ท้องเสียบ่อย เกิดจากอะไร และทำอย่างไรให้หาย

ทั้งหมด
สาเหตุ ท้องเสียบ่อย เกิดจากอะไร วิธีรักษา

ท้องเสียบ่อย เกิดจากอะไร และทำอย่างไรให้หาย

อาการเกิดขึ้นกะทันหันจะสามารถหายได้เอง หากมีอาการท้องเสียนานเกิน 14 วัน ถือว่าเป็นอาการท้องเสียแบบเรื้อรัง โดยอาการท้องเสียเกิดขึ้นได้ทั้งจากการติดเชื้อ การรับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการได้รับยาปฏิชีวนะและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอื่นๆ นอกจากนี้หลายคนยังมีปัญหาท้องเสียตอนเดินทาง หรือแม้กระทั่งช่วงที่มีความเครียดจนเริ่มกังวลว่าจะมีปัญหาระบบทางเดินอาหารหรือไม่ มาดูสาเหตุกันต่อว่า ท้องเสียบ่อย เกิดจากอะไร? พร้อมวิธีรับมือแบบเร่งด่วนที่ทำตามได้ทันที

หัวข้อที่น่าสนใจ

    ท้องเสีย คืออะไร และรู้ได้อย่างไร?

    ท้องเสีย (Diarrhea) หมายถึง ภาวะที่มีการถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน โดยอาจมีอาการร่วมเช่น ปวดท้อง ท้องบิด คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ

    1.  ท้องเสียแบบเฉียบพลัน (Acute Diarrhea) เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและมักหายภายใน 2-3 วัน หรือภายใน 2 สัปดาห์ มักเป็นอาการท้องเสียบ่อยที่เกิดจากการติดเชื้อหรืออาหารเป็นพิษ เนื่องจากร่างกายจะได้รับเชื้อโรคมาจากการปนเปื้อนในน้ำหรืออาหารที่รับประทาน

    2.  ท้องเสียแบบเรื้อรัง (Chronic Diarrhea) อาการยืดเยื้อเกินกว่า 14 วัน อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ อาจเกิดจากโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคลำไส้อักเสบ โรคลำไส้แปรปรวน โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หรือมะเร็งบางชนิด นอกจากนี้ยังสามารถเกิดได้จากอาหารที่รับประทานเข้าไป เพราะบางคนจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะการย่อยสารอาหารบางประเภท

    ท้องเสียบ่อย ถ่ายเป็นน้ำ เกิดจากอะไร? สาเหตุที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

    อาการท้องเสียบ่อยๆ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ ติดต่อกัน 3 ครั้งต่อวันขึ้นไป หรือในบางคนอาจมีอาการปวดบิดในท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย ถือเป็นอาการที่เข้าข่าย ท้องเสียแบบเฉียบพลัน โดยมักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ 

    1. ท้องเสียบ่อยจากการติดเชื้อ 

    การติดเชื้อจากเชื้อโรคต่างๆ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยถึง 90% เช่น 

    • เชื้อแบคทีเรีย เช่น E. coli, Salmonella, Campylobacter หรือ Shigella ซึ่งมักพบในอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ตามข้อมูลจาก World Health Organization (WHO) การติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุหลักของโรคอุจจาระร่วงในเด็กทั่วโลก
    • เชื้อไวรัส โดยเฉพาะ Norovirus และ Rotavirus ซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายและทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง
    • เชื้อปรสิต อย่าง Giardia lamblia หรือ Cryptosporidium มักพบในน้ำที่ไม่สะอาด
    • การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่ว่าจะเป็น อาหารค้างคืน อาหารไม่สะอาด หรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด หรือแม้กระทั่งการไม่ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร 

    2. ภาวะแพ้อาหารและความไม่ทนต่ออาหาร

    หลายคนที่ดื่มนมวัวแล้วท้องเสีย หรือมีภาวะแพ้แล็กโทส (Lactose Intolerance) เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนมและผลิตภัณฑ์นมได้ ทำให้เกิดท้องเสีย ท้องอืด และแน่นท้องภายหลังรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม

    3. ความเครียดวิตกกังวล

    ความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้าสามารถกระตุ้นให้ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติได้ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงระหว่างสมองและลำไส้ (Gut-Brain Axis) ตามการศึกษาใน Nature Reviews Gastroenterology & Hepatolo ในบางคนอาจท้องเสียบ่อยในช่วงเดินทาง ก่อนสอบ หรือในช่วงเวลาสำคัญ เป็นต้น

    4. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด 

    โดยยาบางชนิดอาจเกิดผลข้างเคียงที่ทำให้ท้องเสียเช่น ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่จะทำลายแบคทีเรียในลำไส้ ยาระบาย ยาเคมีบำบัด ยาต้านอาการซึมเศร้าบางชนิด

    การดูแลตัวเองเบื้องต้น เมื่อท้องเสียเร่งด่วน ถ่ายเป็นน้ำ ต้องทำอย่างไร

    • ดื่มน้ำและเกลือแร่ให้เพียงพอ โดยสำคัญที่สุด คือ การป้องกันภาวะขาดน้ำ เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่จำนวนมากผ่านทางอุจจาระ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำที่อันตรายได้ สิ่งที่ควรดื่มในช่วงที่ท้องเสียหนัก ได้แก่ น้ำสะอาด และจิบน้ำผสมผงเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts)เป็นต้น เพื่อให้การหดตัวของลำไส้ใหญ่ลดลง จึงช่วยให้การขับถ่ายลดลงไปด้วย
    • งดอาหารรสจัดและของมัน เพื่อป้องกันไม่ให้ท้องเสียเพิ่ม โดยเลือกรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำแกงจืด ซุปใส ฯลฯ
    • พักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อท้องเสียร่างกายจะต้องการพลังงานในการฟื้นระบบลำไส้ การพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายหายเร็วขึ้น

    อาหารที่ควรรับประทาน เมื่อมีอาการท้องเสีย

    การเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียบ่อย ปวดท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ สิ่งสำคัญคือการหยุดอาการท้องเสียให้เร็วที่สุด โดยสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ เพิ่มมวลอุจจาระ และการเติมจุลินทรีย์ชนิดดีเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร 

    1. การใช้ยาแก้ท้องเสียที่ซื้อได้เอง เช่น น้ำเกลือแร่ชนิดชง (ORS) ยาแก้ท้องเสียกลุ่ม Loperamide ที่ช่วยชะลอการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ถ่ายบ่อยน้อยลงและอุจจาระแน่นขึ้น เหมาะสำหรับอาการท้องเสียที่ไม่มีไข้หรือเลือดปน 
    2. อาหารที่มีเส้นใยน้อย ย่อยง่าย และช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ จะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียในช่วง 1-2 วันแรก เช่น อาหารตามหลัก BRAT Diet 
      – Banana (กล้วย) มีเพกตินซึ่งเป็นเส้นใยที่ช่วยดูดซับน้ำในลำไส้ และมีโพแทสเซียมสูงช่วยชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไประหว่างท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
      – Rice (ข้าว) เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร
      – Applesauce (แอปเปิลบด) มีเพกตินสูงและช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ โดยการนำเอาแอปเปิลไปต้มและปั่นละเอียดจะช่วยให้ย่อยได้ง่ายกว่าการรับประทานแอปเปิลสด 
      – Toast (ขนมปังปิ้ง) โดยรับประทานขนมปังขาวปิ้ง (ไม่ทาเนยหรือแยม) จะให้คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายและช่วยดูดซับกรดในกระเพาะอาหารได้ดี
    3. โพรไบโอติกส์ ยีสต์ (Probiotic Yeast) เป็นจุลินทรีย์ดีในกลุ่มยีสต์ที่มีคุณสมบัติในการทนต่อยาปฏิชีวนะ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบและหยุดอาการถ่ายเป็นน้ำได้เร็วขึ้น ซึ่งสายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับทางการแพทย์มากที่สุด คือ Saccharomyces boulardii (S. boulardii) เหมาะกับอาการท้องเสียเฉียบพลัน คนที่เดินทางบ่อยและต้องรับประทานอาหารต่างถิ่นบ่อยๆ รวมถึงคนที่ท้องเสียเฉียบพลันจากการใช้ยา
    โพรไบโอติก ยีสต์ แก้ท้องเสียบ่อย

    อ่านต่อ : ประโยชน์ของ โพรไบโอติก (Probiotic) ต่อระบบทางเดินอาหาร

    ท้องเสียแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน 

    หากมีอาการ ท้องเสียบ่อย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เมื่อมีอาการร่วมเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน 

    1.  ไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส

    2. ปวดท้องมาก ปวดท้องบิด มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

    3. รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ

    4. อ่อนเพลีย ตาลึกโหล ถ่ายเป็นมูกเลือด

    สาเหตุที่ ท้องเสียบ่อย เกิดจากอะไร นั้น ส่วนใหญ่มักสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินและสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ สำหรับการ แก้ปัญหาท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อย่างเร่งด่วน การปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกใช้ยาแก้ท้องเสียที่ถูกต้องควบคู่ไปกับการดื่มน้ำเกลือแร่และทานอาหารที่ปรุงสุกสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่หากต้องการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและฟื้นฟูระบบขับถ่ายให้ยั่งยืนในระยะยาว การเสริมโพรไบโอติกส์ยีสต์ เพื่อปรับสมดุลจุลินทรีย์ในระบบทางเดินเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ท้องเสียเฉียบพลัน ได้ดีเช่นกัน

    อ้างอิง
    1. โรงพยาบาลเมดพาร์ค. (น.ด.). ท้องเสีย (Diarrhea) อาการ สาเหตุ การตรวจวินิจฉัย และการรักษา.
    2. โรงพยาบาลรามาธิบดี. ท้องเสียไม่ใช่เรื่องเล่น! เจาะลึกสาเหตุ พร้อมเคล็ดลับวิธีแก้ท้องเสีย. Rama Channel.
    3. World Health Organization. Diarrhoeal disease.
    4. Szajewska, H., et al. (2024). Effectiveness of Saccharomyces boulardii CNCM I-745 in the treatment of adult patients with acute diarrhea: A real-world evidence study. Therapeutic Innovation & Regulatory Science.
    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ล้างพิษ

    โพรไบโอติก (Probiotic) มิตรแท้ระบบทางเดินอาหาร

    ระบบย่อยอาหาร

    ‘โปรไบโอติกส์’ (Probiotics) จุลินทรีย์ชนิดดีกับการช่วยเสริมภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรค

    ทั้งหมด

    'ท้องอืด' บรรเทาด้วย 3 สมุนไพรจากธรรมชาติ