รู้ก่อนซื้อ! 20 คำถาม กับ Vitamin C

รู้ก่อนซื้อ! 20 คำถาม กับ Vitamin C

     เมื่อพูดถึงวิตามินบำรุงร่างกายที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ หรือวิตามินที่คนมักจะเลือกทานเสริมเป็นอันดับแรก เชื่อว่าทุกคนจะต้องนึกถึง “วิตามินซี” อย่างแน่นอน แต่ยังมีหลายคนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ ขนาดที่ควรทาน หรือข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวกับวิตามินซี เพื่อให้คุณได้ข้อมูลที่ครบถ้วน และได้ความคุ้มค่ามากที่สุด ครั้งนี้เราจึงรวบรวมคำตอบของ 20 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนซื้อวิตามินซีมาบอกกัน

        Q&A 20 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนซื้อวิตามินซี

     Q1: วิตามินซี มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างไรบ้าง?
     A1: วิตามินซี หรือ Ascorbic acid เป็นวิตามินพื้นฐานที่จำเป็นต่อร่างกาย มีประโยชน์ในหลายด้านดังต่อไปนี้
       เสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายไม่ป่วยหรือติดเชื้อได้ง่าย โดยเพิ่มแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาว
       สามารถช่วยป้องกันหวัด ภูมิแพ้ได้
       ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย (Antioxidant) ช่วยฟื้นฟูเซลล์ร่างกายให้กลับมาแข็งแรง
       ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง
       ช่วยสร้างคอลลาเจนให้ผิวยืดหยุ่น
       ช่วยให้ผิวแลดูใสขึ้น ไม่โทรม
       รักษาและป้องกันโรคลักปิดลักเปิด
       ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก

     Q2: ทานวิตามินซีวันละกี่มิลลิกรัม ( mg) ถึงจะเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย?
     A2: เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีขึ้นมาเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการทานเข้าไปเท่านั้น ซึ่งหากเป็นคนสุขภาพดี และทานผักผลไม้สม่ำเสมอ แนะนำให้ทานวิตามินซี วันละ 1,000-2,000 mg แต่สำหรับในช่วงที่เกิดภาวะโรคระบาด ร่างกายต้องการเสริมภูมิคุ้มกันที่มากกว่าปกติ เพราะร่างกายจะมีการสูญเสียวิตามินซีอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากกระบวนการต่อสู้กับเชื้อโรค จึงแนะนำให้ทานวิตามินซีให้ได้ในปริมาณ 1,000-3,000 mg ต่อวัน โดยแบ่งทาน เช้า กลางวัน เย็น
     กรณีถ้าต้องการทานวิตามินซีเพื่อผลลัพธ์ในการช่วยเรื่องผิวขาวใส แนะนำให้ทานวันละ 2,000 mg โดยแบ่งทาน ครั้งละ 1,000 mg หลังอาหารเช้า เย็น สามารถช่วยให้ขาวขึ้นได้ เพราะวิตามินซีช่วยลดการสร้างเม็ดสี ช่วยปกป้องการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระและแสงแดด แต่อย่างไรก็ตามผิวที่ขาวขึ้นนั้น จะไม่ได้ขาวเกินกว่าระดับสีผิวเดิมของคนๆนั้น และความขาวใสที่เกิดขึ้นนี้ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลผิววิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

     Q3: วิตามินซีสามารถป้องกันหวัดได้จริงหรือไม่?
     A3: จากงานวิจัยวิตามินซีสามารถป้องกันการเป็นหวัดได้ถึง 50% ในผู้ที่อยู่สภาวะ extreme หรืออยู่ในสภาวะที่มีความเครียดสูง เช่น นักวิ่ง หรือนักรบในเขตหนาว ส่วนผู้ที่ทานวิตามินซีเป็นประจำ วันละ 2,000 mg เมื่อป่วยเป็นหวัดก็จะช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของโรคหวัดได้

     Q4: วิตามินซีสามารถป้องกันโรคภูมิแพ้กำเริบได้จริงหรือไม่?
     A4: การทานวิตามินซี 2,000 mg ต่อวัน รูปแบบใดก็ได้ นานประมาณ 1 เดือนขึ้นไป สามารถช่วยลดระดับฮิสตามีน (สารที่หลั่งออกมาเมื่อเกิดอาการแพ้ )ได้ 40% ประกอบกับมีการวิจัยว่าช่วยให้ลดการกำเริบและอาการของภูมิแพ้ดีขึ้นได้

     Q5: วิตามินซีช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้อย่างไร?
     A5: วิตามินซีช่วยในการทำงานของเม็ดเลือดขาว (neutrophils, macrophages) ในการกำจัดเชื้อโรค เชื้อไวรัส และช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรคได้ดีขึ้น

     Q6: วิตามินซีแบบผงคืออะไร และดีอย่างไร?
     A6: วิตามินซีแบบผง คือ วิตามินซีในรูปแบบที่ไม่มีความเป็นกรดเลย เป็นแคลเซียม แอสคอร์เบท 100% สามารถละลายในน้ำ ชงดื่มได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบทานวิตามินซีในรูปแบบเม็ด ผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้มีปัญหาเป็นโรคกระเพาะ

     Q7: ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ช่วยเพิ่มการดูดซึมได้จริงหรือเปล่า?
     A7: ไบโอฟลาโวนอยด์ สามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมของวิตามินซี ได้ถึง 35% และช่วยให้วิตามินซีอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น นอกจากนี้คุณสมบัติของไบโอฟลาโวนอยด์ ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ยับยั้งขบวนการทำลายเซลล์ ต้านการอักเสบ ช่วยให้ผนังหลอดเลือดมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ให้มีประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือด และยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินซีอีกด้วย

     Q8: วิตามินซีจากธรรมชาติ กับ วิตามินซีสังเคราะห์ ชนิดใดดูดซึมได้ดีกว่ากัน?
     A8: วิตามินซีสูตรธรรมชาติ สามารถดูดซึมได้มากกว่า เนื่องจากมีไบโอฟลาโวนอยด์ช่วยเพิ่มการดูดซึมได้ถึง 35% และอยู่ในร่างกายได้นานถึง 5-6 ชั่วโมง ในขณะที่วิตามินแบบสังเคราะห์อยู่ในร่างกายเพียง 3-4 ชั่วโมง

     Q9: ทำไมจึงต้องเสริมวิตามินซีให้กับร่างกายเป็นประจำ?
     A9: เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซี ขึ้นมาเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการทานเข้าไปเท่านั้น รวมทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ ของคนในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รวมไปถึงมีปัญหาเรื่องความเครียด การสูบบุหรี่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่เร่งให้ระดับวิตามินซีในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว

     Q10: วิตามินซีควรทานตอนไหนจึงจะดีที่สุด?
     A10: เนื่องจากในแต่ละวันเราจะต้องทำกิจกรรมต่างๆ หรือทำงานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้นเป็นกว่าปกติ การทานวิตามินซีในตอนเช้าจึงเกิดประโยชน์มากที่สุดเพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น อีกเหตุผลคือในระหว่างวันเราจะมีการดื่มน้ำอยู่เรื่อยๆ ทำให้มีการขับวิตามินซีออกทางปัสสาวะมากกว่าตอนกลางคืนที่ปัสสาวะของเราจะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการตกผลึกเป็นนิ่วได้เล็กน้อย ดังนั้น การทานในตอนเช้าจึงจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ และไม่แนะนำให้ทานวิตามินซีก่อนอาหาร เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซีจะมีความเป็นกรดอ่อนๆ การทานหลังอาหารจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น เกิดอาการแสบท้องหลังทานวิตามินซี



     Q11: ใครมีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินซี?
     A11: ผู้ที่ไม่ชอบรับประทาน ผัก ผลไม้ หลากหลาย สดใหม่
       ผู้ที่อยู่ในภาวะเครียดสูง
       ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
       ผู้ที่อาศัยในบริเวณที่มีมลภาวะสูง โดยเฉพาะคนเมือง
       ผู้ที่ป่วยง่าย โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเดินหายใจ

     Q12: หลักในการเลือกวิตามินซีที่ดี ควรเลือกอย่างไร?
     A12: วิตามินซียี่ห้อที่ดี ควรมีข้อมูลระบุชัดเจนดังนี้ ข้อมูลผ่าน อย. บนฉลากมีระบุวัน เดือน ปี ที่ผลิต และระบุหมดอายุ, ระบุสถานที่ผลิต, ระบุชนิดของวิตามินซี และปริมาณสารสำคัญให้ชัดเจนว่าเป็นชนิดใด

     Q13: วิตามินซีควรบรรจุในภาชนะแบบใดจึงจะดีที่สุด?
     A13: วิตามินซีเป็นวิตามินที่ไม่ทนต่อแสง ความร้อน และความชื้น ดังนั้น ภาชนะที่เก็บรักษาคุณภาพของวิตามินซีได้ดีที่สุด คือ ภาชนะทึบแสง และซีลขวดปิดสนิท

     Q14: ทานวิตามินซีต่อเนื่องนานๆ จะเป็นอันตรายหรือไม่?
     A14: วิตามินซีได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่ามีความปลอดภัย เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ขับทางปัสสาวะ มีความปลอดภัย ไม่สะสมไว้ในร่างกาย จึงสามารถทานต่อเนื่องได้ แต่หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอจะทำให้ป่วยได้ง่าย

     Q15: Acerola Cherry คืออะไร?
     A15: Acerola Cherry เป็นพืชชนิดหนึ่ง พบว่าใน 100 g จะมี vitamin C 1,677 mg ดังนั้น ใน 1000 mg จะมี วิตามินซีถึง 16.77 mg

     Q16: วิตามินซี จัดเป็นยา หรือ อาหารเสริม?
     A16: วิตามินซีที่จัดประเภทเป็นยาจะให้ปริมาณสารสำคัญวิตามินซี 1,000 mg แต่วิตามินซีที่ให้ปริมาณสารสำคัญไม่เกิน 60 mg จะจัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

     Q17: วิตามินซีที่มีขายในท้องตลาดมีรูปแบบใดบ้าง และให้ประโยชน์ต่างกันหรือไม่?
     A17: วิตามินซีที่มีขายในท้องตลาดปัจจุบันมีทั้ง แบบเม็ด แคปซูล เยลลี่ ผงละลายน้ำชงดื่ม เม็ดฟู่ จากการศึกษาพบว่าให้ปริมาณวิตามินซีที่ไม่ต่างกัน การเลือกรูปแบบใดนั้นจึงขึ้นกับความสะดวก เช่น
       วิตามินซีแบบเม็ด ซึ่งมักจะมีขนาดเม็ดที่ใหญ่พอสมควร บางคนทานแล้วจึงอาจมีปัญหาในการกลืนบ้าง และหลังทานก็อาจต้องดื่มน้ำตามเยอะๆ หรือประมาณ 1 แก้ว เพราะวิตามินแบบเม็ดจะต้องใช้น้ำเพื่อช่วยในการแตกตัวมากกว่ารูปแบบอื่น
       วิตามินซีแบบแคปซูล รูปแบบนี้ปกติจะมีราคาแพงกว่าแบบเม็ด มีข้อดี คือ กลืนง่ายและแตกตัวง่ายกว่ารูปแบบเม็ด
       วิตามินซีแบบเคี้ยว (ลักษณะคล้ายเยลลี่) รสชาติอร่อย ทานง่าย จึงเหมาะสำหรับเด็ก อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อวิตามินซีรูปแบบเคี้ยวควรเลือกชนิดที่ไม่ใส่สารกันบูด และให้ปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอต่อวันด้วย
       วิตามินซีรูปแบบเม็ดฟู่ละลายน้ำ หรือแบบน้ำ เป็นรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยม เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบกลืนวิตามินแบบเป็นเม็ดใหญ่ๆ เพราะทานง่าย และยังสามารถนำมาชงกับน้ำเปล่าหรือผสมกับน้ำผลไม้อื่นๆ ได้ด้วย ส่วนการเลือกซื้อวิตามินซีรูปแบบชงแนะนำให้เลือกชนิดที่ปราศจากน้ำตาล เพราะบางชนิดบางยี่ห้อจะมีการใส่น้ำตาลลงไปด้วยในปริมาณมากเพื่อให้ความหวานซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

     Q18: ทำไมเด็กจึงควรเสริมวิตามินซี?
     A18: เนื่องจากเด็กส่วนมากมักจะเลือกทานอาหาร ทานน้อย หรือเลือกทานแต่อาหารเดิมซ้ำๆ ที่ไม่มีประโยชน์ ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบและเพียงพอต่อร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ไม่เพียงพอสำหรับต่อสู้กับเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมที่พร้อมจะเข้าสู่ร่างกาย การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกตั้งแต่ยังเด็กจึงสำคัญอย่างยิ่ง
     นอกจากนี้ ภาวะขาดวิตามินซีจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด โรคลักปิดลักเปิด (scurvy) ทำให้มีเลือดออกตามไรฟัน และโรคเหงือกได้ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ควรปรับพฤติกรรมพยายามเลือกอาหารให้ลูกบริโภคครบทั้ง 5 หมู่ และเน้นผัก ผลไม้สดเป็นประจำ

     Q19: วิตามินซีรูปแบบใดเหมาะกับผู้สูงวัยที่สุด?
     A19: วิตามินซีชนิดผง เนื่องจากสารสำคัญเป็นแคลเซียม แอสคอเบท จึงไม่มีความเป็นกรดเลย ทำให้ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร และสะดวกในการทาน จึงเหมาะกับผู้สูงอายุ จุดเด่นอีกข้อหนึ่งคือ ปราศจากน้ำตาล ไม่มีแคลอรี

     Q20: ทำไมต้องเลือก Vitmain C ของ Mega We care?
     A20: Vitmain C ของ Mega We care มีความเป็นกรดน้อย และมีปริมาณสารสำคัญให้วิตามินซีเท่ากับ 1,000 mg ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นยา และมีส่วนประกอบของไบโอฟลาโวนอยด์ 50 mg ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซีได้ดีและอยู่ในร่างกายได้นาน ตัวเม็ดเคลือบด้วยชั้นฟิล์มช่วยป้องกันความชื้นได้ดี และบรรจุด้วยภาชนะทึบกันแสงได้ 100% และผลิตภายใต้มาตรฐานยาระดับสากล ได้แก่ GMP ไทย TGA ประเทศออสเตรเลีย และ BfRaM ประเทศเยอรมนี จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพในวิตามินซีทุกเม็ด

      และทั้งหมดนี้คือ 20 คำตอบ ของคำถามที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับวิตามินซีที่เราได้รวบรวมมาไขทุกข้อข้องใจ เพื่อให้คุณมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิตามินซีมากยิ่งขึ้น และได้รับประโยชน์จากวิตามินซีอย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยความห่วงใยจาก VittaminC_MEGA We care



ข้อมูลอ้างอิงจาก
1.Comparative Bioavailability to Humans of Ascorbic Acid Alone or in
Citrus Extract
:https://www.sportron.co.za/…/Comparative%20Bioavailability%…
2.The Bioavailability of Different Forms of Vitamin C (Ascorbic Acid)
:http://www.amaruka.com/pdf/biodisponibilidad.pdf
3.vitamin C for preventing and treating the common cold
:http://journals.plos.org/plosmedicine/article/asset…
4.Absorption and Bioavailability
:http://www.exrx.net/Nutrition/Antioxidants/VitaminC.html
5.Vitamin C and Immune Function
Nutrients 2017 Nov; 9(11): 1211.
6.Cochrane Reviews Douglas et al., 2000, Hemila et al., 2007, Hemila & Chalker, 2013
7.Vitamin C physiology: the known and the unknown and Goldilocks
Oral Dis. 2016 Sep; 22(6): 463-493.
8.The Role of Vitamins and Minerals in Hair loss: A Review
Dermatol Ther (Heidelb). 2019 Mar: 9(1): 51-70.
9. Vitamin C Supplementation Reduces the Odds of Developing a Common Cold in Republic of Korea Army Recruits: Randomised Controlled Trial
Tae Kyung Kim , H R Lim , J S Byun. BMJ Mil Health. 2020 Mar 5.
10. Journal of Evidence-Based Complementary & Alternative Medicine, 16(1) 49-57
11. hellokhunmor.com/พ่อแม่เลี้ยงลูก/เทคนิคการเลี้ยงลูก/เด็กกินวิตามินซี-วัยเรียน/
12. http://www.wongkarnpat.com/upfilecpe/CPE%20230.pdf