แม้สูงวัยแต่ต้องแข็งแรงให้ได้ในยุค New Normal

แม้สูงวัยแต่ต้องแข็งแรงให้ได้ในยุค New Normal

     ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เป็นวิถีที่ทุกเพศทุกวัยจะต้องเจอนับจากนี้ โดยเฉพาะเรื่องการดูแลสุขภาพที่จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ยิ่งในกลุ่ม “ผู้สูงอายุ” ที่สุขภาพร่างกายทรุดโทรมไปตามวัย ดังนั้นนอกจากการดูแลตนเองแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุในครอบครัวให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้พวกท่านใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ปลอดภัยและห่างไกลโรค
     แต่การดูแลร่างกายแบบพื้นฐานอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบต่าง ๆ ลดน้อยลง ทำให้ง่ายต่อการเกิดโรค จึงจำเป็นต้องมีสารอาหารสำคัญเป็นอีกตัวช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย

       4 สารอาหาร ตัวช่วยสำคัญดูแลผู้สูงอายุ

            โอเมก้า-3 (Omega-3)  60% ของการเสียชีวิตของประชากรโลก มีสาเหตุมาจากโรคเรื้อรังอย่างภาวะหัวใจและสมองขาดเลือด รวมถึงความดันโลหิตสูง ผู้ที่รอดชีวิตจากโรคเหล่านี้โดยมากจะต้องเผชิญกับความพิการและทุพพลภาพตลอดชีวิตที่เหลือ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ
             สาเหตุหลักของโรคเหล่านี้เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลต่อความดันโลหิตที่สูงขึ้น เกิดภาวะสมองและหัวใจขาดเลือด ซึ่งโอเมก้า-3 ที่มีอยู่ในน้ำมันปลา มีกรดไขมันอีพีเอ (EPA) และดีเอชเอ (DHA) ที่ช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด และป้องกันภาวะไขมันอุดตันหลอดเลือดที่จะทำให้สมองและหัวใจขาดเลือด และยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดี ลดความเสี่ยงในการเกิดความดันโลหิตสูง
             นอกจากนี้ดีเอชเอ (DHA) ยังเป็นส่วนประกอบที่อยู่ในเซลล์สมอง หากร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอ จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการเรียนรู้ การจดจำ ชะลอความเสื่อมของเซลล์สมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) ที่อาจเกิดขึ้นในผู้สูงอายุได้

            โปรตีน (Protein) การสูญเสียการทรงตัวจนเกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุ มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) เมื่ออายุ 40 ปี มวลกล้ามเนื้อจะลดน้อยลง 2% และเมื่อเข้าสู่วัย 50-60 ปี ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะลดลงอีก 1.5% ต่อปีและลดลงรวดเร็วตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น
             หากผู้สูงอายุเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก ทรงตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจหกล้มบ่อยและน้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุนั่นอาจเป็นอาการของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หากไม่ได้รับการดูแลก็จะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งสารอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อก็คือ ‘โปรตีน’
             ผู้สูงอายุหลายท่านไม่อยากรับประทานเนื้อสัตว์อาจเพราะรู้สึกย่อยยาก ดังนั้นการทาน ‘เวย์โปรตีนไอโซเลต’ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่จะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้ผู้สูงอายุ เพราะสามารถดูดซึมได้ง่าย ปราศจากน้ำตาลและไขมัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้ออย่างปลอดภัยแล้ว ยังช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหลังจากการผ่าตัดหรือเจ็บป่วย ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอีกด้วย

            แคลเซียม (Calcium) ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนมากกว่า 1 ล้านคนในไทย และในจำนวนนั้นส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ เราจึงพบเห็นผู้สูงอายุจำนวนมากหลังค่อม ส่วนสูงลดลง ร่างกายดูผิดรูปไป หรือมักเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้ง่ายกว่าคนวัยหนุ่มสาว ยิ่งไปกว่านั้นการลื่นล้มในแต่ละครั้งยังส่งผลให้กระดูกหักได้ง่าย อาจส่งผลให้เกิดความพิการและทุพพลภาพ
             สาเหตุหลักของการเกิดโรคกระดูกพรุนมาจากการที่ร่างกายขาด ‘แคลเซียม’ ทำให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง กระดูกจึงเปราะบางและไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ ซึ่งความน่ากลัวของโรคกระดูกพรุนก็คือ ผู้ป่วยจะรู้ว่าเป็นโรคนี้ก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุกระดูกหักแล้วจึงตรวจพบว่าความหนาแน่นของมวลกระดูกไม่เพียงพอ อีกทั้งโรคกระดูกพรุนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทำได้เพียงประคับประคองไม่ให้อาการแย่ลงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนเท่านั้น
             ดังนั้นจึงควรเสริมสร้างความแข็งแรงให้มวลกระดูกด้วยการทานแคลเซียม ซึ่งปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับคือ 800-1,500 มิลลิกรัมต่อวัน แต่จากผลสำรวจพบว่าคนไทยได้รับแคลเซียมจากการทานอาหารเฉลี่ยวันละ 361 มิลลิกรัมเท่านั้น เมื่อร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจึงมีการดึงแคลเซียมในกระดูกไปใช้ ส่งผลให้กระดูกเปราะบางและเกิดโรคกระดูกพรุน ดังนั้นการเสริมแคลเซียมในรูปแบบแคปซูลจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการสร้างความแข็งแรงให้ผู้สูงอายุ

            วิตามินซี (Vitamin C) เมื่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้สูงอายุทำงานลดลง โดยมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนในร่างกายลดลง และเซลล์ในร่างกายเสื่อมลงตามวัย อีกทั้งโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย ดังนั้น การมีภูมิคุ้มกันที่ดีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุจะต้องดูแลและเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย โดยเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักผลไม้ที่หลากหลาย (Plant based Whole Food) หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารเค็ม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบไม่หักโหม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การออกไปรับเจอแสงแดด และทำอารมณ์ให้แจ่มใส ซึ่งทั้งหมดนี้การสร้างพื้นฐานของสุขภาพที่ดี และเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง
             นอกจากนี้หลักการเลือกรับประทานอาหาร ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันโรคภัยต่างๆมาเยือน เนื่องจากร่างกายต้องการสารอาหารสำคัญอย่าง ‘วิตามินซี’ มาเป็นตัวช่วย ซึ่งพบอยู่ในผักและผลไม้ชนิดต่างๆ ส้ม ฝรั่ง มะนาว บล็อกโคลี่ ผักคะน้า มะละกอ มะเขือเทศ เป็นต้น เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง จึงต้องรับเข้าสู่ร่างกายด้วยการทานอาหารจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ดังนั้นในแต่ละมื้ออาหารจึงจำเป็นที่จะต้องทานเป็นประจำและในปริมาณที่มากพอกับความต้องการหรืออาจเลือกวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริม
             แต่การทานวิตามินซีรูปแบบเม็ดอาจไม่สะดวกสำหรับผู้สูงอายุมากนัก ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำทางเลือกที่สะดวกขึ้นเป็นวิตามินในรูปแบบผงที่ชงผสมกับน้ำ ที่ไม่มีความเป็นกรด ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ปราศจากแคลอรี ซึ่งเป็นรูปแบบของวิตามินซีที่เหมาะกับผู้สูงอายุมากกว่าวิตามินซีรูปแบบอื่น ๆ

          จนถึงวินาทีนี้เชื้อไวรัส COVID-19 ยังไม่สามารถหาวิธีรักษาได้ และไม่แน่ว่าจะมีโรคระบาด COVID-19 20 หรือ 21 เกิดขึ้นอีกเมื่อไร อีกทั้งโรคเรื้อรังต่าง ๆ ก็อาจเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุได้ทุกเมื่อ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือการเสริมภูมิคุ้มกันและดูแลร่างกายให้แข็งแรงอย่างครบถ้วน จึงเป็นหนทางในการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

          ด้วยความห่วงใยจาก Mega We care

ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.bangkokhospital.com/th/diseases-treatment/muscle-wasting-in-the-elderly
https://www.vichaiyut.com/th/health/diseases-treatment/other-diseases/malnutrition-elder/
https://www.healthline.com/nutrition/17-health-benefits-of-omega-3#section7
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/472