สุขภาพดีต้อนรับปีใหม่

สุขภาพดีต้อนรับปีใหม่

ปี 2021 เดินทางได้มาถึงแล้ว... คุณมีวิธีการสำหรับดูแลสุขภาพให้พร้อมสำหรับปีนี้แล้วหรือยัง? นี่คือสิ่งที่ MEGA We care อยากจะแนะนำให้กับทุกคนได้เริ่มทำกันตั้งแต่วันนี้ เพราะเราขอยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้สุขภาพของคุณดีตลอดไป

       ปรับพฤติกรรมตามนาฬิกาชีวิต
          “นาฬิกาชีวิต” คำนี้หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ซึ่งหมายถึงวงจรของระบบการทำงานในร่างกายที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของทุกระบบในร่างกายตั้งแต่ การตื่นนอน การหลั่งฮอร์โมน หรือแม้กระทั่งควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกาย ดังนั้นควรทานข้าว ขับถ่ายและนอนให้เป็นเวลาเพื่อให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

          โดยนาฬิกาชีวิตจะมี 24 ชั่วโมงตามเวลาดังนี้

            03.00-05.00 น. ควรตื่นนอน เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ทำให้ปอดแข็งแรง
            05.00-07.00 น. ควรขับถ่าย เพื่อนำของเสียออกจากร่างกาย
            07.00-09.00 น. ทานอาหารเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน
            09.00-11.00 น. ทำงานและกิจกรรมต่างๆ เพราะร่างกายในช่วงเวลานี้จะมีความตื่นตัวมากเป็นพิเศษ
            11.00-13.00 น. พักผ่อน เพื่อลดความเครียดให้ร่างกายและสมอง
            13.00-15.00 น. งดออาหาร เพื่อให้ลำไส้เล็กได้ดูดซึมสารหารได้อย่างเต็มที่
            15.00-17.00 น. ควรทำให้เหงื่ออกบ้าง เพราะจะทำให้กระเพาะปัสสาวะแข็งแรง
            17.00-19.00 น. ทำให้ตนเองสดชื่น ไม่ควรทำงานหนักเพราะอาจทำให้ไตอ่อนแอได้
            19.00-21.00 น. ควรพักผ่อน เพื่อให้หัวใจทำงานน้อยลง
            21.00-23.00 น. เตรียมตัวเข้านอน เป็นช่วงที่ร่างกายปรับอุณหภูมิให้อบอุ่นขึ้นเพื่อเข้านอน
            23.00-01.00 น. ควรเข้านอน เพื่อให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาได้อย่างเต็มที่ จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอตามร่างกายได้
            01.00-03.00 น. นอนหลับให้สนิท เพื่อให้เลือดไหลเวียนสะดวก

       นอน 7-8 ชั่วโมง ต่อวัน
          นักวิทยาศาสตร์พบว่า “การนอนหลับพักผ่อนนอกจากจะช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนแห่งความเครียดที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยให้ภูมิต้านทานแข็งแรงด้วย โดยมีการวิจัยยืนยันว่าผู้ที่นอนหลับ 7-8 ชั่วโมงขึ้นไปติดเชื้อหวัดน้อยกว่าผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอถึง 3 เท่า”

       ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
          อาหารคือปัจจัยหลักที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น เนื่องจากสารอาหารทั้ง 5 หมู่เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติและมีประสิทธิภาพจะขาดหมู่ใดหมู่หนึ่งไปไม่ได้ โดยเฉพาะหมู่ที่ 4 ผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมีส่วนช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง ต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ดี จึงทำให้ป่วยน้อยลงหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

       ดื่มน้ำ 2 ลิตรต่อวัน
          รู้หรือไม่? นอกจากน้ำจะเป็นส่วนประกอบสำคัญกว่า 60% ของร่างกายแล้วยังเป็นส่วนประกอบกว่า 90% ของเลือดอีกด้วย ! หากดื่มน้ำอย่างเพียงพอวันละ 7-8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวันจะช่วยให้เลือดไม่ข้นหนืด ความดันโลหิตจึงอยู่ในระดับปกติ ส่งผลให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสุขภาพจึงแข็งแรง รวมไปถึงช่วยลดเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่างๆ อย่างโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจได้

       ออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน
          งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Lancet ได้ระบุไว้ว่า “จากการเก็บข้อมูลของประชากรโลกทั้งหมด 17 ประเทศกว่า 1แสน 3 หมื่นคน ตั้งแต่ฐานะดีไปจนถึงฐานะยากจน พบว่ามีการออกกำลังกายที่หลากหลายทั้งไปฟิตเนส เดินไปทำงาน หรือทำงานบ้าน หากออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ นี้วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน จะทำให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อน ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี สุขภาพแข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร”

       คิดบวกอยู่เสมอ
          “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” คือสุภาษิตที่ทำให้เห็นว่าสุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้สุขภาพกายเลยและ จะสังเกตได้ว่าผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมักจะคิดบวกอยู่เสมอ จึงรับมือกับความเครียดได้ดีกว่าผู้ที่คิดลบ นอกจากนี้ยังทำให้มีอายุที่ยืนยาวกว่า โดยมีการศึกษาผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจที่คิดบวกพบว่า สุขภาพแข็งแรงขึ้นหลังจากรักษามา 1 ปี และมีชีวิตยืนยาวนานกว่า 15 ปี ในทางกลับกันผู้ป่วยที่มองโลกในแง่ร้ายมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับอายุขัยที่คาดการณ์ไว้

       ล้างมือบ่อยๆ
          "การล้างมือ”แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราอาจมองข้ามไป แต่มือที่สัมผัสสิ่งต่างๆ นี้หากไม่หมั่นทำความสะอาดจะนำเชื้อโรคมากมายเข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ โรคหัด) โรคติดต่อระบบทางเดินอาหาร (อุจจาระร่วง อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ) โรคติดต่อจากการสัมผัสได้โดยตรง (โรคตาแดง โรคเชื้อรา แผลอักเสบที่ผิวหนัง) และโรคติดต่อที่รุนแรง (โรคไข้หวัดมรณะ (SARS) โรคไข้หวัดนก ดังนั้นควรล้างมือทั้งก่อนทำอาหารและทานอาหาร รวมไปถึงควรล้างมือหลังขับถ่ายหรือหลังทำกิจกรรมที่ทำให้มือสกปรกด้วย โดยตามคำแนะนำของแพทย์ต้องล้างมือให้ถูกวิธีและล้างในระยะเวลาตั้งแต่ 15 วินาทีขึ้นไปจึงจะสามารถลดเชื้อโรคได้ถึง 90%ได้


ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.pobpad.com/นอน-ดีต่อสุขภาพอย่างไร
https://women.mthai.com/beauty/health/428517.html
https://www.pobpad.com/อาหารหลัก-5-หมู่-รับประทา
https://www.garmin.com/th-TH/blog/hydration-tracking/
https://www.voathai.com/a/exercise-prevents-early-deaths-ro/4042884.html
https://www.pobpad.com/คิดบวก-ส่งผลดีต่อสุขภาพ