Home- Based Learning เด็กชีวิตเปลี่ยนเรียนที่บ้านเพราะ Covid-19

 Home- Based Learning เด็กชีวิตเปลี่ยนเรียนที่บ้านเพราะ Covid-19

       จากสถานการณ์ Covid-19 ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนทุกเพศทุกวัยเปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่’วัยเรียน’ ที่ต้องปรับวิธีการเรียนใหม่ โดยอาศัยบ้านเป็นห้องเรียนแทน การเรียนออนไลน์หรือที่เรียกว่า Home-Based Learning จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เด็กต้องนั่งอยู่หน้าคอมฯ เป็นเวลานานมากขึ้น ใช้สมอง และสายตามากกว่า 5-6 ชั่วโมงต่อวัน อีกทั้งไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือมีกิจกรรมกลางแจ้งเหมือนที่ผ่านมา แน่นอนว่าปัญหาสุขภาพต่างๆ ของเด็กก็จะตามมาอย่างที่พ่อแม่และคนใกล้ชิดอาจไม่รู้ตัว ดังนั้นด้วยความปรารถนาดีจาก Mega We care จึงขอมอบสาระดีๆ เพื่อให้คุณพ่อ คุณแม่ทุกคน หันมาป้องกันและใส่ใจสุขภาพของเด็กๆกันนะคะ

วิธีดูแลสุขภาพของเด็กๆ ในวันที่ต้อง Home-Based Learning

   ทานสารอาหารที่จำเป็น
      เมื่อมีสถานการณ์ด้านสุขภาพ รวมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเด็กวัยเรียนที่เปลี่ยนไป เด็กต้องเรียนออนไลน์ที่บ้านเป็นเวลาหลายเดือน และพ่อแม่ต้องทำงานนอกบ้าน อาจต้องทิ้งเด็กๆ ให้ต้องเรียนและดูแลตัวเองที่บ้าน จึงยิ่งต้องพิถีพิถันในการเลือกอาหารให้มากขึ้นไปอีก เพื่อร่างกายของเด็กวัยเรียนที่กำลังต้องการสารอาหารที่จำเป็นจะได้มีพลังกายและพลังสมองให้พร้อมกับการเรียนรู้ ทุกเมนูอาหารจำเป็นต้องได้รับสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเหมาะสมตามวัยของเด็กๆเพื่อบำรุงร่างกายในทุกระบบทั้งสมอง สายตา และร่างกาย



     สารอาหารบำรุงสมอง :
     สารอาหารที่มีประโยชน์ในด้านการบำรุงสมองซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำมาตลอด ก็คือ ‘DHA’ โดยสารอาหารชนิดนี้พบในอาหารประเภทปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า แองโชวี่ และแซลมอน
     ซึ่ง DHA เป็นกรดไขมัน Omega-3 ชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย สมอง และสายตา เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ มีหน้าที่สำคัญต่อระบบประสาทและสายตา ซึ่งหากสมองมีสารอาหารDHA ที่มากพอจะช่วยเสริมพัฒนาการทางสมอง และสายตาให้เด็ก รวมทั้งยังช่วยให้เด็กสามารถควบคุมสมาธิของตนเองได้ดี และจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้มากกว่าเดิม จึงส่งผลต่อพัฒนาด้านการเรียนให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และสามารถป้องกันโรคสมาธิสั้นได้ โดยแพทย์แนะนำให้เด็กทาน Omega-3 ในปริมาณ 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน
     อีกสารอาหารหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำคือ “เลซิติน (Lecithin)” ที่มีส่วนสำคัญที่ช่วยในการเพิ่มสารสื่อประสาท ทำให้ยิ่งไปเสริมการทำงานของระบบประสาทให้ดีขึ้น จึงช่วยเสริมความจำ ความคิด ความอ่าน ให้กับเด็กๆ ได้มีความพร้อมในการเรียนมากขึ้น สารอาหารนี้พบมากใน ไข่แดง ถั่งเหลือง เมล็ดทานตะวัน โดยปริมาณที่เหมาะสมในการเสริมเพื่อบำรุงสมอง คือ 1,200-2,400 มิลลิกรัมต่อวัน

       สารอาหารบำรุงดวงตา :
       ‘ลูทีน (Lutein)’ เป็นสารอาหารที่บำรุงดวงตาได้ดีหากได้รับในปริมาณที่เพียงพอ พบมากในอาหารธรรมชาติ เช่น บล็อกโคลี ข้าวโพด ถั่วลันเตา และไข่แดงสารอาหารชนิดนี้มีหน้าที่กรองแสงสีฟ้าที่มีอยู่บนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน โทรทัศน์ และหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยลูทีน (Lutein) สามารถกรองแสงได้ถึง 40% ก่อนที่แสงจะตกถึงแมคูลา (Macula lutea) ที่เป็นส่วนหนึ่งของจอประสาทตา ซึ่งประกอบไปด้วยเซลล์นับล้านทำให้การมองภาพคมชัดนั่นเอง อีกทั้งลูทีนยังพบในสมองส่วนรับการมองเห็นถึงร้อยละ 60 จึงมีส่วนช่วยในการรับภาพและส่งต่อไปยังสมองได้ดี สารอาหารนี้จะทำงานได้ดีเมื่อทำงานร่วมกับกรดไขมัน DHA และ AA (Arachidonic acid) ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านการมองเห็น
       ‘เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene)’ หากต้องการเสริมอาหารชนิดนี้ให้สังเกตง่ายๆ ว่า จะอยู่ในผักใบเขียวเข้มและผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีส้ม ถ้าเด็กๆ ชอบทานมะม่วงสุก มะละกอสุกหรือเมนูสลัด ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้รับเบต้าแคโรทีน บำรุงดวงตาอย่างแน่นอน เนื่องจากเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารนี้จะนำไปย่อยสลายให้เป็นวิตามินเอ และจะนำไปสร้างสารโรดอปซิน ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งในดวงตา ทำให้สามารถมองเห็นตอนกลางคืนและลดความเสื่อมของเซลล์ในดวงตาได้ ด้วยเหตุนี้การทานผักผลไม้หลากสีจึงสามารถบำรุงดวงตาได้เป็นอย่างดี

         สารอาหารบำรุงร่างกายให้แข็งแรง :
         ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ และ ‘แร่ธาตุ’ ถือเป็นสารอาหารอีกหมู่หนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แม้ร่างกายจะไม่ได้ต้องการมากแต่ก็ขาดไม่ได้ เพราะแร่ธาตุมีหน้าที่ที่สำคัญคือ เป็นตัวเสริม ควบคุม และเป็นตัวเร่งให้เกิดการทำงานของปฏิกิริยาทางเคมีภายในเซลล์ ซึ่งแร่ธาตุบางชนิดทำให้เกิดความสมดุลของร่างกายได้เลยทีเดียว และบางชนิดมีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือด เช่น เหล็ก หรือมีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งเนื่องจากช่วยเสริมภูมิต้านทาน ควบคุมการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้ทำงานได้ดีขึ้นและมีการกำจัดเชื้อโรคออกจากร่างกายได้ไว อีกทั้งยังยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้อย่าง ซิงค์ (Zinc)
        มีแร่ธาตุก็ต้องมีวิตามิน เพราะแร่ธาตุและวิตามินต้องทำงานร่วมกันถึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด และหนึ่งในวิตามินที่เป็นที่พูดถึงกันมากที่สุดในเรื่องทำให้ร่างกายแข็งแรง คงจะหนีไม่พ้น ‘วิตามินซี’  เนื่องจากวิตามินนี้จะเป็นพลังเสริมให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น จึงทำให้ต่อสู้กับเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายได้ดี ส่งผลให้มีภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่ป่วยง่าย หรือถ้าป่วยเด็กๆ ก็สามารถฟื้นตัวได้เร็ว

    ทำกิจกรรมอื่นๆ บ้าง
       เมื่อเวลาส่วนใหญ่ของเด็กๆที่ต้องนั่งเรียนหมดไปกับการอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ จึงทำให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ทำให้การเผาผลาญน้อยลงมีผลให้สุขภาพไม่แข็งแรง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหากิจกรรมอย่างอื่นทำโดยเฉพาะการออกกำลังกาย แต่เนื่องจากในช่วงสถานการณ์ Covid-19 การทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายอาจจะต้องเคร่งครัดในเรื่องของการรักษาระยะห่าง การออกกำลังกายแบบคนเดียว เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการกระโดดเชือก ก็สามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ร่างกาย ทำให้หัวใจสูบฉีด ช่วยในการเผาผลาญได้ดี และช่วยคลายเครียดได้
        นอกจากนี้การทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเล่นดนตรี การวาดภาพใช้ความคิดสร้างสรรค์ ก็เป็นอีกแนวทางที่จะช่วยเสริมพัฒนาความคิด ทักษะด้านอื่นๆ และทำให้สุขภาพจิตดีตามไปด้วย

   พักผ่อนให้เพียงพอ
      เรียนมาทั้งวันทั้งใช้ความคิดและใช้สายตาอย่างหนัก การพักผ่อนให้เพียงพอจึงจำเป็นอย่างมากสำหรับเด็กในวัยเรียน เพราะการนอนหลับจะมีผลต่อพัฒนาการทางด้านสมองและร่างกาย การที่เด็กนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและหลับสนิท ร่างกายจะผลิต ‘โกรทฮอร์โมน’ (Growth Hormone) ออกมา เพื่อช่วยซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ ทำให้เนื้อเยื้อต่างๆ ในร่างกายแข็งแรงขึ้น เสริมสร้างภูมิต้านทานได้ อีกทั้งการนอนยังส่งผลต่อสมองช่วยให้สมองไม่เครียด มีความคิดที่ลื่นไหลมากขึ้น มีสมาธิพร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ  



       ลองนำเอาวิธีดูแลสุขภาพในช่วงเวลาที่เด็กๆต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้าน (Home-Based Learning) ไปปรับใช้ซึ่งวิธีง่ายๆ เหล่านี้สามารถที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้และสุขภาพดีไม่ต่างจากในห้องเรียน… ด้วยความห่วงใยจาก Vitamin for Teenager_MEGA We care


ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.pobpad.com/dha-ดีเอชเอ
https://mgronline.com/qol/detail/9630000041932
https://happyschoolbreak.com/ปิดเทอมอยู่บ้าน/
https://www.doctor.or.th/ask/detail/5878
https://www.disthai.com/16653547/ลูทีน
https://happymom.in.th/th/tips/kids-sports-class/ประโยชน์-แบดมินตันสำหรับเด็ก-ที่พ่อแม่ควรส่งเสริม/530
https://www.thaihealth.or.th/ sook/info-body-detail.php?id=195
https://www.honestdocs.co/ how-much-sleep-do-you-need
https://th.theasianparent.com/ลูกนอนดึก-เสี่ยงตัวเตี้ย-เพราะขาดโกรทฮอร์โมน
https://www.phyathai.com/article_detail.php?id=2000
https://www.laservisionthai.com/health-corner/เบต้าแคโรทีน-beta-carotene