ค่าตับสูง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร สัญญาณของไขมันเกาะตับ

โรคตับ
ค่าตับสูง สัญญาณของไขมันเกาะตับ

ค่าตับสูง เป็นหนึ่งในสัญญาณของตับอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน หรือ โรคตับแข็ง ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือไขมันเกาะตับ ซึ่งมักมาพร้อมกับอาการ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืด ปวดเมื่อยตามร่างกายอยู่บ่อยๆ หรือในบางรายอาจมีภาวะตัวเหลืองหรือตาเหลืองร่วมด้วย แต่หลายคนอาจไม่เคยสังเกตหรือคิดว่าเป็นเพียงอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานเท่านั้น แต่อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคตับโดยที่เราไม่รู้ตัว

หัวข้อที่น่าสนใจ

    ค่าตับสูง เกิดจากอะไร

    ภาวะค่าตับสูง หมายถึง ระดับเอนไซม์ตับในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าค่าปกติ โดยเอนไซม์หลักที่ใช้ประเมินสุขภาพตับ ได้แก่ 

    • ALT (Alanine Aminotransferase) หรือ SGPT เป็นค่าเอนไซม์ที่พบในตับเป็นหลัก โดยมีค่าปกติ ประมาณ 0–40 U/L
    • AST (Aspartate Aminotransferase) หรือ SGOT ค่าเอนไซม์ที่พบได้ทั้งในตับ หัวใจ กล้ามเนื้อ และสมอง โดยค่าปกติ ประมาณ 0–40 U/L

    เมื่อเซลล์ตับได้รับความเสียหายหรือเกิดการอักเสบ เอนไซม์เหล่านี้จะหลุดรั่วออกสู่กระแสเลือด ส่งผลให้ค่าตับในผลตรวจเลือดสูงขึ้น

    สาเหตุที่ทำให้ค่าตับสูงผิดปกติ

    1. ภาวะไขมันเกาะตับ (Non-alcoholic Fatty Liver Disease) หรือโรคไขมันพอกตับ เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ค่าตับสูงในปัจจุบัน ซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมันในเซลล์ตับมากกว่า 5-10% ของน้ำหนักตับทั้งหมด โดยไขมันที่สะสมส่วนใหญ่ คือ ไตรกลีเซอไรด์ 
    2. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นสารพิษที่ตับต้องขจัดออกจากร่างกาย การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือในปริมาณมากทำให้ตับทำงานหนัก ส่งผลให้เซลล์ตับอักเสบและทำให้มีค่าตับสูงผิดปกติ
    3. พฤติกรรมการรับประทานอาหารไขมันสูง เช่น อาหารรสจัด ของทอด ของหวาน อาหารแปรรูป
    4. โรค NCDs เช่น โรคไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และภาวะดื้ออินซูลิน จะทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับได้ง่ายและนำไปสู่โรคตับแข็งได้
    5. โรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สัมพันธ์โดยตรงกับไขมันเกาะตับและค่าตับที่สูงขึ้น
    6. โรคไวรัสตับอักเสบ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิด B และ C ทำให้ตับอักเสบเรื้อรัง นำไปสู่การทำลายเซลล์ตับและการปล่อยเอนไซม์ตับออกสู่กระแสเลือด
    7. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาลดไขมันในเลือด, ยาปฏิชีวนะบางตัว, หรือแม้แต่ยาแก้ปวดพาราเซตามอลหากใช้เกินขนาด ก็สามารถทำให้ค่าตับสูงขึ้นได้

    ค่าตับสูง มีอาการอย่างไรบ้าง

    ในระยะแรกมักไม่มีอาการที่ชัดเจน ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะไขมันเกาะตับหรือค่าตับสูง แต่เมื่อภาวะเริ่มรุนแรงขึ้น อาจมีอาการที่ควรสังเกตดังนี้

    • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ปวดเมื่อยตามตัว เป็นอาการแรกเริ่มที่พบได้บ่อยในคนที่มีค่าตับสูง เนื่องจากตับทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายแม้จะไม่ได้ออกแรงมาก นอนไม่หลับ หรือนอนแล้วไม่สดชื่น
    • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ โดยเฉพาะกับอาหารมัน อาหารที่มีกลิ่นแรง หรือเนื้อสัตว์ จากความผิดปกติของตับที่ส่งผลต่อระบบการย่อยและการเผาผลาญอาหาร
    • ปวดหรือรู้สึกแน่นบริเวณท้องด้านขวาบน อาจรู้สึกปวดหน่วง แน่นแสบ หรือไม่สบายบริเวณใต้ชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ อาการจะชัดเจนขึ้นหลังรับประทานอาหารมัน อาจเกิดจากการอักเสบหรือขนาดของตับที่ขยายใหญ่ขึ้น
    • ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีอ่อน เนื่องจากบิลิรูบินถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้น ในขณะที่อุจจาระจะมีสีซีดลง
    • คันตามตัว เกิดจากการสะสมของสารที่ควรถูกขจัดออกจากร่างกาย แต่ตับทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่
    • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) เป็นอาการของภาวะตับทำงานบกพร่องอย่างรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยด่วน

    ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อ ค่าตับสูง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

    การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการค่าตับสูงต้องทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ตับสามารถฟื้นตัวได้ ลดความเสี่ยงไขมันเกาะตับ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน

    1. ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การลดน้ำหนักตัวเพียง 3-5% ก็สามารถลดปริมาณไขมันในตับได้แล้ว และการลดน้ำหนัก 7-10% สามารถช่วยลดการอักเสบของตับได้อย่างมีนัยสำคัญ
    2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นและเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมถึงไขมันที่ตับ รวมถึงลดการสะสมไขมันเพิ่มที่ตับ โดยออกกำลังกายให้ได้ประมาณ 150 – 200 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 3-5 วัน เช่น การเดินเร็วอย่างน้อย 30-45 นาที หรือกิจกรรมแอโรบิกอื่น ๆ
    3. ควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง ควรควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยเลือกรับประทานอาหารไขมันต่ำ เพิ่มใยอาหาร นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมถึงรับประทานยาและปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด 
    4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้ รวมถึงนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน และผ่อนคลายความเครียด เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและลดอาการอ่อนเพลียระหว่างวัน
    5. เลิกดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวและลดการสะสมสารพิษในร่างกาย โดยข้อมูลจากสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยระบุว่า การหยุดดื่มจะช่วยให้ตับสามารถกลับมาสู่ภาวะปกติได้ใน 4-6 สัปดาห์

    อาหารที่ควรรับประทานเมื่อค่าตับสูง

    อาหารที่มีประโยชน์ต่อตับเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับและยังส่งผลดีต่อการลดไขมันเกาะตับ รวมถึงการควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพโดยรวมได้ดี โดยแนะนำให้รับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ 

    1. ผักใบเขียวและผลไม้สีเข้ม เช่น บรอกโคลี ผักโขม ผักคะน้า มะเขือเทศ พริกหวาน แครอท รวมถึงผลไม้อย่างบลูเบอร์รี่ องุ่นแดง แอปเปิล ส้มโอ ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน C และ E ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยปกป้องเซลล์ตับจากการอักเสบได้

    2. อาหารที่มีไขมันดี หรือโอเมก้า-3 และ 6 เช่น ปลาทะเล อะโวคาโด เมล็ดธัญพืช หรือน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสที่อุดมไปด้วยสาร GLA หรือกรดแกมมา-ไลโนเลนิก (Gamma-Linolenic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 6 ชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ มีประโยชน์ในการลดการอักเสบ รวมถึงช่วยลดการสะสมของไขมันสะสมในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะไขมันเกาะตับ

    3. โปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นมถั่วเหลือง ที่นอกจากเป็นโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายแล้วยังมีกรดอะมิโนจำเป็นอย่าง แอล-เมไธโอนีน (L-Methionine) ที่เป็นส่วนสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมถึงมีประโยชน์ต่อตับในการจับกับโลหะหนักที่เป็นพิษและยังช่วยลดผลข้างเคียงจากยาบางชนิดได้

    4. ธัญพืชเต็มเมล็ดและคาร์โบไฮเดรตที่ดี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวโอ๊ต ควินัว โดยอาหารกลุ่มนี้มีใยอาหาร (Fiber) สูง ซึ่งช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ จึงมีส่วนช่วยลดการสะสมของไขมันในตับได้

    5. อาหารที่มีเลซิตินสูง สารอาหารธรรมชาติที่เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ตับ พบมากใน ไข่ ตับ ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน บริเวอร์ยีสต์ ช่วยให้ตับเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยป้องกันตับถูกทำลายได้อีกด้วย อ่านต่อ : ประโยชน์ของเลซิติน 

    6. วิตามินบำรุงตับโดยเฉพาะ วิตามินที่มีส่วนผสมของ สารสกัดจากรากแดนดิไลออน (Dandelion root extract) จะมีคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงของภาวะพังผืดในตับและตับแข็ง รวมถึงช่วยป้องกันความเสียหายของตับที่เกิดจากสารพิษต่างๆ เช่น พาราเซตามอล หรือแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ในวิตามินบำรุงตับยังมีส่วนประกอบของสารอาหารที่ดีต่อตับ เช่น เลซิติน วิตามินบี โคลีน ซิลิเนียม รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระอย่างแอลเมไธโอนีน ที่จะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการรับประทานวิตามินบำรุงตับควรควบคู่ไปกับมื้ออาหารหลัก และปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานหากมี ค่าตับสูง หรือรับประทานยาบางชนิดอยู่เป็นประจำ

    อาหารบำรุงตับ เหมาะสำหรับคนที่ ค่าตับสูง

    อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมี ค่าตับสูง 

    หากพบว่ามี ค่าตับสูง สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้ตับทำงานหนักขึ้นหรือก่อให้เกิดการอักเสบได้ง่าย โดยประเภทอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหลัก ๆ ได้แก่

    1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลให้ตับจะทำงานหนัก เพื่อเผาผลาญและกำจัดแอลกอฮอล์แอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย แต่กระบวนการนี้จะก่อให้เกิดสารพิษที่ชื่อว่า อะเซทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเซลล์ตับโดยตรง และยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและการสะสมของไขมันในตับ การดื่มในปริมาณที่มากเกิน 20 กรัมต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 40 กรัมต่อวันสำหรับผู้ชายต่อเนื่องกันเกิน 10 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับแข็งอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อมีค่าตับสูงจะช่วยให้ตับได้ฟื้นฟูตัวเองและลดการถูกทำลายจากสารพิษได้อย่างชัดเจน

    2. อาหารที่มีน้ำตาลสูงและน้ำอัดลม

    อาหารที่มีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะ น้ำตาลฟรุกโตส (Fructose) มักพบในเครื่องดื่มรสหวานและน้ำอัดลม เมื่อบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปตับจะเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินให้เป็นไขมันสะสมในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะ ไขมันพอกตับ แม้ในผู้ที่ไม่มีภาวะอ้วนก็ตาม และยังอาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและหัวใจได้อีกด้วย

    3. อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูง

    อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เช่น ของทอด เบเกอรี มาการีน ฯลฯ จะเพิ่มระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และก่อให้เกิดการสะสมไขมันในตับมากขึ้น เมื่อมีไขมันสะสมมากเกินไป จะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของค่าตับที่สูงขึ้นและอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งในอนาคต การลดปริมาณการรับประทานอาหารเหล่านี้และหันไปรับประทานไขมันดีจะช่วยลดภาระการทำงานของตับ และยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วย

    4. อาหารเค็มจัดและโซเดียมสูง

    การรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็มจัดเป็นประจำ รวมถึงการเติมเครื่องปรุงต่างๆ และอาหารโซเดียมสูง เช่น เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป จะทำให้ร่างกายบวมน้ำและอาจส่งผลต่อความดันโลหิต ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมถึงตับด้วย

    ดังนั้น การหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้จึงเป็นการช่วยลดภาระการทำงานของตับโดยตรงและช่วยให้ตับมีโอกาสฟื้นตัวจากภาวะอักเสบได้ดีขึ้น

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตับ

    Q1. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตับค่าตับสูง ลดเองได้ไหม/หายได้ไหม?

    A1 : เมื่อตรวจเลือดแล้วพบว่า ค่าตับสูง สามารถลดลงและกลับสู่ปกติได้หากได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ในกรณีที่เกิดจาก ไขมันเกาะตับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกาย และการควบคุมน้ำหนัก สามารถทำให้ค่าตับลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 3-6 เดือน

    Q2. ไขมันเกาะตับ ไขมันพอกตับ รักษาได้ไหม?

    A2 : ภาวะไขมันเกาะตับ หรือไขมันพอกตับ สามารถรักษาและฟื้นฟูสุขภาพตับได้ในระยะที่ยังไม่มีการอักเสบหรือเกิดพังผืดที่ตับ โดยวิธีการรักษาหลักๆ ได้แก่

    • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการจัดการความเครียด สามารถลดไขมันในตับได้ 50-90% ภายใน 6-12 เดือน
    • การควบคุมโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็น การควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูงให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • การใช้ยา ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาใช้ยารักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์

    Q3. ตัวเหลือง ตาเหลือง เป็นโรคอะไร?

    A3 : ตัวเหลือง ตาเหลือง โดยทั่วไปแล้วเป็นอาการของโรคดีซ่าน (Jaundice) ซึ่งเกิดจากการสะสมของสารบิลิรูบินในเลือดและเนื้อเยื่อมากเกินปกติ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น 

    ตับอักเสบจากไวรัส  ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ ตับแข็ง นิ่วในถุงน้ำดีหรือท่อน้ำดี หรือสาเหตุจากปัญหาเลือดจาง หากพบว่าผิวและตาเหลืองอย่างเห็นได้ชัด มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร สีปัสสาวะผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการรักษากับแพทย์ทันที 

    อ้างอิง
    1. พนิดา ทองอุทัยศรี. การดำเนินโรคของโรคตับจากแอลกอฮอล์. สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย.https://thasl.org/โรคตับจากแอลกอฮอล์-alcohol-related-liver-disease-arld-หรือ-ald-2/
    2. ไขมันพอกตับ โรคร้ายที่ไม่ควรละเลย.โรงพยาบาลศิคริน. https://www.sikarin.com/health/ไขมันพอกตับ
    3. ค่าตับสูงต้องดูแล เช็คลิสต์สาเหตุที่ส่งผลต่อสุขภาพตับ.โรงพยาบาลบางกอกพัทยา.https://bangkokpattayahospital.com/th/health-articles-th/gastrointestinal-liver-th/caused-of-elevated-liver-enzymes/?srsltid=AfmBOopDsFpO9sLAXO1-0V9R2TEy6GwDGjtkeKq5FTLdVz6-ZrKR7e7f
    4. ค่าตับสูงควรกินอะไร มาหาคำตอบกัน.POBPAD.https://www.pobpad.com/ค่าตับสูงควรกินอะไร-มาห
    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    โรคตับ

    ดูแลสุขภาพ ‘ตับ’ ให้แข็งแรงด้วยสารอาหารที่สำคัญ

    บำรุงตับ

    เสริมสร้างความแข็งแรงให้ 'ตับ' เพื่อสุขภาพที่ดี

    บำรุงตับ

    อ่านแล้วรู้ทันที... อะไรคือสารอาหารที่ดีสำหรับตับของคุณ