Build ร่างกายและสมองเพื่อคนทำงาน

Build ร่างกายและสมองเพื่อคนทำงาน

       ว่ากันว่าเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน คุณจะทุ่มเทกับงานมากกว่าสิ่งอื่นใดเพราะเป็นวัยที่ต้องสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตจนบางครั้งอาจละเลยสุขภาพของตนเองไป คนวัยนี้มักมีพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพคือ ไม่ทานอาหารเช้าหรือทานไม่ครบ 5 หมู่ อีกทั้งพักผ่อนไม่พอ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และที่สำคัญคือมีความเครียดสูง หากไม่อยากให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ไปกว่านี้ ถึงเวลาที่จะมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพให้เป็นพฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีพลังสมองที่เต็มเปี่ยมพร้อมให้คุณทำงานอย่างเต็มที่



   พักผ่อนให้เพียงพอ
      การพักผ่อนให้เพียงพอ ถือเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่จะทำให้มีร่างกายที่แข็งแรง และมีพลังสมองที่เต็มเปี่ยม การพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อวันจะทำให้ร่างกายปรับสมดุลฮอร์โมนความเครียดได้ดี แต่หากเราพักผ่อนไม่เพียงพอฮอร์โมนความเครียดจะส่งผลร้ายทันที เพระเมื่อฮอร์โมนความเครียดเสียสมดุลจะทำให้ไปกดภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง อีกทั้งทำให้สมองทำงานไม่เต็มที่ มีอาการมึนงง หัวตื้อ ความคิดไม่แล่น เนื่องจากเมื่อฮอร์โมนความเครียดที่มาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ จะยิ่งทำให้สมองเผาผลาญพลังงานมากจึงเกิดภาวะสูญเสียวิตามินบีนั่นเอง

    เน้นทานอาหารครบทุกมื้อและทานอาหารครบ 5 หมู่



        เน้นทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ และให้ความสำคัญกับมื้อเช้า :
 การทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากร่างกายต้องการพลังงานในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตามจงให้ความสำคัญกับมื้อเช้าที่เป็นมื้อแรกในการสตาร์ทชีวิตการทำงาน ซึ่งควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจำเป็นต่อร่างกายและสมอง เนื่องจากร่างกายจะได้รับพลังงานจากอาหารนำไปเลี้ยงสมองและเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย อีกทั้งการทาน มื้อเช้าช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคร้ายต่างๆ ที่คนวัยทำงานมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็น เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้การทานมื้อเช้าจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
         ส่วนในมื้ออื่นๆก็ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน โดยมื้อเที่ยงให้เน้นทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์เพื่อให้ช่วงบ่ายได้มีพลังงานมากพอที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ส่วนมื้อเย็นเน้นทานผักผลไม้และทานไขมันจากสัตว์ให้น้อยลงเพื่อเลี่ยงไม่ให้ตับอ่อนทำงานหนักจนเกินไป

        ทานอาหารครบ 5 หมู่  : แน่นอนการทานอาหารครบ 5 หมู่จะให้สารอาหารที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันที่นำไปสร้างพลังงาน ส่วนวิตามินและแร่ธาตุ ถึงแม้ว่าร่ากายจะต้องการในปริมาณเพียงน้อยนิดแต่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังจำเป็นต่อสมองทำให้มีพลังในการคิดสร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วย

     - สารอาหารจำเป็น สำหรับร่างกายและสมอง 
       วิตามินบี : ในวงการแพทย์ถือว่าเป็น ‘วิตามินแห่งการบำรุงสมอง’ เพราะมีส่วนช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียดจึงทำให้สมองปลอดโปร่ง เนื่องจากวิตามินชนิดนี้มีความจำเป็นต่อสมองในด้านการเผาผลาญพลังงาน หากได้รับวิตามินบีไม่เพียงพอจะทำให้สมองคิดอะไรไม่ออก มึนงง และมีผลต่อภูมิคุ้มกันได้ สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีได้แก่ ผักใบเขียว ชีส และเนื้อสัตว์

       สารต้านอนุมูลอิสระ : โดยสารต้านอนุมูลอิสระมีหลากหลายหลายชนิดไม่ว่าจะวิตามินเอ วิตามินซีหรือวิตามินอี โดยเฉพาะวิตามินซีที่รู้จักกันในชื่อของ ‘วิตามินแห่งการสร้างภูมิคุ้มกัน’ เพราะสามวิตามินนี้จะทำให้เม็ดเลือดขาวต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ได้ดี และเมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดีร่างกายก็จะแข็งแรง ป่วยยาก หรือป่วยแต่สามารถฟื้นตัวได้เร็ว ส่วนวิตามินเอและอี จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกันกับวิตามินซี แต่วิตามินอีจะช่วยป้องกันการทำลายของเซลล์ด้วย

      แร่ธาตุต่างๆ : แม้ว่าวิตามินจะสำคัญเพียงใดแต่ถ้าขาดแร่ธาตุแล้ว วิตามินจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะทั้งแร่ธาตุและวิตามินต่างส่งเสริมประสิทธิภาพกันและกัน เช่น หากมีวิตามินบี ในร่างกายอย่างเพียงพอแต่ไม่มีแร่ธาตุต่างๆ อย่างทองแดง เหล็ก โพแทสเซียม และโซเดียม วิตามินบีก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เนื่องจากไม่สามารถถูกดูดซึมวิตามินบีเข้าสู่ร่างกายได้นั่นเอง
     
     นอกจากการทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อและทานครบ 5 หมู่ในแต่ละมื้อแล้วการดื่มเครื่องดื่มในตอนเช้าถือว่าเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าพร้อมทำงานเช่นกัน บางคนเลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างกาแฟเพราะมีความหอมและมีความหวานจากน้ำตาลที่ผสมลงไป หากดื่มเพียงแก้วหรือ 2 แก้วอาจไม่มีผลต่อสุขภาพมากนักแต่ถ้าดื่มทุกวันก็อาจมีปัญหาสุขภาพได้ จะดีกว่าไหมถ้าตื่นมาดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นพร้อมตื่นไปทำงานโดยไม่ต้องพึ่งคาเฟอีน

     - เครื่องดื่มที่เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้โดยไม่พึ่งคาเฟอีน
        น้ำเปล่า : แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า สมองของเรา 75% คือ “น้ำ” หากดื่มน้ำไม่เพียงพอจะทำให้สมองทำงานไม่เต็มที่ ทั้งนี้การดื่มน้ำหลังตื่นนอนจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ร่างกายตื่นตัว สดชื่นได้เพราะช่วยเติมน้ำที่ร่างกายได้เสียไประหว่างการนอนหลับนั่นเอง

        น้ำมะนาว : เนื่องจากน้ำมะนาวจะเปลี่ยนคุณสมบัติของน้ำที่ผสมกับน้ำมะนาวให้กลายเป็นเกลือแร่ ที่จะกลายเป็นพลังงานให้กับเซลล์ จึงทำให้คุณรู้สึกสดชื่นเมื่อดื่มน้ำมะนาวผสมกับน้ำอุ่นๆ ในตอนเช้า อีกทั้งยังช่วยเรื่องระบบการขับถ่ายในตอนเช้าอีกด้วย

        โสมสกัด : ลองเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกายและสมองด้วยการดื่มเครื่องดื่มโสมในตอนเช้าดู เพราะการทานโสมสกัดจะช่วยเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ให้กับร่างกาย จึงทำให้ทั้งวันของการทำงานสดชื่นมากขึ้นพร้อมลุยงานเสมอ

    ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
        วิธีนี้คือวิธีที่ง่ายมากๆแต่ทำได้ยากมากๆสำหรับบางคนเช่นกัน เนื่องจากคุณอาจทำงานหนักในทุกๆวันแต่เชื่อหรือไม่หากคุณสามารถแบ่งเวลาได้ 30-40 นาทีต่อวัน 4 วันต่อสัปดาห์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย สมอง และสุขภาพจิตของคุณด้วย เนื่องจากเมื่อออกกำลังกายร่างกายจะผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข (Endorphin) ขึ้นมา ทำให้สมองและร่างกายได้ผ่อนคลายจากความเครียดที่เจอมาทั้งวัน อีกทั้งการออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic) อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ วิ่ง หรือเล่นเทนนิส ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงระดับที่คุณยังสามารถพูดเป็นคำออกมาได้ จะช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้อย่างคล่องแคล่วและลดเสี่ยงจากการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ได้

         เมื่อคุณทำร่างกายให้แข็งแรง ดูแลสมองให้มีสุขภาพดี เชื่อว่าคุณจะพร้อมลุยงานตรงหน้าได้อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน ด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care



ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.healthline.com/nutrition/5-simple-rules-for-amazing-health#section1
https://goodlifeupdate.com/healthy-body/health-education/8448.html
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/413/วิตามินและแร่ธาตุ(ตอนที่1)/