ค่าตับสูง เป็นหนึ่งในสัญญาณของตับอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน หรือ โรคตับแข็ง ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือไขมันเกาะตับ ซึ่งมักมาพร้อมกับอาการ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืด ปวดเมื่อยตามร่างกายอยู่บ่อยๆ หรือในบางรายอาจมีภาวะตัวเหลืองหรือตาเหลืองร่วมด้วย แต่หลายคนอาจไม่เคยสังเกตหรือคิดว่าเป็นเพียงอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานเท่านั้น แต่อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคตับโดยที่เราไม่รู้ตัว
ภาวะค่าตับสูง หมายถึง ระดับเอนไซม์ตับในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าค่าปกติ โดยเอนไซม์หลักที่ใช้ประเมินสุขภาพตับ ได้แก่
เมื่อเซลล์ตับได้รับความเสียหายหรือเกิดการอักเสบ เอนไซม์เหล่านี้จะหลุดรั่วออกสู่กระแสเลือด ส่งผลให้ค่าตับในผลตรวจเลือดสูงขึ้น
ในระยะแรกมักไม่มีอาการที่ชัดเจน ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะไขมันเกาะตับหรือค่าตับสูง แต่เมื่อภาวะเริ่มรุนแรงขึ้น อาจมีอาการที่ควรสังเกตดังนี้
การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการค่าตับสูงต้องทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ตับสามารถฟื้นตัวได้ ลดความเสี่ยงไขมันเกาะตับ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน
อาหารที่มีประโยชน์ต่อตับเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับและยังส่งผลดีต่อการลดไขมันเกาะตับ รวมถึงการควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพโดยรวมได้ดี โดยแนะนำให้รับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ
1. ผักใบเขียวและผลไม้สีเข้ม เช่น บรอกโคลี ผักโขม ผักคะน้า มะเขือเทศ พริกหวาน แครอท รวมถึงผลไม้อย่างบลูเบอร์รี่ องุ่นแดง แอปเปิล ส้มโอ ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน C และ E ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยปกป้องเซลล์ตับจากการอักเสบได้
2. อาหารที่มีไขมันดี หรือโอเมก้า-3 และ 6 เช่น ปลาทะเล อะโวคาโด เมล็ดธัญพืช หรือน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสที่อุดมไปด้วยสาร GLA หรือกรดแกมมา-ไลโนเลนิก (Gamma-Linolenic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 6 ชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ มีประโยชน์ในการลดการอักเสบ รวมถึงช่วยลดการสะสมของไขมันสะสมในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะไขมันเกาะตับ
3. โปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นมถั่วเหลือง ที่นอกจากเป็นโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายแล้วยังมีกรดอะมิโนจำเป็นอย่าง แอล-เมไธโอนีน (L-Methionine) ที่เป็นส่วนสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมถึงมีประโยชน์ต่อตับในการจับกับโลหะหนักที่เป็นพิษและยังช่วยลดผลข้างเคียงจากยาบางชนิดได้
4. ธัญพืชเต็มเมล็ดและคาร์โบไฮเดรตที่ดี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวโอ๊ต ควินัว โดยอาหารกลุ่มนี้มีใยอาหาร (Fiber) สูง ซึ่งช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ จึงมีส่วนช่วยลดการสะสมของไขมันในตับได้
5. อาหารที่มีเลซิตินสูง สารอาหารธรรมชาติที่เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ตับ พบมากใน ไข่ ตับ ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน บริเวอร์ยีสต์ ช่วยให้ตับเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยป้องกันตับถูกทำลายได้อีกด้วย อ่านต่อ : ประโยชน์ของเลซิติน
6. วิตามินบำรุงตับโดยเฉพาะ วิตามินที่มีส่วนผสมของ สารสกัดจากรากแดนดิไลออน (Dandelion root extract) จะมีคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงของภาวะพังผืดในตับและตับแข็ง รวมถึงช่วยป้องกันความเสียหายของตับที่เกิดจากสารพิษต่างๆ เช่น พาราเซตามอล หรือแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ในวิตามินบำรุงตับยังมีส่วนประกอบของสารอาหารที่ดีต่อตับ เช่น เลซิติน วิตามินบี โคลีน ซิลิเนียม รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระอย่างแอลเมไธโอนีน ที่จะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการรับประทานวิตามินบำรุงตับควรควบคู่ไปกับมื้ออาหารหลัก และปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานหากมี ค่าตับสูง หรือรับประทานยาบางชนิดอยู่เป็นประจำ

หากพบว่ามี ค่าตับสูง สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้ตับทำงานหนักขึ้นหรือก่อให้เกิดการอักเสบได้ง่าย โดยประเภทอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหลัก ๆ ได้แก่
1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลให้ตับจะทำงานหนัก เพื่อเผาผลาญและกำจัดแอลกอฮอล์แอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย แต่กระบวนการนี้จะก่อให้เกิดสารพิษที่ชื่อว่า อะเซทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเซลล์ตับโดยตรง และยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและการสะสมของไขมันในตับ การดื่มในปริมาณที่มากเกิน 20 กรัมต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 40 กรัมต่อวันสำหรับผู้ชายต่อเนื่องกันเกิน 10 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับแข็งอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อมีค่าตับสูงจะช่วยให้ตับได้ฟื้นฟูตัวเองและลดการถูกทำลายจากสารพิษได้อย่างชัดเจน
2. อาหารที่มีน้ำตาลสูงและน้ำอัดลม
อาหารที่มีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะ น้ำตาลฟรุกโตส (Fructose) มักพบในเครื่องดื่มรสหวานและน้ำอัดลม เมื่อบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปตับจะเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินให้เป็นไขมันสะสมในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะ ไขมันพอกตับ แม้ในผู้ที่ไม่มีภาวะอ้วนก็ตาม และยังอาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและหัวใจได้อีกด้วย
3. อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูง
อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เช่น ของทอด เบเกอรี มาการีน ฯลฯ จะเพิ่มระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และก่อให้เกิดการสะสมไขมันในตับมากขึ้น เมื่อมีไขมันสะสมมากเกินไป จะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของค่าตับที่สูงขึ้นและอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งในอนาคต การลดปริมาณการรับประทานอาหารเหล่านี้และหันไปรับประทานไขมันดีจะช่วยลดภาระการทำงานของตับ และยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วย
4. อาหารเค็มจัดและโซเดียมสูง
การรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็มจัดเป็นประจำ รวมถึงการเติมเครื่องปรุงต่างๆ และอาหารโซเดียมสูง เช่น เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป จะทำให้ร่างกายบวมน้ำและอาจส่งผลต่อความดันโลหิต ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมถึงตับด้วย
ดังนั้น การหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้จึงเป็นการช่วยลดภาระการทำงานของตับโดยตรงและช่วยให้ตับมีโอกาสฟื้นตัวจากภาวะอักเสบได้ดีขึ้น
Q1. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตับค่าตับสูง ลดเองได้ไหม/หายได้ไหม?
A1 : เมื่อตรวจเลือดแล้วพบว่า ค่าตับสูง สามารถลดลงและกลับสู่ปกติได้หากได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ในกรณีที่เกิดจาก ไขมันเกาะตับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกาย และการควบคุมน้ำหนัก สามารถทำให้ค่าตับลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 3-6 เดือน
Q2. ไขมันเกาะตับ ไขมันพอกตับ รักษาได้ไหม?
A2 : ภาวะไขมันเกาะตับ หรือไขมันพอกตับ สามารถรักษาและฟื้นฟูสุขภาพตับได้ในระยะที่ยังไม่มีการอักเสบหรือเกิดพังผืดที่ตับ โดยวิธีการรักษาหลักๆ ได้แก่
Q3. ตัวเหลือง ตาเหลือง เป็นโรคอะไร?
A3 : ตัวเหลือง ตาเหลือง โดยทั่วไปแล้วเป็นอาการของโรคดีซ่าน (Jaundice) ซึ่งเกิดจากการสะสมของสารบิลิรูบินในเลือดและเนื้อเยื่อมากเกินปกติ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น
ตับอักเสบจากไวรัส ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ ตับแข็ง นิ่วในถุงน้ำดีหรือท่อน้ำดี หรือสาเหตุจากปัญหาเลือดจาง หากพบว่าผิวและตาเหลืองอย่างเห็นได้ชัด มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร สีปัสสาวะผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการรักษากับแพทย์ทันที
เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
ดูแลสุขภาพ ‘ตับ’ ให้แข็งแรงด้วยสารอาหารที่สำคัญ
เสริมสร้างความแข็งแรงให้ 'ตับ' เพื่อสุขภาพที่ดี
อ่านแล้วรู้ทันที... อะไรคือสารอาหารที่ดีสำหรับตับของคุณ