ทำไม “คนอ้วน” เสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิต เมื่อติดเชื้อโควิด -19

ทำไม “คนอ้วน” เสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิต เมื่อติดเชื้อโควิด -19

     สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19  ทุกระลอกที่ผ่านมา ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมียอดผู้เสียชีวิตสูงอย่างต่อเนื่อง   นอกจากการปฏิบัติตามแนวทางมาตรการป้องกันของแพทย์อย่างเคร่งครัด ยังทำให้คนไทยหันมาตระหนักเเละคอยสังเกตอาการ ที่อาจเป็นสัญญานว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ 'โควิด -19' แล้วหรือยัง

     การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้ผู้ป่วยโควิด-19 มีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว หรือมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตคืออายุเมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะต่างๆจะเสื่อมตามกาลเวลา รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่นโรคปอด มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และความดันโลหิตสูง  

   สนใจหัวข้อไหน...คลิกเลย

  วิธีวัดดัชนีมวลกาย BMI 

  ทำไมผู้ป่วยโรคอ้วนถึงป่วยโควิด -19 รุนแรง 

  3 วิธีควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

     โรคอ้วน หนึ่งในปัจจัยที่เป็นสาเหตุหลักในการเพิ่มความรุนแรงจากโควิด -19 โดยเฉพาะคนอายุน้อย ผู้ที่มีเป็นโรคอ้วน หรือผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 30 พบว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อนานกว่าคนปกติ อาการทรุดอย่างรวดเร็ว หรือเสียชีวิตเพิ่มขึ้นมาก  มีรายงานจาก WHO และอิตาลี พบว่ากลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตส่วนใหญ่คือ “คนที่อ้วนลงพุง”

วิธีวัดค่าดัชนีมวลกาย

วิธีวัดดัชนีมวลกาย BMI 

BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ความสูง (เมตรยกกำลัง 2) แบ่งระดับความอ้วนเป็นระดับต่างๆ ดังนี้   

  BMI 18.5-24.9 kg/m2 ปกติ                                                            

  BMI 25.0- 29.9 kg/m2 ภาวะน้ำหนักตัวเกิน                                                                                                                    

  BMI > 30 kg/m2 อ้วน 

ทำไมผู้ป่วยโรคอ้วนถึงป่วยโควิด -19 รุนแรง 

  โรคอ้วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลง

    ความอ้วนส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ร่างกายต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ไม่ดีเท่าที่ควร และเมื่อผู้ที่มีภาวะอ้วนได้รับการฉีดวัคซีน ร่างกายจะตอบสนองน้อยกว่าคนน้ำหนักโดยทั่วไป

  โรคอ้วนทำให้มีปริมาณไขมันสะสมในช่องท้อง 

    ปริมาณไขมันสะสมจำนวนมากจะดันกระบังลมขึ้นไปเบียดกับขนาดของปอด ทำให้การทำงานของปอดไม่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายและหายใจลำบาก

  โรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

    การเกิดลิ่มเลือดเป็นหนึ่งในกลไกที่ทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 ทรุดหนักขึ้น 

  การอักเสบเรื้อรัง   

     ร่างกายจะสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ และทำให้เกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ต่ำลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ

  มีโรคร่วมที่สำคัญ

    ผู้ที่มีภาวะอ้วน โดยส่วนใหญ่มักมีโรคร่วมที่สำคัญ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไตเรื้อรังซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการรักษา และทำให้เกิด ภาวะแทรกซ้อนในการรักษา 

3 วิธีควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมคลิก

     เมื่อการอดอาหารไม่ใช่ทางออกที่ดีของการดูแลรูปร่าง และการเลือกทานอาหารที่ดีก็ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำได้อย่างสม่ำเสมอทุกมื้อ ดังนั้น MEGA We care จึงขอแนะนำ 3 ขั้นตอนที่มาพร้อมกับตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างอย่างจริงจัง ดังนี้

  ขั้นตอนที่ 1 ควบคุมน้ำหนัก สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย การจะควบคุมน้ำหนักให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกทานที่มีประโยชน์

  ขั้นตอนที่ 2 ออกกำลังกายกระชับสัดส่วน  ช่วยให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพและเห็นความเฟิร์มกระชับของกล้ามเนื้อมากขึ้น สามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกายบริหารสัดส่วนให้กระชับ 

  ขั้นตอนที่ 3 เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญ และเปลี่ยนส่วนไขมันในร่างกายให้ลดลง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและเฟิร์ม

      จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19  ทำให้พบว่าผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 30  ขึ้นไป พบว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อง่ายกว่าคนปกติ อาการทรุดอย่างรวดเร็ว สุดท้ายส่งผลให้เสียชีวิต นอกจากการฉีดวัคซีน เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรค การหันกลับมาใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้มีการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน  และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ คุมแคลอรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือก็ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หากปฏิบัติตามดังนี้ ร่างกายของคุณก็จะมีเกาะป้องกันและมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงอย่างแน่นอน ด้วยความปรารถนาดีจาก MEGA We care

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30569