เมื่อภูมิคุ้มกันไม่ได้สัมพันธ์กับอายุเสมอไป

เมื่อภูมิคุ้มกันไม่ได้สัมพันธ์กับอายุเสมอไป

     ถึงตอนนี้หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยแล้วใช่หรือไม่ ว่าทำไมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกจึงเน้นย้ำให้เราทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง แล้วสงสัยอีกหรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายหากภูมิคุ้มกันถดถอยลง และเราจะมีวิธีการฟื้นฟูภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างไร MEGA We care มีข้อมูลด้านสุขภาพที่น่าสนใจนี้มาบอกกัน เพื่อให้สุขภาพที่ดีอยู่คู่กับคุณไปนานๆ

        จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายหากภูมิคุ้มกันถดถอย
          หนึ่งในเซลล์ภูมิคุ้มกันที่สำคัญและมีปริมาณมากที่สุด คือ เซลล์เม็ดเลือดขาว ทำหน้าที่เหมือนทหารเฝ้าระวังคอยตรวจหา และดักจับสิ่งแปลกปลอมหรือไวรัสที่จะเข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเหล่านั้น เมื่อภูมิคุ้มกันถดถอยทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคลดลง หรืออาจใช้เวลานานมากขึ้นในการกำจัดเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้สิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าไปทำร้ายเซลล์ต่างๆ รวมทั้งเกิดการตอบสนองต่อต้าน เกิดเป็นสาเหตุของอาการต่างๆตามมา ซึ่งความรุนแรงขึ้นกับระดับภูมิคุ้มกันของแต่ละคนในการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้ามา

        อายุยังน้อยแปลว่าภูมิคุ้มกันยังแข็งแรง...จริงหรือ?
          ผลงานการวิจัยชิ้นล่าสุดของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไว้ว่า อายุที่เพิ่มมากขึ้นมีส่วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันที่ถดถอย ซึ่งสอดคล้องกับความเสี่ยงเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย ซึ่งก็หมายความว่ายิ่งอายุมากขึ้นร่างกายก็จะยิ่งบอบบาง เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง และเซลล์ในร่างกายที่เสื่อมลงตามวัย ประกอบกับมีโรคประจำตัว เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจ ไขมัน ความดัน หรือเบาหวาน เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย ทำให้ศักยภาพในการต้านทานโรคต่ำกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันที่ถดถอยไปตามอายุร่างกายยังส่งผลไปถึงระยะเวลาการฟื้นตัวของร่างกายหลังได้รับเชื้อเป็นไปได้ช้าอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสถิติของผู้เสียชีวิตจากโรคระบาด หรือจากการเจ็บป่วย มักเป็นผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ แต่ถึงแม้ว่าอายุยังน้อย เป็นคนหนุ่มสาวที่อยู่ในวัยเรียน หรือวัยทำงานก็มีโอกาสที่ระดับภูมิคุ้มกันจะลดลงได้ เพราะปัจจัยที่ทำให้ภูมิคุ้มกันถดถอยนั้นไม่ได้มีเพียงแค่อายุเท่านั้น
          จริงอยู่ว่าอายุที่เพิ่มมากขึ้นนั้นมีผลต่อความถดถอยของภูมิคุ้มกันในร่างกาย แต่อาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป มีผู้สูงอายุหลายคนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและมีการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทำให้ร่างกายไม่ทรุดโทรม ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ดีอยู่ ผิดกับคนอายุน้อยหลายคนที่ถึงแม้จะมีสภาพร่างกายที่ดีกว่า ภายนอกดูแข็งแรง แต่ความจริงแล้วก็อาจมีระบบภูมิคุ้มกันถดถอยได้โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากรูปแบบและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ละเลยการออกกำลังกาย มีความเครียดสะสม ทานอาหารรสจัด ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ทานอาหารที่ไม่มีความหลากหลายทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอต่อความต้องกายของร่างกาย เป็นต้น




        ถึงเวลา “Boost ภูมิคุ้มกัน”
          เมื่อรู้แล้วว่าการมีภูมิคุ้มกันที่ถดถอยนั้นสามารถส่งผลเสียต่อร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆได้ เราจึงควรศึกษาวิธีการฟื้นฟูภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรง พร้อมรับมือกับโรคระบาด หรือโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่ง “How to Boost ภูมิคุ้มกัน” ด้วยตัวเอง มีดังนี้

       ควบคุมน้ำหนัก
          การปล่อยตัวให้น้ำหนักเกินกว่ามาตรฐานมีผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหอบหืด และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารรสจัด ตลอดจนอาหารหมักดอง แล้วหันมาทานอาหารให้หลากหลาย โดยเน้นทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้น เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานดีขึ้น และยังลดระดับตัวชี้วัดการอักเสบในร่างกายลงได้อีกด้วย

       หมั่นออกกำลังกาย
          การออกกำลังกายช่วยให้เซลล์ต่างๆ ของร่างกายแข็งแรงและทำงานได้ดีขึ้น รวมไปถึงเซลล์เม็ดเลือดขาว และยังช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวได้ นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันผ่านการผลิตสารเอ็นดอร์ฟินได้อีกด้วย ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน แต่สำหรับผู้สูงอายุแนะนำให้เพิ่มการออกกำลังกายแบบเสริมการทรงตัว เพราะจะช่วยฝึกกายควบคุมอวัยวะส่วนต่างๆให้ทำงานประสานกันได้ดีขึ้น และยังเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อ ข้อ และสติไปพร้อมกัน

       บำบัดร่างกายด้วยการนอนให้พอ
          การนอนหลับอย่างเพียงพอ เป็นสิ่งที่จะช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีที่สุด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกจึงแนะนำว่าคนเราควรนอนหลับสนิทให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง อย่าอดนอน หรือนอนดึก เพราะการนอนไม่พอมีผลต่อการสร้างเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน จากผลงานการวิจัยเกี่ยวกับการนอนหลับในต่างประเทศ พบว่าเม็ดเลือดขาวจะทำงานได้ดีมากขึ้นในขณะที่นอนหลับสนิท การอดนอนบ่อยๆ จึงมีผลทำให้ภูมิคุ้มกันถดถอยลง มีโอกาสที่จะป่วยง่าย รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลายชนิด เช่น โรคสมองเสื่อม โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ

       ผ่อนคลายความเครียด
          รู้หรือไม่.... ‘ความเครียด’ เป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อมที่ทำร้ายระบบต่างๆ ภายในร่างกายอย่างร้ายกาจคนที่มีความเครียดสะสม มีความคิดแง่ลบบ่อยๆ มีความวิตกกังวล หรือผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า จะไปเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนเครียด หรือที่เรียกว่า ‘ฮอร์โมนคอร์ติซอล’ มากเกินไป ซึ่งฮอร์โมนนี้มีฤทธิ์ในการกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆลดลง จึงเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นไม่ควรปล่อยให้ตัวเองเครียด ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง เมื่อจิตใจแจ่มใสสมองจะสั่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้มากขึ้น กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย

       เสริมภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยสารอาหารที่จำเป็น
          นอกเหนือจากการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควรเสริมด้วยอาหารที่ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน สำหรับวิตามินที่นิยมและยอมรับในวงกว้างว่ามีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้นั้นคือ “วิตามินซี” ซึ่งมีคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมในการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เพราะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว จึงทำให้เม็ดเลือดขาวสามารถกำจัดเชื้อโรคต่างๆที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
          วิตามินซี (Vitamin C) ถือเป็นหนึ่งในวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก แต่เนื่องจากร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างวิตามินชนิดนี้ขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากการทานเข้าไปเท่านั้น และด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบันทำให้หลายคนมีภาวะเสี่ยงต่อการขาดวิตามินซี หรือร่างกายอ่อนแอจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนที่ขาดการดูแลสุขภาพ ยิ่งในช่วงที่ต้องเผชิญกับภาวะโรคระบาดเช่นนี้ หากต้องการให้ร่างกายได้รับวิตามินซีอย่างครบถ้วนและเพียงพอ ควรเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เน้นสารสำคัญและปริมาณวิตามินซีเป็นหลัก โดยเฉพาะวิตามินซีสูตรธรรมชาติที่ให้วิตามินซีสูงถึง 1,000 มิลลิกรัม โดยรับประทานวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวันอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยง่าย
          ในยุคนี้มีโรคระบาดหลายชนิดที่จ้องจะทำร้ายสุขภาพร่างกายของคนเราได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดตามฤดูกาล รวมไปถึงโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้เองเราทุกคนจึงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมรับมือ หมั่นดูแลรักษาสุขภาพ และเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถฝ่าวิกฤติสุขภาพนี้ไปได้ ด้วยความห่วงใยจากVitaminC_MEGA We care


ข้อมูลอ้างอิงจาก
หนังสือ “สร้างภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19ด้วยตัวเอง” โดย หมอสันต์ ใจยอดศิลป์
www.webmd.com/healthy-aging/guide/seniors-boost-immunity#1
www.health.harvard.edu/staying-healthy/how-to-boost-your-immune-system
www.scimath.org/article-biology/item/11611-2020-06-05-09-38-52