HOW TO ป้องกันอาการเมาค้างอย่างได้ผล

HOW TO ป้องกันอาการเมาค้างอย่างได้ผล

       “หนุ่มๆ สาวๆ ใครเตรียมตัวที่จะไปปาร์ตี้หลังเลิกงานบ้าง !!!”  หนึ่งในนั้นอาจเป็นคุณที่ยกมืออย่างรวดเร็วเมื่อเพื่อนร่วมงานถาม แน่นอนว่าไปปาร์ตี้ทั้งทีก็ต้องสนุกให้สุดเหวี่ยง อยากจะสนุกให้ได้นานๆ ไม่มีแฮงค์ หรือเมาค้างแบบครั้งก่อนๆ เพราะเมื่อเกิดอาการเมาค้าง มักจะไม่สนุกและมาพร้อมกับอาการมึนหัว พูดไม่รู้เรื่อง ตาพร่ามัว ทั้งยังคลื่นไส้ อยากจะอาเจียนตลอดเวลา
       ซึ่งอาการเมาค้างนี้ได้รับการไขสาเหตุให้กระจ่างของจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้ว่า  ‘เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ร่างกายจะเริ่มขับของเสียออกมาในรูปแบบปัสสาวะ ซึ่งมีสารอาหารต่างๆ เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินบี จึงมีผลต่อน้ำตาลในเลือดที่ลดลง และการทำงานของฮอร์โมนเมลาโทนินผิดปกติ จึงทำให้มีอาการดังกล่าว’
       แต่วิธีป้องกันอาการเมาค้างผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถสรุปได้ว่าวิธีไหนที่ใช้แล้วเวิร์กที่สุด มีเพียงแต่คำแนะนำที่ถูกรวบรวมเอาไว้ สำหรับเทคนิคของ MEGA We care เรามีความลับที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันสามารถช่วยป้องกันอาการเมาค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ


   ก่อนดื่ม
       จบสวย ไม่สวย ก็เริ่มต้นจากพฤติกรรมการทานอาหารรองท้องก่อนดื่มนี่เอง หากทานอาหารรองท้องไว้สักหน่อยก็จะช่วยป้องกันอาการเมาค้างได้มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะอาหารดังต่อไปนี้

          ทานอาหารที่มีไขมัน
          อาหารที่มีไขมันสูงอย่างของทอดทั้งหลาย เช่น หมูทอด เอ็นข้อไก่ทอด จะช่วยไปเคลือบกระเพาะ ชะลอไม่ให้แอลกอฮอล์ซึมสู่อวัยวะเร็วเกินไป ในต่างประเทศมีการวิจัยเปรียบเทียบผู้ดื่มแอลกอฮอล์ 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มที่ทานอาหารรองท้อง กับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์โดยที่ท้องว่างอยู่ ปรากฏว่ากลุ่มที่ทานอาหารรองท้องจะใช้เวลาดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย 1-6 ชั่วโมง แตกต่างจากกลุ่มที่ปล่อยให้ท้องว่างจะใช้เวลาดูดซึมเพียง 30-2 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรการทานอาหารที่มีไขมันสูงก็อาจส่งผลเสียกับนักดื่มที่มีปัญหาไขมันในเลือดได้เช่นกัน

          ทานกรีกโยเกิร์ต
          หากใครที่กลัวว่าทานอาหารที่มีไขมันแล้วจะอ้วน ลองหันมาทานกรีกโยเกิร์ตรองท้องไว้ก่อนก็ได้ เพราะโยเกิร์ตชนิดนี้มีโปรตีนมากกว่าโยเกิร์ตธรรมดาถึง 2 เท่า ทำให้ย่อยได้ช้าลงจึงทำให้อยู่ท้องได้นานกว่า และยังช่วยชะลอการดูดซึมของแอลกอฮอล์ให้ดูดซึมช้าลงได้ อีกทั้งกรีกโยเกิร์ตยังมีปริมาณน้ำตาลต่ำกว่าโยเกิร์ตธรรมดา จึงแน่ใจได้เลยว่าเมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้วจะไม่เมาเพราะความหวานอย่างแน่นอน

          ลองทานกล้วย แล้วเรื่องเมาค้างจะกลายเป็นเรื่อง “กล้วยๆ”
          การทานกล้วยก่อนดื่มไม่ได้ถือว่าแปลกแต่อย่างใด ในทางกลับกันสามารถช่วยชะลอการดูดซึมของแอลกอฮอล์ เพราะในกล้วยมีไฟเบอร์ และมีโพแทสเซียมสูงสามารถป้องกันอาการขาดน้ำของร่างกายได้

   ระหว่างดื่ม
       สำหรับคนที่ไม่อยากเมาค้าง ระหว่างดื่มก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ควรคำนึงถึง เพราะหากเผลอลืมเทคนิคที่กำลังจะบอกไป คุณอาจเมาไม่เป็นท่าเลยก็เป็นได้

          ดื่มสลับกับน้ำเปล่า
          เนื่องจากการดื่มสลับกับน้ำเปล่า จะช่วยขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น จึงทำให้ปัสสาวะบ่อย คุณอาจจะสังเกตได้ว่า คนที่เข้าห้องน้ำบ่อยครั้ง จะเมายากกว่าคนที่ดื่มแล้วไม่ค่อยลุกไปเข้าห้องน้ำสักเท่าไร เพราะการดื่มน้ำเปล่าเป็นการเร่งการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายจึงเป็นการดีที่ช่วยให้คุณปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ได้นานขึ้นและช่วยเติมเต็มน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปด้วย

          ไม่ดื่มคู่กับเครื่องดื่มหวานๆ
           ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลม ที่ผสมเข้ากับเหล้าให้ได้รสชาติที่หอมหวาน แม้จะอร่อย ดื่มง่ายแต่กลับกลายเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้เมาเร็วที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากการดื่มเหล้าผสมกับเครื่องดื่มหวานๆ ร่างกายจะดึงน้ำตาลกลูโคสและแอลกอฮอล์ได้ง่ายและเร็วกว่าการดื่มแบบปกติ แม้แต่การดื่มน้ำอัดลมที่เขียนว่าเป็นสูตรไม่มีน้ำตาลก็ยังเมาง่ายอยู่ดี เพราะแม้ไม่มีน้ำตาลแต่ยังมีสารให้ความหวานที่กระตุ้นการตอบสนองของอินซูลินในร่างกาย ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นนั่นเอง

          เลือกดื่มอย่างใดอย่างหนึ่ง
          ทริคทั่วไปที่ทุกคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าถ้าหากจะดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากองุ่น เช่น ไวน์ แชมเปญ คอนยัก ก็ไม่ควรดื่มร่วมกับแอลกอฮอล์ที่ทำจากข้าว เช่น สาเก โซจู วิสกี้ และเบียร์ ถ้าดื่มกันมั่ว แน่นอนว่าได้เมาค้างอย่างไม่ต้องสงสัย แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลการวิจัยหนึ่งพบว่า “กระบวนการการกลั่นมีส่วนสำคัญ” หากมีการกลั่นที่ดี ‘สิ่งเจือปนหรือคอนจีเนอร์สจะมีน้อยส่งผลให้เหล้าเหล่านั้นบริสุทธิ์ ยิ่งเหล้าบริสุทธิ์อาการเมาค้างก็ยิ่งน้อย กลับกันถ้าเหล้าไม่บริสุทธิ์ก็จะมีอาการเมาค้างได้’
         ซึ่งคุณสามารถสังเกตว่าเหล้าบริสุทธิ์หรือไม่นั้น ง่ายนิดเดียว เพียงสังเกตจากสีของเหล้า ยิ่งมีสีเข้มแปลว่ามีสิ่งเจือปนสูงยิ่งบริสุทธิ์น้อย ยิ่งมีสีอ่อนหรือไร้สีแปลว่ามีสิ่งเจอปนน้อยยิ่งบริสุทธิ์มาก เท่ากับว่าหากจะดื่มให้เกิดอาการเมาค้างน้อยที่สุด ก็ต้องดื่มเหล้าที่ไร้สีอย่างไวน์ขาว จิน และวอดก้า เพราะเป็นเหล้าที่บริสุทธิ์ มีสิ่งเจือปนน้อยกว่าตระกูลบรั่นดี เตกีลาและรัม

         นอกจากนี้อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญของ MEGA We care ที่จะช่วยป้องกันอาการเมาค้างอย่างได้ผลคือ การทาน “วิตามินบี” ทุกครั้ง “ก่อนดื่ม” เพื่อป้องกันการขาดวิตามินบี เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายเกิดการขาดวิตามินบีได้ ทำให้วิตามินบีสูญเสียไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีอาการวิงเวียนและเมาค้างได้นั่นเอง…

         อย่างไรก็ตามการดื่มแอลกอฮอล์มีผลเสียต่อสุขภาพทั้งต่อสมองที่อาจทำให้เสื่อมก่อนวัยได้และส่งผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ ทำให้ทำงานได้แย่ลงจนเกิดโรคร้ายตามมา เช่นเโรคตับแข็ง ไขมันในเลือดสูง เสี่ยงโรคหัวใจและพิษสุราเรื้อรัง ไม่เพียงแต่มีผลเสียต่อสุขภาพของตนเองเท่านั้นแต่ยังมีผลกระทบต่อสังคมด้วย เช่นเมาแล้วขับจนเกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ฉะนั้นควรดื่มแต่พอดีและรักษาสุขภาพ เพื่อการทำงานอย่างเต็มที่ในเช้าวันต่อไป…ด้วยความห่วงใยจาก Nat B_MEGA We care

ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.honestdocs.co/drink-alcohol-drunk-slowly
https://www.healthline.com/nutrition/best-foods-to-eat-before-drinking#section3
https://www.realsimple.com/health/first-aid-health-basics/home-remedies/hangover-cures-prevention
https://www.paolohospital.com/th-TH/chokchai4/Article/Details/อายุรกรรม/ความลับของอาการ--เมาค้าง--รู้แล้วจะไม่อยากเป็นอีกเลย
https://thestandard.co/lifestyle-wellness-hangover-and-step-to-cure-hangover/