เคล็ดลับการเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่

เคล็ดลับการเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่

       เมื่อเวลาของการเป็นคุณแม่มาถึง ความรู้สึกของผู้หญิงทุกคนต่างตื่นเต้น และศึกษาวิธีการเลี้ยงลูกด้วยวิธีต่างๆ มากมาย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณแม่หลายคนพยายามหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้รู้ลึกที่สุด
       ‘น้ำนมแม่’ เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางร่างกายของลูกให้มีพัฒนาการที่ดี จึงถือเป็นวัคซีนเข็มแรกที่ช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยแข็งแรง เนื่องจากนมแม่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการสร้างแอนติบอดี (Antibody) ขึ้นมาเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆ จึงช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อต่างๆ ได้นั่นเอง
       แต่ใช่ว่าคุณแม่ทุกคนจะมีน้ำนมที่มากพอสำหรับลูกได้ตลอดระยะเวลาในการให้นมลูกน้อย อาจจะด้วยสาเหตุที่ต่างกันไป เช่น  ไม่ได้ให้ลูกดูดนมบ่อยครั้งหรือบ่อยครั้งแต่อาจไม่ถูกวิธีจนทำให้ท่อน้ำนมอุดตัน หรือคุณแม่ทานอาหารไม่มากพอจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่หลากหลาย จึงมีผลต่อการผลิตน้ำนมได้น้อยลง ด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ให้คำแนะนำกับคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย มีการแนะนำวิธีเพิ่มน้ำนมอย่างง่ายๆ เพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอตลอดระยะเวลาในการให้น้ำนมลูกน้อยไว้ดังนี้

   เริ่มจากเพิ่มความถี่ในการให้น้ำนม
      ในช่วงแรกผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำในการให้นมแม่ว่า ควรให้นมทันทีหลังคลอด 30 นาที เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้คุณแม่อย่างรวดเร็ว โดยการให้นมแม่นี้จะไปกระตุ้นฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) และโปรแลคติน (Prolactin) ที่เป็นตัวการสำคัญให้การผลิตของน้ำนมผลิตได้มากขึ้นนั่นเอง หลังจากนั้นช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด คุณแม่ต้องให้นมถี่ขึ้นทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพราะการให้ลูกดูดนมจากเต้าบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นเต้านมให้ผลิตน้ำนมได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้นมไม่คัดเต้า ไม่รู้สึกเจ็บ อีกทั้งการให้ลูกดูดนมใน 2-3 วันแรก ยังมีประโยชน์ต่อลูกน้อยมหาศาล เพราะหากลูกน้อยได้รับนมแม่ภายในระยะ 3 วันนี้ จะได้รับหัวน้ำนมหรือภาษาการแพทย์เรียกว่า “โคลอสตรัม (Colostrum)” ที่ช่วยเสริมสร้างเซลล์ต่างๆ ในร่างกายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไปจนถึงเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยไม่ให้ป่วยง่ายด้วย

   อย่าลืมให้ลูกดูดนมอย่างถูกวิธี
      อาจเป็นอะไรที่แปลกใหม่ไปบ้างสำหรับคุณแม่มือใหม่ แต่การให้ลูกดูดนมอย่างถูกวิธี ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณแม่ต้องให้ลูกน้อยเปิดปากให้กว้าง อมหัวนมและบริเวณลานนมจนแน่ใจว่าเหงือกกดบนลานหัวนม ซึ่งหากทำถูกต้องครบถ้วนคุณแม่จะรู้สึกได้ว่าน้ำนมจะไหลพุ่งออกมาได้ดี
      นอกจากนี้การให้ลูกน้อยดูดนมจนเกลี้ยงเต้าทีละข้างจะช่วยกระตุ้นน้ำนมใหม่ให้เกิดขึ้นและช่วยระบายน้ำนมได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เป็นผลดีต่อคุณแม่และลูกน้อย เพราะหากมีการระบายน้ำนมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบายเต้านมหรือนมไม่คัดเต้านั่นเอง ส่วนลูกน้อยจะได้คุณค่าจากนมแม่อย่างครบถ้วนเช่นกันเลี่ยงการใช้ที่ครอบหัวนมและขวดนม
      สาเหตุส่วนใหญ่ที่คุณแม่ใช้ที่ครอบหัวนม คือ คุณแม่มีอาการเจ็บหัวนมหรือนมออกมาน้อยจนรู้สึกคัดเต้า ลานนมแข็ง จนทำให้รู้สึกทรมานกับการให้นมนั่นเอง ซึ่งวิธีแก้ปัญหาโดยใส่ที่ครอบหัวนมช่วยให้ลานนมนุ่มขึ้นระบายน้ำนมออกได้ดี แต่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น การสำรวจพฤติกรรมการให้นมลูกจึงเป็นสิ่งแรกที่คุณแม่ควรสังเกตมากกว่า เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหานี้มีสาเหตุจาก “การให้นมลูกไม่บ่อยครั้งหรือให้ไม่ถูกวิธี” ดังนั้นควรแก้ปัญหาจากต้นเหตุนี้ก่อน
       ส่วนคุณแม่ที่ใช้ขวดนมแทนการให้นมจากเต้า ก็มีโอกาสทำให้น้ำนมน้อยลงและคัดเต้าเช่นกัน เพราะขาดการกระตุ้นจากการดูดและขาดการสัมผัสของลูกน้อย ซึ่งจากการศึกษาพบว่าการที่คุณแม่ให้นมลูกจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกให้แน่นแฟ้นขึ้น และส่งความอบอุ่น รวมถึงลูกจะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) จึงทำให้น้ำนมไหลได้ดีขณะให้นมนั่นเอง หากจะใช้จุกหลอกหรือขวดนมแทนการให้นมจากเต้าควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ว่าจำเป็นจริงๆ หรือไม่

   หัวใจสำคัญคือทานสารอาหารที่ดี
       ในช่วงให้นมลูกน้อยคุณแม่ต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและครบถ้วน เพื่อให้มีพลังงานมากพอที่จะผลิตน้ำนม ช่วยบำรุงสุขภาพของคุณแม่ให้สมบูรณ์แข็งแรง รวมถึงเพิ่มคุณค่าให้น้ำนมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งสารอาหารต่างๆ ที่คุณแม่ควรได้รับมีดังนี้
          โปรตีน   :  การที่คุณแม่ได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ นอกจากจะช่วยซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของคุณแม่ที่สูญเสียไปในการคลอดแล้ว ยังช่วยสร้างน้ำนมสำหรับให้ลูกน้อยอีกด้วย ซึ่งหากได้รับโปรตีนไม่เพียงพอจะส่งผลให้คุณแม่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอและส่งผลต่อการผลิตน้ำนมตามมา
คุณแม่สามารถเสริมสารอาหารนี้ได้จากเนื้อวัว อกไก่ ปลาแซลมอน ไข่ไก่ ที่เป็นโปรตีนจากสัตว์ หรืออะโวคาโด ควินัว เต้าหู้ ถั่วลันเตา และอัลมอนด์ที่เป็นโปรตีนจากพืช

          แคลเซียม   :  ถือว่าเป็นสารอาหารที่ควรเสริมสำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกเป็นอย่างมาก เพราะกระบวนการผลิตน้ำนม ทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมในกระดูกมากกว่าปกติ คุณแม่จึงเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนสูง การเสริมแคลเซียมอย่างเพียงพอจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคนี้ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างให้น้ำนมของคุณแม่มีคุณภาพ ซึ่งหากน้ำนมที่ลูกน้อยได้รับมีคุณภาพ ร่างกายจะนำไปสร้างกระดูกและฟันต่อไป คุณแม่สามารถเสริมแคลเซียมให้เพียงพอด้วยอาหารธรรมชาติอย่าง กุ้งฝอย เต้าหู้ ปลาตัวเล็กและผักใบเขียวได้

          วิตามินต่างๆ  :   หากจะให้พูดถึงความสำคัญของวิตามินในช่วงที่คุณแม่ให้นมลูกนั้น วิตามินทุกชนิดต่างมีประโยชน์ต่อกระบวนการผลิตน้ำนมทั้งสิ้น โดยเฉพาะวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการสร้างน้ำนมแม่ คุณแม่จึงต้องทานอาหารที่มีวิตามินเอ เช่น นม ไข่แดง ตับ ไต หรือจากผักที่มีสีเหลือง แดง ก็ได้เช่นกัน และอย่าลืมเสริมด้วยวิตามินบี 1 บี 2 และ 12 รวมถึงวิตามินซี เพื่อให้น้ำนมมีสารอาหารที่ครบพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันลูกน้อยอย่างมีคุณภาพด้วย

          เลซิติน
 :  เป็นสารอาหารสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญต่างให้คำแนะนำอย่างแพร่หลาย เพราะเลซิตินช่วยให้การไหลเวียนของน้ำนมดีขึ้น น้ำนมไหลเป็นปกติ ทั้งนี้เลซิตินมีคุณสมบัติที่จะช่วยลดปัญหาท่อน้ำนมอุดตันได้ ซึ่งมาจากสาเหตุไขมันไปเกาะตามกระเปราะน้ำนมและท่อน้ำนม จนจับตัวกันเป็นก้อนจนมีขนาดใหญ่ และหากคุณแม่ให้ลูกดูดนมจากเต้าน้อยหรือดูดนมไม่สม่ำเสมอ จะทำให้การกระตุ้นการสร้างน้ำนมน้อยลง  จนเกิดปัญหาท่อน้ำนมอุดตันได้ การได้รับสารอาหารอย่างเลซิตินจะช่วยละลายไขมันบริเวณที่เป็นก้อนหรือบริเวณที่อุดตัน ทำให้ไขมันค่อยๆ ลดลงจนหมดไป นอกจากนั้นเลซิตินยังมีประโยชน์ในการช่วยบำรุง เสริมพัฒนาการทางสมองให้กับลูกน้อยได้อีกด้วย
          ซึ่งการเสริมเลซิตินทำได้ง่ายๆ เพียงทานไข่แดง ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน ตับ และบริเวอร์ยีสต์ แต่ถ้าอาหารเหล่านี้ผ่านกรรมวิธีที่ผ่านความร้อนไม่ว่าจะเป็นทอด ย่าง หรือต้มก็ตาม อาจทำให้ได้รับเลซิตินในปริมาณน้อยหรือแทบไม่ได้เลย การทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเสริมเลซิตินให้กับคุณแม่ได้


       นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าคุณแม่ที่ให้นมลูกมีภาวะเครียด ร่างกายจะผลิตน้ำนมได้น้อยลง ฉะนั้นการทำจิตใจให้สดใสคิดบวกอยู่เสมอจะเป็นผลดีมากกว่า แม้กระทั่งการพักผ่อนให้เพียงพอและการดื่มน้ำมากๆ ในช่วงให้นมลูกก็มีผลต่อปริมาณน้ำนมเช่นกัน….ด้วยความห่วงใยจาก MEGA We care


ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/72311/-blo-par-
https://www.amarinbabyandkids.com/pregnancy/birth/mother-breast-milk/
http://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/benefits-of-breastfeeding/#:~:text=ประโยชน์ต่อพัฒนาการทางสมอง,ประสาททำงานได้อย่างสมบูรณ์
https://www.unicef.org/thailand/th/stories/นมแม่แน่แค่หกเดือน-จริงหรือ#:~:text=องค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟ,2%20ขวบ%20หรือนานกว่า
https://www.amarinbabyandkids.com/pregnancy/baby-feeding/increase-breastmilk-supply/
https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/hph/admin/news_files/535_49_1.pdf
https://www.phyathai.com/article_detail.php?id=2000
https://eln.theasianparent.com/why-breastfeeding-mothers-need-calcium/#:~:text=คุณแม่ที่อยู่ระหว่าง,หากรับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอ
https://www.lovefitt.com/healthy-fact/สุดยอดแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติ/