'ไขมันพอกตับ' ต้นเหตุตับป่วยที่ไม่ควรมองข้าม

'ไขมันพอกตับ' ต้นเหตุตับป่วยที่ไม่ควรมองข้าม

     เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ‘ร่างกายของเราจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าเราทานอะไรเข้าไปบ้าง’

     ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อเราทานอาหารสารอาหารต่าง ๆ จะอยู่ในร่างกายของเรา โดยมี ‘ตับ’ เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารเป็นสารอาหารและส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทานเข้าไปจะถูกส่งไปยังตับทั้งหมด ดังนั้นการทานอาหารที่เป็นแหล่งของไขมันส่วนเกินจึงทำให้มีโอกาสทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้

       สาเหตุของไขมันพอกตับ

            ไขมันพอกตับจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Alcoholic fatty liver disease) ในทุกครั้งที่ดื่มแอลกอฮอล์ เซลล์ตับจะถูกทำลายและมีการกระตุ้นให้เกิดไขมันสะสมที่เซลล์ตับหรือไขมันพอกตับ ซึ่งความรุนแรงของไขมันพอกตับนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณการดื่ม ประเภทของเครื่องดื่มและระยะเวลาต่อเนื่องของการดื่ม

            ไขมันพอกตับจากที่ไม่ได้เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic fatty liver disease) เป็นสาเหตุของไขมันพอกตับที่เกิดจากภาวะของร่างกาย เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งโรคเหล่านี้มักเกิดจากการทานของทอดของมัน และทานรสหวานจัดเป็นประจำ

     แม้จะเป็นเพียงภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตับ แต่รู้หรือไม่ว่าไขมันพอกตับ เป็นต้นเหตุที่นำไปสู่โรคตับร้ายแรงตามมา เพราะเมื่อไขมันพอกตับเซลล์ตับจะค่อย ๆ ถูกทำลาย หากไม่ได้รับการดูแลและยังคงมีพฤติกรรมทำร้ายตับอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ ‘ตับอักเสบ’ หากเกิดตับอักเสบเรื้อรังอาการจะรุนแรงมากขึ้นจนเกิดผังผืด เซลล์ตับจึงไม่สามารถทำงานได้และกลายเป็น ‘ตับแข็ง’ ในที่สุดจึงเกิดเป็น ‘มะเร็งตับ’

     สำหรับอาการของภาวะไขมันพอกตับ มักไม่ปรากฎให้เห็นทางร่างกาย แต่อาจมีอาการที่พอสังเกตได้ เช่น อ่อนเพลียง่าย คลื่นไส้ รู้สึกเจ็บตึงบริเวณชายโครงด้านขวา ซึ่งส่วนใหญ่การที่ผู้ป่วยมักพบว่าตนเองมีภาวะไขมันพอกตับเมื่อได้รับการเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี หรือได้รับการตรวจด้วยเหตุผลทางการแพทย์อื่น ๆ หรือกว่าจะรู้ตัวว่าป่วย ไขมันพอกตับก็ได้กลายเป็นโรคตับชนิดรุนแรงที่ไม่สามารถรักษาได้อีกต่อไป

       วิธีดูแลตับ
          เพราะตับเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย การดูแลตับให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ซึ่งการดูแลสุขภาพตับให้แข็งแรง สามารถทำได้ ดังนี้

            ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นการเผาผลาญไขมันในร่างกายและควบคุมน้ำหนักเพื่อป้องกันโรคอ้วน และความดันโลหิตสูง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเกิดไขมันพอกตับ
            หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน จะทำให้เซลล์ตับถูกทำลาย และเพิ่มโอกาสในการสะสมของไขมันในตับอันเป็นสาเหตุของไขมันพอกตับ
            ทานอาหารบำรุงตับ สำหรับอาหารที่ควรทานเพื่อบำรุงตับ ได้แก่ ‘เนื้อสัตว์’ ในเนื้อสัตว์จะมีโปรตีนที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อตับ โดยควรเลือกทานเนื้อสัตว์ที่สะอาดและผ่านการปรุงสุก เพื่อป้องกันสารพิษปนเปื้อน นอกจากนี้ยังมี ‘ธัญพืช’ ซึ่งเป็นอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยในการดูดซึมไขมัน ลดความเสี่ยงของไขมันพอกตับได้ เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ข้าวกล้อง เป็นต้น รวมถึง ‘ผลไม้’ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะละกอ มะข้ามป้อม และกีวี่ จะช่วยลดการอักเสบและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ
            ล้างพิษตับ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลายเป็นกิจวัตรอันผ่อนคลายสำหรับหลายคนและยังเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการเติมสารอาหารที่ช่วยฟื้นฟูและกำจัดสารพิษในตับ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยชะลอการเกิดโรคตับ

     ไขมันพอกตับ เป็นเรื่องน่ากลัวกว่าที่คิด เพราะจะไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน ทำให้หลายต่อหลายครั้งเมื่อผู้ป่วยพบว่าตนเองเป็นโรคตับก็สายเกิดไปเสียแล้ว ดังนั้นดูแลตับของคุณให้แข็งแรงเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีได้ตั้งแต่วันนี้
     ด้วยความห่วงใยจาก D-Toxi _MEGA We care

ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2271178/
https://www.webmd.com/hepatitis/features/healthy-liver
https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=793
https://www.thainakarin.co.th/news.php?p=knowledge_detail&id=17