Key takeaway / Summary of topic answer
ท้องอืดและอาหารไม่ย่อยเกิดจากการมีแก๊สสะสมในระบบทางเดินอาหารมากเกินไป สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม เช่น กินเร็วเกินไป รับประทานอาหารรสจัดหรืออาหารย่อยยาก รวมถึงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ และอาจเกิดจากยาบางชนิดหรือโรคประจำตัว เช่น กรดไหลย้อนและโรคลำไส้แปรปรวน การดูแลเบื้องต้นทำได้โดยปรับพฤติกรรมการกิน หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊ส และเสริมด้วยสมุนไพรที่มีบทบาทในกระบวนการขับลม ได้แก่ เปเปอร์มินต์ สเปียร์มินต์ และเมล็ดยี่หร่าหวาน ซึ่งมีบทบาทในการกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารตามปกติ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
ปัญหาท้องอืด อาหารไม่ย่อย ดูจะเป็นอาการที่ดูปกติธรรมดาเหล่านี้ อาจนำไปสู่ภาวะท้องอืดเรื้อรัง อีกทั้งยังเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งถือเป็น 1 ใน 10 ของมะเร็งที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด เมื่อรู้แบบนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนคงให้ความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และอยากรู้วิธีการแก้ปัญหาอาการท้องอืด ขณะที่บางคนอาจเกิดคำถามว่า… ยาลดกรด ยาช่วยย่อย หรือยาขับลม เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และแก้ปัญหาอาการท้องอืดได้อย่างถูกจุดจริงหรือไม่? และถ้าหากกินยาเหล่านี้บ่อยๆ ในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อสุขภาพไหม? มาหาคำตอบเกี่ยวกับสาเหตุพร้อมเคล็ดลับบรรเทาอาการท้องอืด และอาการข้างเคียงหลังมื้ออาหาร เช่น ลมหายใจมีกลิ่น และเรอเปรี้ยวอย่างได้ผลกันดีกว่า
ท้องอืด อาการที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แต่สาเหตุที่พบมากที่สุดก็คือ พฤติกรรมในการกินอาหาร ที่ทำให้มีแก๊สหรืออากาศในระบบทางเดินอาหารมากเกินไป เช่น การกินอาหารเร็วเกินไป กินอาหารรสจัด กินอาหารย่อยยาก เป็นต้น รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตอื่นๆ เช่น ชอบเคี้ยวหมากฝรั่ง สูบบุหรี่ ก็เป็นสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด มีอาการจุกเสียด ปวดท้อง อึดอัดไม่สบายตัว พุงป่อง และทำให้เรอบ่อยได้
นอกจากนี้พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตแล้ว ท้องอืดสามารถเกิดขึ้นได้จากอีกหลายสาเหตุ ทั้งในผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ มีแผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร รวมไปถึงในผู้ที่กินยาบางชนิด ซึ่งทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบและลำไส้บีบตัวน้อยลง เช่น ยาแก้ปวดข้อบางชนิด ยานอนหลับ ยาปฏิชีวนะบางชนิด เป็นต้น นอกจากนี้โรคทางร่างกายอื่นๆ ก็อาจเป็นสาเหตุของอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี หรือโรคเบาหวาน เป็นต้น
เมื่อมีอาการท้องอืด วิธีซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำในการบรรเทาอาการก็คือ ปรับพฤติกรรมเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อลดอาการดังนี้
อาการท้องอืด นอกเหนือจากจะสร้างปัญหาความอึดอัดท้องแล้ว มักจะมาพร้อมกับปัญหาลมหายใจมีกลิ่นเหม็นจนทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจ นอกจากนี้เวลาเรอยังมีกลิ่นเปรี้ยวที่ผิดปกติผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้หลักการง่ายๆ 4 ข้อต่อไปนี้เพื่อแก้ปัญหาลมหายใจมีกลิ่นเหม็น/เรอเปรี้ยวหลังมื้ออาหาร
สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องท้องอืด มีอาการอึดอัดแน่นท้องหลังจากมื้ออาหารส่วนใหญ่มักแก้ไขอาการดังกล่าวด้วยการซื้อยามากินเอง ไม่ว่าจะเป็นยาลดกรด ยาช่วยย่อย หรือยาขับลม ซึ่งแม้จะเห็นผลลัพธ์รวดเร็วทันใจ แต่การกินยาบ่อยๆ ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ และถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ด้วยเหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่สำคัญคือพฤติกรรมการกิน เลือกกินอาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ควบคู่ไปกับการเลือกกิน สมุนไพรแก้ท้องอืด ที่มีฤทธิ์ช่วยในการขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ โดยเฉพาะ 3 สมุนไพร อย่าง เปเปอร์มิ้นต์ สเปียร์มิ้นต์ เมล็ดยี่หร่าหวา
นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดได้แล้ว สารสกัดจากสมุนไพรยังช่วยให้รู้สึกเย็นสบายท้อง ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นขึ้นได้ ลดปัญหาลมหายใจมีกลิ่นเหม็น เรอเปรี้ยว ที่สำคัญคือมาในรูปแบบเม็ดพกพาสะดวก ติดกระเป๋าไปได้ทุกที่ กินต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง เพราะเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน
ด้วยความห่วงใยจาก…MEGA We care
-
เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
โพรไบโอติก (Probiotic) มิตรแท้ระบบทางเดินอาหาร
‘โปรไบโอติกส์’ (Probiotics) จุลินทรีย์ชนิดดีกับการช่วยเสริมภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรค