ระวัง! อยู่ห้องแอร์นานๆ ทำผิวเหี่ยว

ระวัง! อยู่ห้องแอร์นานๆ ทำผิวเหี่ยว

     ถ้าคุณคือหนึ่งคนที่กำลังประสบกับปัญหาผิวเหล่านี้ “ผิวแห้งกร้าน ผิวขาดความชุ่มชื้น จนทำให้ผิวแห้งเหี่ยว ไม่น่าสัมผัส” และบางครั้งการทาเพียงโลชั่นบำรุงผิวอาจไม่เพียงพอ ที่จะช่วยฟื้นผิวให้กลับมามีความเนียนนุ่มชุ่มชื้นได้อย่างถาวร
     ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระบุว่า ภาวะผิวแห้ง ผิวขาดความชุ่มชื้น สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนซึ่งแต่ละคนจะมีปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะผิวแห้งแตกต่างกันออกไป ทั้งจากปัจจัยภายใน เช่น อายุ โรคประจำตัว การขาดสารอาหาร และจากปัจจัยภายนอก เช่น อากาศ สิ่งแวดล้อมรอบๆตัว รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันด้วย
     หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าผิวมักจะแห้งง่ายในช่วงที่อากาศหนาว แต่หากลองสังเกตดีๆจะพบว่า ผู้ที่ใช้เวลาอยู่ในห้องแอร์นานๆ เช่น พนักงานออฟฟิศ หรือคนที่ชอบนอนเปิดแอร์ ก็มักจะมีผิวที่แห้งง่ายเช่นกัน ลองสำรวจตัวเองดูว่า...คุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้เวลาอยู่ในห้องแอร์นานเกินไปหรือเปล่า? Mega We care ขออาสามาเผยเคล็ดลับการดูแลและปกป้องผิว ไม่ให้ผิวแห้งกร้านจนดูผิวเหี่ยว

        อยู่ห้องแอร์ = ผิวเหี่ยว?
            เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิต่ำลงจะทำให้ความชื้นในอากาศลดลง ส่งผลให้เมื่อต้องอยู่ในห้องแอร์นานๆ ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นทำให้ผิวแห้งได้ง่าย และหากปล่อยไว้อาจทำให้มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการคัน แสบ แดง ผิวลอกเป็นขุย ผิวแพ้ง่าย ทำให้ผิวดูเหี่ยว และยังเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย คำถามต่อมาคือ...ควรดูแลผิวอย่างไรเมื่อหลายคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานานๆได้?




        เคล็ดลับดูแลผิว...เมื่อต้องอยู่ห้องแอร์

     1. เลี่ยง/ลดเวลาการอยู่ในห้องแอร์
         เพื่อป้องกันปัญหาผิวแห้งไม่ควรใช้เวลาอยู่ในห้องแอร์ตลอดทั้งวัน หรือลดเวลาที่ใช้ในห้องแอร์ลง ในกรณีที่ไม่สามารถทำได้ เช่น พนักงานออฟฟิศ ควรปรับอุณหภูมิของแอร์ให้เหมาะสม อาจเลือกใช้วิธีตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์อัตโนมัติ หรือเปิดพัดลมแทนในวันที่อากาศไม่ร้อนมากนัก

     2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
         การจิบน้ำบ่อยๆ หรือดื่มน้ำให้ได้ประมาณวันละ 8 – 10 แก้ว เป็นอีกวิธีที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้น คงความสมดุลของระดับน้ำในร่างกายรวมถึงผิวพรรณได้ และเมื่อร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะส่งผลให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้

     3. ทาครีมบำรุงผิว
         หมั่นทาครีมบำรุงผิว เพื่อเป็นตัวช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวจากภายนอก เพราะโลชั่นยังมีมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เป็นสารเคลือบผิว คอยรักษาความชุ่มชื้นอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามควรเลือกในรูปแบบอ่อนโยน เพื่อลดโอกาสการแพ้ระคายเคือง

     4. รักษาความชุ่มชื้นจากภายใน
         อีกทางเลือกสำหรับการรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวจากภายใน ที่กำลังได้รับความนิยม คือน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส (Evening primrose oil) ที่เป็นตัวช่วยป้องกันผิวแห้งจนขาดน้ำได้ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น บำรุงให้ผิวอิ่มน้ำ ผิวมีความยืดหยุ่นที่ดี น่าสัมผัส ไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังสามารถป้องกันปัญหาริ้วรอยที่อาจตามมาได้
         เนื่องจาก น้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส (Evening primrose oil) เป็น กรดไขมันกลุ่ม Omega-6 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็น แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากการทานเสริมเข้าไปเท่านั้น โดย Omega-6 ในน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส (Evening primrose oil) จะอุดมไปด้วยกรดไลโนเลอิค (LA) และกรดแกมมาไลโนเลนิค (GLA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ในร่างกาย รวมถึงเซลล์ผิวหนังด้วย จึงช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการลดการอักเสบของผิวได้ด้วย จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ อักเสบต่างๆของผิวหนังได้หลายอาการ เช่น ผิวแห้ง คัน ลอก แดง ผื่น เป็นต้น

     และทั้งหมดนี้คือคำตอบที่ช่วยไขข้อข้องใจ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวขาดความชุ่มชื้น จนผิวแห้งเหี่ยว ไม่น่าสัมผัส ให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มน่าสัมผัสอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการมีผิวที่ดูสุขภาพดี แม้ว่าจะยังต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน ด้วยเคล็ดลับง่ายๆที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อให้คุณได้เริ่มดูแลผิวตั้งแต่วันนี้ ด้วยความห่วงใยจาก _MEGA We care


ข้อมูลอ้างอิงจาก
https://siamrath.co.th/n/118477
https://www.pobpad.com/ผิวแห้ง-ดูแลได้ไม่ยาก