'กระดูกพรุน' ภัยเงียบที่คุกคามผู้สูงอายุ

'กระดูกพรุน' ภัยเงียบที่คุกคามผู้สูงอายุ

     เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมผู้สูงวัยหลายคนจึงหลังค่อม ส่วนสูงลดลง ร่างกายดูผิดรูปไป หรือมักเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้ง่ายกว่าคนวัยหนุ่มสาว ยิ่งไปกว่านั้นการลื่นล้มในแต่ละครั้งยังส่งผลให้กระดูกหักได้ง่าย บางรายถึงขั้นพิการและไม่สามารถกลับมาใช้ทำกิจวัตรประจำวันได้เช่นเดิม
     แท้จริงแล้วสาเหตุของความผิดปกติเหล่านี้ คือภัยเงียบจาก ‘โรคกระดูกพรุน’ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มากกว่า 1 ล้านคนในไทย

   โรคกระดูกพรุนคืออะไร
         โรคกระดูกพรุน คือ โรคที่เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง อาจเป็นเพราะมีการสะสมแคลเซียมในช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตน้อยเกินไป หรือสูญเสียมวลกระดูกมากกว่าปกติ ทำให้กระดูกเปราะและไม่สามารถรับน้ำหนักได้
          การเกิดโรคกระดูกพรุนมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือผู้ที่ได้รับการผ่าตัดรังไข่ทิ้งเพราะโรคบางชนิด ทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ส่วนการเกิดโรคกระดูกพรุนในผู้ชายมักเป็นผลจากการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เพราะสารในแอลกอฮอล์และบุหรี่ไปทำลายเซลล์ในการสร้างมวลกระดูก นอกจากนี้โรคกระดูกพรุนยังส่งต่อทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นโรคกระดูกพรุนจึงไม่ใช่โรคที่พบในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่อาจเกิดกับคนวัยหนุ่มสาวได้ด้วยเช่นกัน

   ‘กระดูกพรุน’ ป้องกันได้
          ปัจจุบันการรักษาโรคกระดูกพรุนสามารถทำได้ด้วยการทานยาตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละรายตามที่แพทย์วินิจฉัย หากมีอาการรุนแรงอาจต้องทำการผ่าตัดและฟื้นฟูต่อไปภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยผู้ป่วยต้องระมัดระวังตนเองไม่ให้เสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่จะทำให้กระดูกหักซ้ำ นั่นหมายความว่า โรคกระดูกพรุนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้หากไม่ได้ตรวจพบในระยะแรกเริ่ม ทำได้เพียงประคับประคองไม่ให้อาการแย่ลงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนเท่านั้น

          เมื่อรักษาไม่หาย ก็ควรป้องกันไว้ตั้งแต่ต้น !
          หากถามว่าอะไรที่สำคัญและจำเป็นต่อกระดูก เชื่อว่าหลายคนคงรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่า แร่ธาตุที่จำเป็นต่อกระดูกของเราคือแคลเซียม และการเสริมสร้างแคลเซียมนั้นควรเริ่มสะสมตั้งแต่วัยเด็ก การทานอาหารที่มีแคลเซียมมาก เช่น นม ถั่วเหลือง และปลา จะช่วยเสริมสร้างแคลเซียมให้กระดูกแข็งแรงได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณมากจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลย หากร่างกายของเราไม่ได้นำแคลเซียมไปใช้เพราะขาดวิตามินสำคัญที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมอย่าง ‘วิตามินดี’
          วิตามินดี เป็นตัวช่วยดี ๆ ที่หลายคนมองข้าม เพราะเข้าใจว่าร่างกายของเราสร้างวิตามินดีได้อย่างเพียงพอแล้วจากแสงแดดในแต่ละวัน แต่จากการศึกษากลับพบว่า คนไทยกว่า 45% ขาดวิตามินดี เนื่องจากการหลบเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนระอุ การทาครีมกันแดดและสวมใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย ประกอบกับการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่ในอาคารเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสริมวิตามินดีให้แก่ร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
          หน้าที่สำคัญของวิตามินดี คือการเข้าไปช่วยดูดซึมแคลเซียมในลำไส้และช่วยลดการสลายแคลเซียมจากมวลกระดูก นอกจากนี้วิตามินดียังช่วยลดความเสี่ยงต่อการลื่นล้มของผู้สูงอายุได้ เพราะจะช่วยให้การยืดหดตัวของกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพ ตอบสนองการเคลื่อนไหวและทรงตัวได้ดีขึ้น
          หากการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนให้มั่นคงต้องเริ่มต้นตรงรากฐาน การสร้างความแข็งแรงของมวลกระดูกก็เป็นสิ่งที่ควรสะสมไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิต ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เต็มที่ เริ่มต้นทำสิ่งดี ๆ ในแต่ละวันได้อย่างไร้กังกล ด้วยความห่วงใยจาก NAT D_MEGA We care


ขอบคุณข้อมูลจาก : 

https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/osteoporosis-a-silent-danger

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/february-2016/osteoporosis-risk-cause-prevention-treatment

https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=154

https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/vitamin-d