เคล็ดลับหน้าใส ไม่ต้องฉีดฟิลเลอร์ ลดริ้วรอยด้วยคอลลาเจน

เคล็ดลับหน้าใส ไม่ต้องฉีดฟิลเลอร์ ลดริ้วรอยด้วยคอลลาเจน

เคล็ดลับหน้าใส ไม่ต้องฉีดฟิลเลอร์ ลดริ้วรอยด้วยคอลลาเจน

     ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลตัวเองกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น หลายคนไม่อยากดูแก่ ไม่ต้องการมีผิวที่เหี่ยวย่นหรือมีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ทำให้คนจำนวนมากหาทางออกกับปัญหาผิวที่มีริ้วรอย หน้าหย่อนคล้อยหลากหลายวิธี
     ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ การนวดยกกระชับ หรือการรับประทานสารสกัดจากธรรมชาติอย่างเช่น วิตามินซี คอลลาเจน โปรตีนปลาทะเล ฯลฯ เพื่อต้องการมีผิวสุขภาพดี มีผิวที่เรียบเนียน ไม่มีริ้วรอย ไม่มีจุดด่างดำ มีสีผิวที่สม่ำเสมอ
     แต่ทั้งนี้ผิวจะดูดีได้จำเป็นจะต้องมีการบำรุงผิวทั้งภายในและภายนอกควบคู่กันไปด้วย แต่การที่จะดูแลผิวได้อย่างเหมาะสมจะต้องเริ่มต้นมาทำความรู้จักเกี่ยวกับผิวหนังเป็นอันดับแรก

โครงสร้างและหน้าที่ของผิวหนัง

     โครงสร้างของผิวหนังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้ 

1.  ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
     ผิวหนังในชั้นนี้ ถือเป็นผิวชั้นนอกซึ่งคอยทำหน้าทีสร้างเซลล์ใหม่ แล้วผลัดเซลล์เก่า หลุดลอกออกมาเป็นขี้ไคล นอกจากนี้ยังเซลล์สร้างเม้ดสี ที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ (Melanocyte) คอยทำหน้าที่สร้างเม็ดสี (Melanin) อยู่ที่บริเวณชั้นล่างสุดของหนังกำพร้

2.  ชั้นหนังแท้ (Dermis)
     ผิวหนังชั้นนี้มีความสาคัญและมีปริมาณมากถึงร้อยละ 90 ของโครงสร้างผิวทั้งหมด โดยชั้นหนังแท้ประกอบด้วย คอลลาเจน ซึ่งพบประมาณร้อยละ 70 และอีลาสติน พบประมาณร้อยละ 5
     นอกจากนี้ชั้นหนังแท้ยังประกอบด้วยเส้นประสาท เส้นเลือด ต่อมไขมัน กลูโคสอะมิโนไกลแคน ซึ่งเป็นตัวเชื่อมยึดคอลลาเจน เส้นใยอีลาสติน และส่วนประกอบต่างๆ ในชั้นหนังแท้ให้อยู่ด้วยกันทำให้ผิวหนังเกิดความชุ่มชื้น แต่ถ้าคอลลาเจน อีลาสตินของผิวหนังชั้นนี้ถูกทำลายก็จะเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น

3.  ชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat)
     ผิวหนังในชั้นไขมัน จะทำหน้าที่ป้องกันการกระทบกระแทกระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อภายใน และจะบางลงเมื่ออายุมากขึ้น ชั้นนี้จะประกอบไปด้วย เซลล์ไขมัน และท่อน้ำเหลืองอยู่ด้วย

(รูป)

คอลลาเจน (Collagen) มีความสำคัญอย่างไร?

     คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่ร่างกายสร้างได้เองตามธรรมชาติ โดยจะประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีลักษณะต่อกัน และมีการประสานกันเป็นเส้นใย ทําหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย
     ร่างกายของเราจะมีโปรตีนคอลลาเจนมากกว่า 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนังมากถึง 70% โดยมีส่วนช่วยให้โครงสร้างของผิวแข็งแรง และมีความยืดหยุ่นของผิวหนัง ส่งผลให้ผิวเต่งตึง แน่นกระชับมากขึ้น และดูอ่อนเยาว์
     นอกจากนี้คอลลาเจน (Collagen) ยังมีความสำคัญต่อกระดูกอ่อน ซึ่งในกระดูกอ่อนจะมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบถึง 60% รวมกระทั่งเส้นเอ็น ผนังหลอดเลือดและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆในร่างกายล้วนมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบเช่นกัน
     ปริมาณคอลลาเจนจะค่อยๆ ลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนลดลง ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลกันระหว่างการผลิต และการสลายของคอลลาเจนตามธรรมชาติ จนเกิดริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อย รวมถึงข้อเสื่อมได้ ดังนั้นการเสริมคอลลาเจนไว้ก่อนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ผิวพรรณกลับคืนสู่วัยเยาว์ และข้อที่แข็งแรง (Collagen ผิว กับ Collagen ข้อ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ : https://www.megawecare.co.th/content/5145/how-different-between-skin-collagen-and-joint-collagen)

รูปคอลลาเจนลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น

รูปปริมาณคอลลาเจนกับอีลาสตินลดลงปริมาณคอลลาเจน และอีลาสตินลดลง ทำให้ ชั้นผิวหนังแท้ ขาดความยึดหยุ่นทำให้เกิดริ้วรอย เป็นร่อง และผิวหย่อนคล้อย

ฟิลเลอร์คอลลาเจน (Collagen) ให้กับผิว ได้อย่างไร

     คอลลาเจน (Collagen) ที่เป็นที่นิยมและเป็นที่ยอมรับ ควรเป็น คอลลาเจนไฮโดรไลเซต (Collagen Hydrolysate) หรือ เรียกอีกอย่างว่า คอลลาเจน เปปไทด์ (Collagen peptide) ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการวิทยาสาสตร์เพื่อให้ได้คอลลาเจนที่มีขนาดเล็ก มีความยาวสั้นลง ทำให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้นส่งผลให้ร่างกายนำไปใช้ซ่อมแซมเซลล์ผิว เสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิว ช่วยให้มีความยืดหยุ่นดี เด้ง เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย ริ้วรอยจาง เป็นอีกวิธีหนึ่งในการบำรุงผิว ที่ช่วยดูแลผิวให้แลดูอ่อนเยาว์เสมือนกลับมามีสภาพผิวหน้าเหมือนเด็กอีกครั้ง
     ปัจจุบันในท้องตลาดมีคอลลาเจนมากมายหลากหลาย บ้างก็ว่าช่วยบำรุงร่างกายทั้งข้อทั้งผิว แท้จริงแล้วชนิดของคอลลาเจน ในแต่ละส่วนของร่างกายนั้นมีความแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกที่จะดูแลผิว บำรุงผิว ลดริ้วรอยนั้น ควรเลือกคอลลาเจนสำหรับผิวโดยเฉพาะ เลือกคอลลาเจนที่มีผลการวิจัยทางการแพทย์รองรับ มีผลการศึกาวิจัยด้านผิวพรรณโดยเฉพาะ จะทำให้มั่นใจในประสิทธิภาพของการบำรุงผิวด้วยคอลลาเจนได้

ตัวอย่างผลการศึกษาของคอลลาเจน ไฮโดรไลเซตที่มีต่อผิว

     E.Proksch และคณะ ศึกษาประสิทธิภาพของ คอลลาเจน ไฮโดรไลเซต (VERISOL®) เมื่อรับประทาน วันละ 2.5 กรัม ต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานในผู้หญิงอายุ 45-65 ปี จำนวน 114 คนพบว่า การรับประทาน VERISOL® 2.5 g.  วันละ 1 ครั้ง จะช่วยลดริ้วรอย เพิ่มปริมาณคอลลาเจนและอีลาสตินได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

     ดังนั้นผลลัพธ์ของการเลือกรับประทาน คอลลาเจนสำหรับผิวโดยเฉพาะ ภายใต้ชื่อลิขสิทธิ์ เวอร์ริซอล (VERISOL®)
·  ปริมาณคอลลาเจน เพิ่มขึ้น
·  ปริมาณอีลาสติน เพิ่มขึ้น
·  ความลึกของริ้วรอย ตื้นขึ้น
·  ผิวเรียบเนียนขึ้น
·  ผิวชุ่มชื้นขึ้น
     ดังนั้นการเลือกรับประทานคอลลาเจนที่ถูกต้อง ควรเลือกพิจารณาคอลลาเจนที่มีผลการศึกษาชัดเจน และเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพที่ควรได้รับ (พลิกผิวให้ใสเด้งเหมือนวัยเยาว์ ด้วยคอลลาเจน ไฮโดรไลเซต อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.megawecare.co.th/content/5183/youthful-skin-by-collagen-hydrolysate)