ดื่มให้ปลอดภัย ต้องไม่ลืมดูแลตับ

ดื่มให้ปลอดภัย ต้องไม่ลืมดูแลตับ

     หลังจากลุยงานหนักมาตั้งแต่เช้าจรดเย็น หากได้จิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เย็น ๆ สักแก้วสองแก้วก็คงเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ดีไม่น้อย แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มเย็นที่แสนชื่นใจเพียงวันละนิดนี่เอง ที่ทำร้าย ‘ตับ’ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในร่างกายโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว
     แต่หากการดื่มเป็นการสร้างความสุขให้แก่นักดื่ม ก็ไม่ต้องกังวลใจว่าจะต้องทิ้งการดื่มไปอย่างถาวร เพราะ MEGA We care จะมาแนะนำปริมาณของแอลกอฮอล์ที่ พอเป็นไปได้ต่อวันที่ดื่มแล้วตับเราจะพอกำจัดออกไปได้ทันในวันนั้นๆ พร้อมตัวช่วยในการชะลอและบรรเทาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับตับของเหล่านักดื่ม

       ดื่มปริมาณเท่าไรไม่ให้ตับพัง
          มีข้อมูลเกี่ยวกับการดื่มมาตรฐาน (Standard drink) ที่ระบุว่าปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ตับจะสามารถกำจัดออกไปได้ทันในแต่ละวันเท่ากับ 10 กรัม ที่ร่างกายสามารถขับสารพิษจากเครื่องดื่มออกได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งเทียบกับปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละประเภทได้ ดังนี้

     องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้ข้อมูลที่อาจจะไม่น่าฟังนักสำหรับเหล่านักดื่มไว้ว่า “แท้จริงแล้วไม่มีระดับการดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ เพราะยิ่งดื่มมากเท่าไรยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้นเท่านั้น” และหนึ่งในโรคหรือภาวะเจ็บป่วยจากการดื่มแอลกอฮอล์ที่ควรระมัดระวัง คือ ‘โรคตับ’ ซึ่งนอกจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วตับยังต้องกำจัดสารพิษอื่นๆ จากอาหารที่เราทานเข้าไปโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้วในทุกวันด้วย เช่น สารกันบูดจากอาหารแปรรูปต่างๆ หรือจากยารักษาโรคที่จำเป็นต้องกินเพราะต้องรักษาความเจ็บป่วย

       โรคตับที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
            ไขมันพอกตับ เป็นผลที่เกิดในระยะเริ่มต้นโดยมีการสะสมของไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเซลล์ตับที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ป่วยจะไม่มีอาการใด ๆ แต่อาจตรวจพบความผิดปกติของเลือดเพียงเล็กน้อย รวมถึงตับอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น
            ตับอักเสบ เป็นความเจ็บป่วยในระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากภาวะไขมันพอกตับ ในระยะนี้ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการชัดเจนขึ้น เริ่มจากจุกเสียดและแน่นบริเวณชายโครงด้านขวาและจะมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น มีไข้สูง ตัวเหลือง ตาเหลือง ในระยะนี้เนื้อของตับจะเริ่มแข็งกว่าปกติหรือเริ่มมีอาการของตับแข็งนั่นเอง
            ตับแข็ง เป็นระยะที่เกิดผังผืดขึ้นบริเวณเนื้อตับ ผิวตับจะขรุขระ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการท้องมานและอาเจียนเป็นเลือดร่วมด้วย ในระยะนี้เป็นระยะที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับด้วย

     เมื่อการดื่มช่วยสร้างความผ่อนคลายแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลรักษาสุขภาพไปด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บรรดานักดื่มต้องมีตัวช่วยในการชะลอและบรรเทาความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับตับ ทั้งการขจัดสารพิษที่สะสมอยู่ในตับและควบคู่ไปกับการบำรุงตับให้แข็งแรง

       การดูแลตับสำหรับนักดื่ม
          นอกจากการควบคุมปริมาณการดื่มแล้ว เหล่านักดื่มทั้งหลายควรต้องรู้จักดูแลและล้างพิษที่สะสมในตับด้วยผลิตภัณฑ์ซึ่งมีส่วนประกอบของวิตามินสูตรครบถ้วนที่รวมไว้ โดยสารอาหารที่มีสรรพคุณช่วยในการทำงานของตับ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
            ช่วยให้ตับเผาผลาญไขมันได้ดี ได้แก่ บริเวอร์ยีสต์ (Brewer’s Yeast ) โคลีน (Choline) ไอโนซิทอล (Inosital) เลซิติน (Lecithin) สารสกัดจากดอกอีฟนิ่งพริมโรส(Evening Primrose Oil)
            ช่วยกำจัดสารพิษ ได้แก่ แอล เมทไธโอนีน (L-Methionine) ช่วยในกระบวนการกำจัดสารพิษในตับ สารสกัดจากรากต้นแดดิเลียน (Dandilion Root Extract)
            ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ซีลิเนียม(Selenium Methionine Complex)
            ช่วยระบบย่อยอาหารและปรับสมดุลกรดด่าง ได้แก่ สารสกัดแอปเปิ้ล (Apple Vinegar Powder)

     จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สารอาหารสำคัญชนิดหนึ่งนั่นคือ ‘เลซิติน’ (Lecithin) ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงตับ เพิ่มการเผาผลาญไขมันและลดการเสื่อมโทรมของตับ และยังเป็นส่วนประกอบที่อยู่ในตับมากถึงร้อยละ 70
     สารอาหารเหล่านี้ นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักดื่มทั้งหลายคลายความกังวลใจในเรื่องสุขภาพตับได้เป็นอย่างดี เพราะแม้จะบอกลาการดื่มไม่ได้แต่ก็สามารถชะลอความเสื่อมของตับได้และยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

     ด้วยความห่วงใยจาก_MEGA We care

ขอบคุณข้อมูลจาก : 
http://www.euro.who.int/en/health-topics/disease-prevention/alcohol-use/data-and-statistics/q-and-a-how-can-i-drink-alcohol-safely
https://www.honestdocs.co/alcohol-dosage-and-how-not-to-harm-yourselves-and-others
https://medlineplus.gov/ency/article/001944.htm
https://www.praram9.com/articles/การดื่มสุรา-ภัยโรคตับที/