อย่าปล่อยให้หัวใจคุณทำงานหนัก

อย่าปล่อยให้หัวใจคุณทำงานหนัก

       "หัวใจ" อวัยวะชิ้นสำคัญที่สุดที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เกิดจนตาย มีหน้าที่หลักคือสูบฉีดเลือดให้ไปเลี้ยงร่างกายและสมอง ถ้าหัวใจแข็งแรงดีก็ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง ในทางกลับกันถ้าหัวใจทำงานหนักจะมีอาการแสดงออกมาทางร่างกาย ไม่ว่าจะมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียง่าย ใจสั่น  เจ็บหน้าอกและเป็นลมหมดสติ ถ้ามีอาการเช่นนี้คุณอาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจชนิดใดชนิดหนึ่งได้
       อย่าปล่อยให้หัวใจทำงานหนักและขาดการดูแลเพราะอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ แล้วเราจะบำรุงหัวใจของเราได้อย่างไรวันนี้ MEGA We care อยากแนะนำวิธีดูแลหัวใจให้คุณ เพื่อให้ทุกคนมีร่างกายและหัวใจที่แข็งแรงไปได้นานเท่านาน

วิธีดูแลหัวใจให้แข็งแรง
       วิธีดูแลหัวใจให้แข็งแรง ไม่ยากเพียงต้องอาศัยความมีวินัย ความอดทนเพื่อให้ได้สิ่งที่คุณต้องการคือสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงและสุขภาพกายที่ดีนั่นเอง

   พักผ่อนให้เพียงพอ
       การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นเรื่องสำคัญของร่างกายและ(หัว)ใจ เพราะการนอนหลับที่ดีจะช่วยควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติและช่วยควบคุมความดันโลหิตทำให้สุขภาพของหลอดเลือดดี เมื่อสุขภาพของหลอดเลือดดี การไหลเวียนของเลือดจะคล่องไม่ติดขัดส่งผลให้หัวใจไม่ขาดเลือด แต่จะได้ผลลัพธ์เช่นนี้ จะต้องนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ด้วยการนอนให้เป็นเวลาเป็นประจำทุกวันเพื่อให้ร่างกายจดจำเวลานอนได้  และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มคาเฟอีนเพราะมีสารกระตุ้นประสาททำให้ตื่นตัวนอนไม่หลับ เท่านี้ก็สามารถนอนหลับอย่างมีคุณภาพเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้

   ออกกำลังกาย
        หากจะเริ่มออกกำลังกายให้หัวใจและร่างกายแข็งแรงควรเริ่มออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic Exercise) เพราะการออกกำลังกายประเภทนี้สำคัญต่อการทำงานของร่างกาย ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจแข็งแรงสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะการออกกำลังกายช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มระดับไขมันดี ลดระดับน้ำตาลในเลือดจึงสามารถลดระดับการอักเสบได้ด้วย



       แต่การออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจแข็งแรงจำเป็นต้องคำนึงถึงอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate) หรือ “ชีพจร”ที่เต้น โดยปกติหากเราอยู่เฉยๆชีพจรจะเต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 70-90 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อออกกำลังกายชีพจรจะเต้นถี่ขึ้นเฉลี่ย 100-135 ครั้งต่อนาที
       นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึง ’เวลา’ ในการออกกำลังกายให้นานพอและการออกกำลังกายนั้นต้อง ‘หนักพอ’ที่จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเต้นถึง ‘เป้าหมาย’ ที่ตั้งไว้ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีหัวใจที่แข็งแรงและช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าออกกำลังกายหนักเกินไปและใช้เวลานานเกินไปจนทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะทำให้การออกกำลังกายของคุณไร้ประสิทธิภาพแทนที่จะได้ประโยชน์กลับมา

    ทานอาหารอย่างมีคุณภาพ
       เชื่อว่าการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่คือหลักการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงของทุกคนอยู่แล้ว แต่การทานให้หัวใจแข็งแรงควรทานสารอาหารที่เรียกว่า “โคเอนไซม์คิวเทน (CoenzymeQ10)” ที่ทางการแพทย์ได้รับรองว่า เป็นสารอาหารที่ผลิตพลังงานให้หัวใจ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายและยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย สารอาหารตัวนี้สามารถหาได้จากอาหารธรรมชาติทั่วไปไม่ว่าจะผักหรือเนื้อสัตว์โดยเฉพาะอาหารเหล่านี้



       อย่างไรก็ตามการทานอาหารธรรมชาติเพียงอย่างเดียวก็อาจจะยังได้รับ โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) ไม่เพียงพอ เนื่องจากชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบันอาจทำให้ทานอาหารไม่ครบถ้วนหรือได้รับไขมันจากอาหารหลายชนิดมากเกินไปก่อนจะได้รับโคเอนไซม์คิวเทนอย่างเพียงพอ การเสริมสารอาหารในรูปแบบอื่นอย่าง “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” จึงเป็นตัวเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งเพราะสะดวกและได้สารอาหารที่ต้องการแน่นอน

    ไม่สูบบุหรี่และงดแอลกอฮอล์
       การสูบบุหรี่ คือฆาตกรตัวร้ายที่ทำให้หัวใจทำงานหนักและผิดปกติ สารพิษในควันบุหรี่จะไปเกาะตามผนังหลอดเลือดหนาขึ้นจนเกิดการตีบตันของหลอดเลือดทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ น้อยลง เป็นสาเหตุการเกิดโรคหัวใจได้ เช่นเดียวกับการดื่มแอลกอฮอล์ก็ทำให้หัวใจทำงานหนักเช่นเดียวกัน เพราะแอลกอฮอล์จะไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วมากขึ้น เมื่อหัวใจเต้นเร็วความดันโลหิตก็สูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มระดับไขมันในเลือดให้สูงเป็นเหตุให้หลอดเลือดอุดตันนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจได้

   ลดความเครียด
      จากผลการวิจัยของศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เผยว่า คนที่มีความเครียดเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนที่เครียดน้อยถึง 27 เปอร์เซ็นต์ โดยการวิจัยนี้ได้ติดตามต่อเนื่องตลอด 14 ปี เพื่อศึกษาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ แล้วพบว่าความเครียดทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นจึงส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว เกิดภาวะขาดเลือดและนำไปสู่โรคหัวใจได้

           หากปฏิบัติได้ตามวิธีดังกล่าว ก็จะช่วยดูแลหัวใจให้แข็งแรงได้และถ้าไปตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง โดยการตรวจเอกซเรย์ทรวงอก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตามปกติ (EKG) และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test : EST) ก็จะช่วยตรวจสอบสุขภาพหัวใจได้ถี่ถ้วนมากขึ้น เมื่อมีสัญญาณว่าหัวใจผิดปกติจะได้ส่งตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงทีได้ต่อไป..ด้วยความห่วงใยจาก Alerten_MEGA We care

ขอบคุณข้อมูลจาก:

http://www.thaiheart.org/รู้จักหัวใจ/อาการโรคหัวใจ.html
https://www.pobpad.com//ออกกำลังกายอย่างไรให้ด
https://www.honestdocs.co/sleep-well-long-term
https://www.honestdocs.co/heart-care-important-organ
http://www.thaiheartfound.org/category/details/mood/405
https://www.livestrong.com/article/256149-what-foods-are-rich-in-coq10/
https://www.posttoday.com/life/healthy/600412
https://www.thaihealth.or.th/Content/42669-บุหรี่%20กับโรคหัวใจ%20.html
http://www.thaiheartfound.org/category/details/mood/372
https://www.honestdocs.co/target-heart-rate-zones
http://www.thaiheartfound.org/category/details/exercise/41