6 พฤติกรรมต้อง "เลิกทำ" สำหรับผู้ชายวัย 35

6 พฤติกรรมต้อง "เลิกทำ" สำหรับผู้ชายวัย 35

     ช่วงชีวิตของผู้ชายเมื่ออายุ 35 ปี ถือเป็นวัยที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้น ทั้งหน้าที่การงาน ครอบครัว และเรื่องส่วนตัว ซึ่งหมายความว่าเราจะไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสนุกสุดเหวี่ยงได้เหมือนเมื่อครั้งอายุ 20 ต้น ๆ เพราะนอกจากทัศนคติและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดอีกสิ่งหนึ่งก็คือ “สุขภาพ” ที่เริ่มเสื่อมถอยลง ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถคงความแข็งแรงและชะลอการเสื่อมถอยของสุขภาพให้ลดน้อยลงที่สุดเท่าที่จะเป็นไป นี่คือพฤติกรรมที่ผู้ชายต้อง... หยุดโดยเด็ดขาด!!

  ไม่เห็นความสำคัญของการนอน
        ต้องยอมรับว่าเมื่ออายุเข้าสู่ช่วงวัยนี้ ร่างกายจะไม่สามารถทนกับการอดหลับอดนอนได้เหมือนกับวัยรุ่นอีกแล้ว เพราะการที่นอนหลับไม่เพียงพอส่งผลให้เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพตามมาหลายอย่าง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน รวมไปถึงภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้การอดนอนบ่อย ๆ ยังทำให้ผู้ชายดูแก่เกินอายุจริงอีกด้วย

  สูบบุหรี่เป็นประจำ
        ใครก็รู้ว่า การสูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ยังเลือกที่จะสูบ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม นอกจากจะทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดแล้ว การสูบบุหรี่ยังเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งหากสามารถเลิกสูบบุหรี่ก่อนอายุ 40 ปีจะสามารถช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ได้ถึง 90%

  กินอาหารที่มีโซเดียมมากเกินไป
        'โซเดียม’ อยู่ในอาหารเกือบทุกประเภท แม้ว่าโซเดียมจะเป็นสิ่งที่ร่างกายของเราควรได้รับบ้าง แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ที่ได้รับโซเดียมจากอาหารในแต่ละมื้อมีปริมาณที่มากกว่าที่ร่างกายต้องการ การที่มีโซเดียมในร่างกายมากเกินไปจะทำให้เสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันหรือหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง

  ละเลยการออกกำลังกาย
        แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งที่จำเป็นและควรทำ แต่ก็มีผู้ชายหลายคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย ซึ่งผู้ชายที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หากไม่ชอบออกกำลังกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ส่งผลให้มีโอกาสอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย ดังนั้นผู้ชายวัยนี้ จึงควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งๆ ละ 60 นาที เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ

  เครียดมากเกินไป
        'ความเครียดอันยิ่งใหญ่มักจะพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง’ ในช่วงวัยนี้จะไม่ให้มีเรื่องเครียดก็คงเป็นไปได้ยาก แต่หากอยากมีสุขภาพดีต้องรู้จักจัดการกับความเครียดให้ดี เพราะความเครียดเป็นหนึ่งปัจจัยสำหรับที่ทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนหรือฮอร์โมนเพศชายในเลือดลดลง ซึ่งทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้า อ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดหัว และรบกวนการนอนอีกด้วย

  ไม่ดูแลสุขภาพผิว
        ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ควรดูแลสุขภาพผิว ผู้ชายเองก็ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิวเช่นกัน เพราะตั้งแต่อายุ 35 ปี คอลลาเจนใต้ผิวหนังจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผลก็คือทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น ทางที่ดีจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย หรือทานวิตามินกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี วิตามินซี แร่ธาตุสังกะสี ซีลีเนียม เป็นประจำ ที่สำคัญไม่ควรอาบน้ำด้วยน้ำร้อน

     การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่เงินหาซื้อไม่ได้ ต่อให้อายุเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน ผู้ชายอย่างเราก็อยากคงความอ่อนเยาว์ ดูหนุ่ม และสุขภาพดีอยู่เสมอใช่ไหม? ซึ่งสิ่งที่ปรารถนานั้นทำได้ไม่ยาก แม้ว่าที่ผ่านมาอาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทำลายสุขภาพของตนเองอยู่หรือไม่ก็ตาม รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมปรับเปลี่ยนตัวเองและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กล่าวมาข้างต้น
ด้วยความห่วงใยจาก Zemax SX_MEGA We care


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก :
https://www.health.com/mind-body/20-health-mistakes-you-need-to-stop-making-before-you-turn-40
https://euromd.com/21-healthy-living/post-1608-10-tips-on-maintaining-good-health-for-35-44-years-old-men/