เครียดมาก ระวังหน้าแก่กว่าวัย

เครียดมาก ระวังหน้าแก่กว่าวัย

     รู้หรือไม่ว่า...อายุที่มากขึ้นไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และหน้าแก่กว่าวัย แต่พฤติกรรมปกติของหลายคน เช่น การนอนดึก การถูกแสงแดดบ่อยๆ การสูบบุหรี่ อาหารที่ทาน หรือแม้แต่ท่านอน ก็สามารถทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและหลายคนอาจยังไม่ทราบคือ “ความเครียด”
     “คุณเครียด=ผิวเครียด” เป็นประโยคที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดกับปัญหาผิวได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเกิดความเครียด ความวิตกกังวล ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือที่เรียกกันว่าฮอร์โมนความเครียดออกมาเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิด อนุมูลอิสระ ซึ่งตัวการหลักที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง เมื่อมีอนุมูลอิสระมากเกินไปจะส่งผลให้ร่างกายกำจัดออกไปได้ไม่หมด และในที่สุดตัวอนุมูลอิสระนี้เองจะเป็นตัวการสำคัญที่ไปทำลายเซลล์ผิว อีกทั้งยังทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวเด้ง เต่งตึง นั้นสลายตัว จึงนำไปสู่ภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้น ขาดความยืดหยุ่น และมีริ้วรอยเกิดขึ้นในที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีภาวะเครียดหลายคนมักแสดงออกทางสีหน้า เช่น การคิ้วขมวด ซึ่งทำให้เห็นริ้วรอยได้ชัดเจน

     ยังไม่เพียงเท่านี้ เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้น เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าผิวเริ่มเสื่อมสภาพ เพราะขาดสารอาหารที่จำเป็นไปเลี้ยงเซลล์ผิว และทำให้ผิวไม่แข็งแรง โดยเฉพาะคนไทยที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว วิถีชีวิตที่ต้องสัมผัสกับทั้งมลพิษและแสงแดดที่แรงจ้าในทุกๆวัน ซึ่งรังสี UVจากแสงแดดนี่เองจะเป็นอีกตัวการหนึ่งที่จะกระตุ้นให้ผิวไม่แข็งแรง เกิดความหมองคล้ำ จุดด่างดำ และเร่งการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
     เมื่อรู้แล้วว่าความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุของริ้วรอย จึงควรหาวิธีเพื่อจัดการกับความเครียดเหล่านั้น เริ่มต้นจากการหาสาเหตุที่ทำให้เครียด เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ผ่อนคลายความเครียดด้วยการระบายให้คนอื่นฟัง ออกกำลังกาย ฝึกสมาธิ พยายามปล่อยวาง หรือหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกเครียดน้อยลง ซึ่งแต่ละคนมีวิธีจัดการกับความเครียดที่แตกต่างกันออกไป ขณะที่นอนหลับร่างกายจะสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ตามธรรมชาติ รวมถึงเซลล์ผิวด้วยเช่นกัน จากการศึกษาพบว่าหากนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อคืน จะทำให้มีอารมณ์หงุดหงิด เกิดความเครียด หรือฉุนเฉียวได้ง่าย ดังนั้นจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้เฉลี่ยคืนละ 7-9 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้รู้สึกสดชื่นมากกว่า เพราะพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะดีทั้งต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต รวมถึงสุขภาพผิว
     อย่างไรก็ตามการปรับพฤติกรรมด้านความเครียดเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ในการดูแลผิวควรมีการดูแลทั้งภายนอกและภายในร่วมด้วย ซึ่งวิธีการดูแลผิวจากภายนอกนั้นทำได้ง่ายๆ เช่น ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า ด้วยการนวดหน้า หรือ ออกเสียงสระต่างๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อคอลลาเจนขยับบ้าง พร้อมการการใช้ครีมบำรุงหน้าให้เหมาะตามสภาพผิว มาร์กหน้า หรือ พอกหน้าด้วยแตงกวา เพื่อความสดชื่นของใบหน้า เป็นต้น
     


     ในปัจจุบันทางการแพทย์เริ่มให้ความสนใจในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย หรือที่เรียกกันว่า Anti-aging ในการดูแลสุขภาพรวมทั้งผิวพรรณมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในวิธีการดูแลสุขภาพที่แพทย์แนะนำ อีกทั้งยังสะดวกและง่าย ซึ่งเป็นการดูแลจากภายในและยั่งยืน คือ การใช้สารต้านอนุมูลอิสระ ( Anti-oxidant) ที่มีคุณสมบัติเด่นในการไปจับสารอนุมูลอิสระ ไม่ให้ไปทำลายเซลล์ในร่างกายและเซลล์ผิว
     สารอาหารจากธรรมชาติ โดยเฉพาะ สาหร่ายสีแดงนั้น อุดมด้วยแอสต้าแซนธิน ซึ่งมีบทบาทในการเป็นสารต้านอนุมมูลอิสระที่มีความแรงกว่า วิตามินซี วิตามินอี ชาเขียว และโคเอ็นไซม์คิวเทน เป็นต้น และด้วยการที่มีบทบาทเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรงกว่าตัวอื่นๆนั้น จึงมีบทบาทที่ช่วยในการปกป้องเซลล์ผิว และเสริมความแข็งแรงของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ผิวนั้นกลับมายืดหยุ่นดี คอลลาเจนและอีลาสตินแข็งแรงขึ้น ทำให้ผิวกลับคืนสู่สภาพผิวเดิม เสมือนผิวย้อนวัย ริ้วรอยจางหายไป นอกจากนี้แอสต้าแซนธินยังเป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โรทีนอยด์ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยปกป้องผิวจากการถูกแสงแดดทำร้าย ทำให้ผิวไม่หมองคล้ำได้ง่าย
     และทั้งหมดนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของความเครียดกับปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และวิธีจัดการกับริ้วรอยจากความเครียดที่เราทำมาบอกให้ได้รู้กัน เพราะเราใส่ใจและอยากให้คุณมีสุขภาพกายรวมถึงสุขภาพผิวที่ดีอยู่เสมอ ด้วยความห่วงใยจาก Astax_MEGA We care