'วิตามินสำหรับเด็กวัยเรียนในยุคที่ต้องเรียนออนไลน์'

'วิตามินสำหรับเด็กวัยเรียนในยุคที่ต้องเรียนออนไลน์'

       จากผลพวงการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่เกิดขึ้น พฤติกรรมในการเรียนของนักเรียน นักศึกษาจึงต้องการปรับตัวต่างออกไปจากเดิม จากการเรียนในแบบที่ต้องเดินทางไปโรงเรียน ไปมหาวิทยาลัย ก็เปลี่ยนมาเป็นเรียนออนไลน์ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์กันมากขึ้น
       แต่วิถีชีวิตใหม่ของเหล่านักเรียนนักศึกษาอาจส่งผลต่อสุขภาพในด้านๆ อื่นอย่างที่คาดไม่ถึง เช่น การใช้เวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนนานมากขึ้น ส่งผลต่อสายตา การใช้สมองในการจดจ่อและร่างกายที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนมากเหมือนแต่ก่อน อาจทำให้สุขภาพโดยรวมแย่ลง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองควรดูแลและหันมาสนใจเรื่องสุขภาพของเด็กๆ ท่ามกลางวิถีชีวิตใหม่ที่เปลี่ยนไป

ผู้ปกครองต้องดูแลเด็กๆ ในยุคที่ต้องเรียนออนไลน์อย่างไร

   เสริมการเรียนรู้ได้ แม้จะอยู่ที่บ้าน
      ถึงแม้การเรียนออนไลน์อยู่บ้านจะทำให้การศึกษาของเด็กสามารถดำเนินต่อไปได้ แต่การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่หน้าจอสี่เหลี่ยมเท่านั้น เพราะสามารถเรียนรู้จากสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ เช่น การปลูกต้นไม้ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ผ่อนคลายและสนุกไปกับการลงมือทำ หรือลองชวนพวกเขาพูดคุยและชวนตั้งสมมติฐาน หาคำตอบกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปกับสิ่งง่ายๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว  
      การเรียนรู้นอกตำราเรียนจะทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสใช้ทักษะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสังเกต การวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวร่างกาย การหยิบจับให้สัมพันธ์กับสายตา รวมไปถึงได้พัฒนา EQ (Emotional quotient) หรือความฉลาดทางอารมณ์ด้วย

   แบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆบ้าง
      เมื่อการเรียนออนไลน์ทำให้เด็กๆ ได้ขยับร่างกายน้อยลง จึงอาจทำให้สุขภาพอ่อนแอ การจัดกิจกรรมอื่นๆนอกจากกิจกรรมที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น เช่น การออกกำลังกาย เพราะจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย เป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อหัวใจเพื่อให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายอย่างสะดวก ช่วยเพิ่มการเผาผลาญและที่สำคัญสามารถช่วยคลายเครียดให้เด็กๆ ที่เรียนออนไลน์มาทั้งวันได้
      แต่การออกกำลังกายในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้น ต้องเคร่งครัดในการเว้นระยะห่างเพราะ เหงื่อ น้ำลาย ต่างเป็นสารคัดหลั่งที่สามารถทำให้เราติดเชื้อได้ แนะนำให้ออกกำลังกายแบบคนเดียว เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการกระโดดเชือกก็ได้

   เสริมสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพเด็กโดยเฉพาะ
       โดยปกติเด็กๆ ทุกคนก็ต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนเพื่อพัฒนาการที่ดีครบทุกด้านอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้ ที่ต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้านต้องใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง เด็กๆในยุคนี้จึงมีสายตาที่สั้นเร็ว และพบว่ามีภาวะตาแห้งเนื่องจากน้ำหล่อเลี้ยงในตาไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดการระคายเคืองตา หากใช้สายตาหนักในทุกๆ วันอาจทำให้เป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) ซึ่งเป็นผลมาจากคลื่นแสงสีฟ้าที่สร้างสารอนุมูลอิสระขึ้นไปทำลายเซลล์ในดวงตา ทำให้ดวงตาเสื่อมไวขึ้น ในด้านการคิดวิเคราะห์ จดจ่อกับหน้าจอตรงหน้าจะส่งผลให้สมองต้องใช้พลังงานมากขึ้น  
       อีกทั้งการนั่งเรียนอยู่กับที่นานๆ จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแย่ลงไปด้วย เพราะเมื่อมีการเคลื่อนไหวของร่างกายน้อยลงอัตราการเผาผลาญก็น้อยลงตาม จึงทำให้การไหลเวียนของเลือดช้าลงส่งผลให้เซลล์ในร่างกายได้รับสารอาหารและออกซิเจนไม่เพียงพอ ร่างกายจึงรู้สึกเหนื่อยและมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้เด็กๆ จึงต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนเพื่อสุขภาพที่ดีส่งเสริมการเรียนรู้ของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง



   อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ
      หัวใจสำคัญของการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง คือ ‘การพักผ่อน’ ให้เพียงพอ จากคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเด็กที่อายุ 6-13 ปี ใช้เวลาสำหรับการนอนเฉลี่ย 9-11 ชั่วโมง และเด็กที่อายุ 14-17 ปี ใช้เวลานอนเฉลี่ย 8-10 ชั่วโมง จึงจะได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ส่งผลให้โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) หลั่งเป็นปกติ ช่วยซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ เสริมภูมิต้านทานให้กับเด็กๆ และช่วยให้มีความคิดที่ลื่นไหลมากขึ้น มีสมาธิ ในการจอจ่อกับสิ่งต่างๆ เนื่องจากสมองไม่เครียดเพราะได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

        เมื่อวิถีของการศึกษาเปลี่ยนไป ทำให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นักเรียนทั้งหลายจึงต้องปรับตัวมาเรียนออนไลน์มากขึ้น การดูแลสุขภาพร่างกายของเด็กๆ จึงต้องดูแลให้ดีและรอบด้านมากขึ้นตามไปด้วย…ด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care


ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/879187
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/882508
https://thepotential.org/knowledge/homeschooling/
https://www.supremeilasik.com/th/vitamins-a-benefits-and-harm/
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/665/DryEyes
https://www.anamai.moph.go.th/ewt_news.php?nid=14019&filename=index
https://th.theasianparent.com/ลูกนอนดึก-เสี่ยงตัวเตี้ย-เพราะขาดโกรทฮอร์โมน