเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกาย โดยกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะไปกระตุ้นให้สมองผ่อนคลายขึ้น ส่วนการเลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยขึ้นกับ สรรพคุณของกลิ่นแต่ละประเภท เช่น กลิ่นยูคาลิปตัส มิ้น ตะไคร้หอม อบเชย จะช่วยทำให้สดชื่น กลิ่นส้ม มะนาว หรือมะกรูด ช่วยคลายความเครียด ส่วนกลิ่นลาเวนเดอร์ กุหลาบ มะลิ หรือชาเขียว ช่วยลดความวิตกกังวล

3. ลุกจากที่นั่งบ้าง 
    การเปลี่ยนอิริยาบถขณะนั่งทำงานบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้น เพราะการนั่งอยู่กับที่นานๆ ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดได้ ฉะนั้นอย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมงหรือ อย่างน้อย ควรจะลุกเดิน ลุกยืน หรือยืดเหยียดแขนขาอย่างสม่ำเสมอ

4. พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์
    หากต้องนั่งจ้องจอทำงานเป็นชั่วโมง นอกจากความเครียดจะพุ่งสูง โรคออฟฟิศซินโดรมจะถามหาแล้ว มีโอกาส ทำให้ตาล้า ตาแห้ง และจอประสาทตาเสื่อมก่อนกำหนดแน่นอน ดังนั้นควรต้องพักสายตาเป็นระยะสั้นๆ ด้วยกฎ 20-20-20 คือเมื่อจ้องคอมพิวเตอร์นาน 20 นาที ให้พักสายตา 20 วินาที ด้วยการมองห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต (6เมตร)  และหลังจากใช้สายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ต้องพักตา 15 นาที ด้วย

5. ฟังเพลงที่ชอบ
    ดนตรีบำบัด (Music Therapy) ถูกนำมาใช้เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวลมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณ และในสมัยสงครามโลกก็ได้มีการใช้ดนตรีบำบัดช่วยในการฟื้นฟูความเครียดของเหล่าทหารและพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บอย่างได้ผล ซึ่งการใช้ดนตรีบำบัดมีผลต่อการปรับสมดุลของฮอร์โมนคอลติซอล (Cortisol) ทำให้รู้สึกผ่อนคลายลง ดังนั้นการทำงานไปด้วย ฟังเพลงที่เราชอบในจังหวะสบายๆ ไปด้วย สามารถลดความวิตกกังวลและความเครียดได้อย่างดี





   เชื่อหรือไม่?... สารอาหารก็สามารถลดเครียดได้
         นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นโดยการหันมาดูเเลตัวเองเเล้ว เเพทย์และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังเเนะนำให้ทานวิตามินเเละสารอาหารในเเต่ละวันให้เพียงพอ เนื่องจาก เมื่อเกิดภาวะเครียดร่างกายจะนำสารอาหารต่างๆไปใช้และถูกเผาผลาญมากขึ้น ทำให้ร่างกายมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารเพิ่มเติม ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะอยู่ตามอาหารธรรมชาติโดยทั่วไป เช่น ในธัญพืช ผลไม้ เเละผัก ที่มีเเมกนีเซียม, โพเเทสเซียม, วิตามินซี เเละวิตามินอี ซึ่งช่วยในการส่งสัญญาณประสาท และรักษาสมดุลของร่างกาย
         อีกหนึ่งสารอาหารที่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ทั่วโลกต่างลงความเห็นออกมาในรูปแบบงานวิจัยที่สามารถช่วยลดเครียดได้โดยตรงและมีประสิทธิภาพคือ 'วิตามินบีชนิดต่างๆ' ซึ่งพบได้มากในผักใบเขียว ธัญพืช จมูกข้าวสาลี นม ไข่ เเละอาหารทะเล เเต่เนื่องจากมนุษย์เงินเดือนมีงานล้นโต๊ะ อาจเเก้ปัญหาด้วยการพกธัญพืชทานรองท้องเเทนขนมขบเคี้ยว หรือพกนมพร่องมันเนยไว้ดื่มก็ได้ประโยชน์จากวิตามินบีเช่นกัน
         ที่นี้รู้แล้วใช่ไหม... ว่าเราสามารถห่างไกลความเครียดได้ด้วยอะไร :-)


ขอบคุณข้อมูลจาก :
http://www.healthandtrend.com/healthy/what-the-health/6-symptoms-of-stressful-people-are-common
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/47/ความเครียด-วิธีแก้ความเครียด/
http://www.thaiheartfound.org/category/details/mood/365
https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details/บทความ-สุขภาพจิต/-ดนตรีบำบัด--กับการกำจัดความเครียด
https://www.thaihealth.or.th/Content/42006-สารอาหารที่ช่วยคลายเครียด.html