"ผิวแห้ง" อย่าปล่อยละเลย สัญญาณปัญหาผิวที่ต้องดูแล

"ผิวแห้ง" อย่าปล่อยละเลย สัญญาณปัญหาผิวที่ต้องดูแล

     ความเชื่อที่ว่า... ปัญหาผิวแห้งไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจ อาจจะไม่เป็นความจริง! เพราะเชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังไม่รู้และละเลยกับสัญญาณของปัญหาผิวแห้งที่ต้องรีบดูแลโดยด่วน เพราะการมีผิวแห้ง หมายถึงการที่ผิวต้องการการบำรุงที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งการบำรุงจากภายในร่วมกับการดูแลผิวจากภายนอก
     ก่อนที่ผิวของคุณจะแห้งกร้าน ไม่น่าสัมผัส จนยากที่จะแก้ MEGA We care ขออาสาบอกวิธีดูแลผิวของทุกคนให้ห่างไกลจากปัญหาผิวแห้ง

        ผิวแห้ง สัญญาณของปัญหาผิว?
     ผิวแห้ง (Dry skin) คือ ภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้น จนอาจเกิดภาวะผิวขาดน้ำได้ นั่นเพราะ น้ำมันที่ผลิตจากต่อมไขมันสูญเสียไป ทำให้ขาดตัวเคลือบผิวที่คอยปกป้องความชุ่มชื้นนั้นหายไป จนทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแห้งและอาจนำไปสู่การขาดความสมดุลของผิวจนเกิดผิวขาดน้ำได้ในที่สุด
     ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันสักนิดว่า ต่อมไขมันนั้นมีหน้าที่คอยผลิตน้ำมันออกมาเพื่อปกป้องผิวให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ เสมือนผลิตตัวฉาบที่คอยเคลือบผิวไว้นั่นเอง น้ำมันที่ผลิตนั้นจึงเป็นตัวที่ปกป้องการสูญเสียน้ำจากเซลล์ผิว ช่วยอุ้มน้ำให้กับเซลล์ผิวเพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
     ผิวแห้งเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย บางคนมองข้ามและละเลยเรื่องของการดูแลผิวไป จะรู้ตัวเมื่อสายด้วยอาการที่แสดงออกจนผิวหนังแพ้ง่าย เกิดอักเสบได้ แล้วรู้หรือไม่ว่า...หากปล่อยให้ผิวขาดความชุ่มชื้น จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ผิวไม่เรียบเนียน เกิดริ้วรอยได้ง่าย ผิวดูแก่กว่าวัย ผิวไม่น่าสัมผัส และถ้าปล่อยให้ผิวแห้งมากจะทำให้ผิวแพ้ง่าย จนอาจเกิดผื่นคัน ผิวลอก เป็นขุย และเป็นสะเก็ดในที่สุด ดังนั้น จึงควรดูแลและบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องผิวให้ห่างไกลจากปัญหาผิวแห้ง



        จัดการกับปัญหาผิวแห้งอย่างได้ผล
       เลี่ยงการอาบน้ำอุ่น/น้ำร้อน
         เริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมที่เป็นตัวการทำให้ผิวแห้ง หนึ่งในนั้นคือการอาบน้ำ รู้หรือไม่ว่าอุณหภูมิของน้ำที่ใช้อาบสามารถส่งผลต่อสภาพผิวได้ด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น รวมทั้งการแช่ตัวในอ่างน้ำร้อนเป็นเวลานานเกิน 15 นาที เพราะนอกจากการชะล้างสิ่งสกปรกแล้ว อุณหภูมิที่สูงจะชะล้างน้ำมันที่เป็นตัวเคลือบผิวออกมากเกินไป จนทำให้ผิวเกิดการสูญเสียน้ำออกสู่ภายนอกได้ง่าย

       ลดเวลาการอยู่ในห้องแอร์
         ใครที่เคยมีความเข้าใจผิดว่า “ปัญหาผิวแห้ง” เกิดขึ้นได้แค่ในช่วงหน้าหนาว อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่สมัยนี้โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศ มักจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่ในห้องแอร์ รวมถึงผู้ที่ชอบนอนเปิดแอร์ เนื่องจากในที่อากาศเย็น หรือหนาวนั้นจะมีอุณหภูมิต่ำ มีความชื้นน้อย และด้วยเหตุนี้เองจึงมีผลให้เมื่อต้องอยู่ในห้องแอร์นานๆ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้เช่นกัน จนเกิดปัญหาผิวแห้งตามมา จึงแนะนำว่าควรเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่เย็นจัด ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว พร้อมกับทาโลชั่นเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นไปด้วย จะช่วยให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นน้อยลง

       ทาโลชั่นบำรุงผิว
         นอกจากหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ผิวแห้งแล้ว ควรปกป้องผิวจากภายนอกด้วยการทาโลชั่นบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้เลือกโลชั่นที่มีคุณสมบัติเรื่องให้ความชุ่มชื้นกับผิว เป็นสูตรอ่อนโยน ไม่มีสารอันตราย รวมถึงน้ำหอม เพื่อลดการระคายเคือง เลี่ยงโลชั่นที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะอาจจะทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิมได้ โดยให้ทาบำรุงหลังจากที่อาบน้ำเสร็จทั้งในตอนเช้าและก่อนเข้านอน หรือหากรู้สึกว่าผิวแห้งในช่วงระหว่างวันก็สามารถทาโลชั่นบำรุงได้เช่นกัน

       เติมอาหารให้ผิว
         นอกจากนี้การเติมอาหารให้กับผิวเป็นอีกวิธีที่ช่วยดูแลผิวจากภายใน เพื่อให้ผิวนั้นชุ่มชื้น ด้วยการเสริมกรดไขมันจำเป็น ชนิดไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมก้า-6 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเช่นกัน แต่ร่างกายนั้นไม่สามารถสร้างเองได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานเสริมเท่านั้น อย่างเช่น น้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส (Evening primrose oil) ซึ่งประกอบไปด้วย โอเมก้า-6 ที่อุดมด้วยกรดไลโนเลอิค (LA) และกรดแกมมาไลโนเลนิค (GLA) ทำหน้าที่ส่วนประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ในร่างกาย รวมถึงเซลล์ผิวหนังด้วย จึงคอยรักษาความชุ่มชื้นของผิว และยังมีบทบาทในการลดการอักเสบผิวอีกด้วย เมื่อผิวแห้งมากจนเกิดอาการผื่นแพ้ คัน จนเกิดการอักเสบ
         ดังนั้นการเลือกเสริมด้วยน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยดูแลจากภายใน คอยช่วยรักษาความชุ่มชื้นต่างๆให้กับผิว ป้องกันผิวแห้งจนขาดน้ำได้ และเมื่อผิวมีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสมแล้ว จะส่งผลให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น แลดูผิวสุขภาพดี ผิวอิ่มน้ำ ผิวมีความยืดหยุ่นที่ดี น่าสัมผัส ไม่แห้งกร้านอย่างที่เคยเป็น อีกทั้งป้องกันปัญหาริ้วรอยที่อาจตามมาได้ และนอกจากนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและมีปริมาณสารสำคัญ GLA 10% ที่ตรงตามผลวิจัยทางการแพทย์ เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิว

         และทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่บอกว่าทำไมคุณจึงไม่ควรละเลย และหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาผิวแห้ง พร้อมกับวิธีแก้ปัญหาผิวแห้งอย่างได้ผล นั่นคือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บำรุงจากภายนอก ควบคู่ไปกับการบำรุงจากภายใน ด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care


ข้อมูลอ้างอิงจาก
www.siphhospital.com/th/news/article/share/922