ร่างกายแข็งแรงกว่าด้วยคุณค่าของวิตามิน B C D

ร่างกายแข็งแรงกว่าด้วยคุณค่าของวิตามิน B C D

       “การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ” ไม่ว่าใครก็ปรารถนาให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงกันทั้งนั้น เพราะร่างกายที่แข็งแรงย่อมมีอิสระในการทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่า ซึ่งหัวใจสำคัญที่เป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพก็คือ ร่างกายต้องมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง 
        ยิ่งในช่วงที่มีโรคระบาด หรือช่วงรอยต่อของฤดูกาลที่มีการเปลี่ยนแปลงของอากาศยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญว่าผู้ที่มีภูมิคุ้มกันที่ดีจะไม่ค่อยเจ็บป่วยหรือเจ็บป่วยก็จะมีอาการไม่รุนแรง ผิดกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ที่มีโอกาสจะป่วยบ่อยและฟื้นตัวได้ช้ากว่า
       หลักการเบื้องต้นของการสร้างภูมิคุ้มกันง่ายๆ มีอยู่ไม่กี่ประการ เช่น การทานอาหารที่มีประโยชน์ และครบ 5 หมู่ โดยเน้นการทานผักและผลไม้ที่มากพอ ตลอดจนการนอนพักผ่อนถึงวันละ 8 ชั่วโมง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การไม่สูบบุหรี่ และการจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
       นอกจากนี้การเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยวิตามินพื้นฐานก็จำเป็นเช่นกัน เพราะในแต่ละวันเราไม่สามารถแน่ใจได้ว่าร่างกายได้สารอาหารสำคัญจากอาหารธรรมชาติแต่ละมื้อเพียงพอหรือไม่ ที่สำคัญวิตามิน
มีส่วนช่วยให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ และเต็มประสิทธิภาพเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ


3 วิตามิน ตัวช่วยสำคัญให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงคูณ 3
         วิตามินมีหลายชนิด แต่วิตามินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่สำคัญมีอยู่หลักๆ 3 ชนิดด้วยกันคือ วิตามินบี วิตามินซีและวิตามินดี โดยจะไล่เรียงตามลำดับความสำคัญดังต่อไปนี้

   Vitamin B    
      เคยสังเกตหรือไม่ ? เมื่อเราอดนอนหรือทำงานหนักจนเกิดความเครียดสะสม ร่างกายจะอ่อนแอ และป่วยง่ายกว่าปกติ นั่นเป็นเพราะเมื่อเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาซึ่งจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง และหากความเครียดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน อาจกลายเป็นความเครียดเรื้อรังได้ จนส่งผลให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลไปกดการทำงานของภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ร่างกายจึงติดเชื้อได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
      นอกจากนี้ฮอร์โมนคอร์ติซอล ยังมีผลต่อปริมาณวิตามินบีในร่างกาย เนื่องจากทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญเพิ่มขึ้น ทำให้วิตามินบีในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ แต่เราสามารถเสริมวิตามินบีด้วยอาหารธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามิน บี  ได้แก่ ผักใบเขียว  ไข่  ข้าวไม่ขัดสี  นม  โยเกิร์ต อย่างไรก็ตาม ในแต่ละวันที่เผชิญกับการทำงานหรือการเรียนที่มีภาวะเครียด เราควรได้รับวิตามินบีแต่ละชนิดในปริมาณ 25 มิลลิกรัมขึ้นไป เพื่อช่วยให้ร่างกายมีวิตามินบีเพียงพอต่อการทำงานของร่างกายและระบบประสาท รวมถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติอีกด้วย  

   Vitamin D   
       คนส่วนใหญ่รู้จักวิตามินชนิดนี้ว่ามีส่วนช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง แต่อาจไม่เคยรู้ว่า วิตามินดีมีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้เช่นกัน  โดยมีหน้าที่สำคัญคือ ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อโรค และเร่งกำจัดเชื้อโรคออกจากร่างกาย 
      โดยปกติแล้ววิตามินดีสามารถผลิตขึ้นเองได้ หากเราได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ ซึ่งรังสียูวีในแสงแดด โดยเฉพาะรังสียูวีบี (UVB) จะช่วยกระตุ้นการผลิตวิตามินดีในร่างกาย นอกจากแสงแดดแล้วอาหารในธรรมชาติอีกหลายชนิดก็ให้วิตามินดีกับร่างกายเช่นกัน โดยผู้ที่อายุไม่เกิน 70 ปีต้องได้รับในปริมาณ 600 IU (15 ไมโครกรัม) ส่วนอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน ดี  อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาซาร์ดีน ไข่ และนม

   Vitamin C  
      ในวงการแพทย์ยกให้วิตามินซีเป็นที่สุดของวิตามิน ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง เนื่องจากวิตามินชนิดนี้สามารถช่วยเสริมความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาวที่เปรียบเสมือนกองทัพทหารคอยกำจัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย ให้กำจัดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยขัดขวางการทำลายเซลล์ต่างๆ ด้วย
       แต่วิตามินซีร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ต้องอาศัยได้รับจากการทานเท่านั้น ส่วนอาหารในธรรมชาติที่พบวิตามินชนิดนี้อย่างเช่น ส้ม กีวี  ฝรั่ง มะละกอ สตรอว์เบอร์รี่ และในผักต่างๆ เช่น บล็อกโคลี กะหล่ำดอก พริกหยวก ฯลฯ ซึ่งในแต่ละวันร่างกายเราต้องได้รับในปริมาณวิตามินซีอย่างเพียงพอ จึงจะสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ แนะนำขนาดรับประทานวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม เป็นประจำทุกวัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย เปรียบเสมือนมีเสื้อเกราะและทหารที่แข็งแรงไว้ต่อสู้กับเชื้อโรคเมื่อรุกรานเข้ามาสู่ร่างกาย        
        จากงานวิจัยยังพบว่าวิตามินซีสามารถป้องกันการเป็นหวัดได้ถึง 50% ในผู้ที่อยู่ในสภาวะความเครียดสูง (extreme) เช่น นักวิ่งหรือทหารในเขตหนาว ส่วนผู้ที่ทานวิตามินซีเป็นประจำวันละ 2,000 มิลลิกรัม เมื่อเป็นหวัดจะช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของโรคหวัดได้ ถือว่าถ้าใครป่วยแล้วอยากหายเร็ว หายไว  วิตามินซีจึงเป็นคำตอบที่ดีเลยทีเดียวที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น อีกทั้งหากใครที่ไม่อยากป่วยง่าย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและมีโรคระบาด วิตามินซีอาจเป็นคำตอบที่ดีเช่นกัน



      แต่อย่าลืมไปว่าเมื่อเสริมวิตามินจำเป็นให้แก่ร่างกายแล้ว ก็ต้องออกกำลังกาย ทานอาหารที่ประโยชน์ เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ และพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นการการันตีได้ว่าร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากขึ้น… ด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care


ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details/บทความ-วิตามิน/คุณมีวิตามินดี-พอหรือยัง-

คู่มือสร้างภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19 ด้วยตัวเอง โดย นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

Vitamin C and Immune Function. Nutrients 2017 Nov; 9(11): 1211.

Vitamin C Supplementation Reduces the Odds of Developing a Common Cold in Republic of Korea Army Recruits: Tae Kyung Kim , H R Lim , J S Byun. BMJ Mil Health. 2020 Mar 5.

Vitamin C for preventing and treating the common cold :http://journals.plos.org/plosmedicine/article/asset