อาการความดันสูง เป็นอย่างไร? สัญญาณเตือนและวิธีรับมือเมื่อความดันขึ้น

ทั้งหมด
อาการความดันสูง เป็นอย่างไร วิธีแก้ความดันโลหิตสูง

รู้ทัน อาการความดันสูง เป็นอย่างไร พร้อมวิธีลดความดันโลหิต

Key takeaway / Summary of topic answer

เมื่อร่างกายเผชิญภาวะความดันโลหิตสูง อาจแสดงสัญญาณเตือน เช่น ปวดศีรษะบริเวณท้ายทอย เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว หรือใจสั่น ทั้งนี้ หากพบอาการรุนแรงเฉียบพลัน เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือเจ็บแน่นหน้าอก ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว สำหรับการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ควรจำกัดการบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เลือกรับประทานผักผลไม้ที่อุดมด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ควบคู่กับการออกกำลังกายและการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน ที่สำคัญผู้ป่วยที่รับยาลดความดันโลหิตไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

Table of Contents

    ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงมากกว่า 13 ล้านคน และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ คนจำนวนมากไม่รู้ตัวว่า อาการความดันสูง เป็นอย่างไร เพราะโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เมื่อความดันสูงขึ้นถึงระดับที่ร่างกายรับรู้ได้ มักมีอาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดศีรษะบริเวณท้ายทอย เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว ใจสั่น หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

    สาเหตุโรคความดันโลหิต เกิดจากอะไร?

    ก่อนจะทราบได้ว่า อาการความดันสูง เป็นอย่างไร ควรเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่าภาวะนี้เกิดจากแรงดันเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดงสูงเกินปกติเป็นเวลานาน ซึ่งสาเหตุแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ

    1. ความดันโลหิตสูงชนิดปฐมภูมิ (Primary Hypertension) พบได้ถึง 90-95% เกิดจากปัจจัยร่วมอย่าง พันธุกรรม อายุที่มากขึ้น พฤติกรรมการกินเค็มจัด และความเครียดสะสม
    2. ความดันโลหิตสูงชนิดทุติยภูมิ (Secondary Hypertension) เกิดจากโรคอื่นที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคไต เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
    อาการความดันสูง เป็นอย่างไร แบบไหนเรียกว่าความดันสูง

    ค่าความดันโลหิตปกติอยู่ที่เท่าไหร่?

    ค่าความดันโลหิตประกอบด้วย 2 ค่า ได้แก่

    • ค่าความดันตัวบน (Systolic) คือ แรงดันขณะหัวใจบีบตัว
    • ค่าความดันตัวล่าง (Diastolic)  คือ แรงดันขณะหัวใจคลายตัว

    ตารางระดับความดันโลหิต 

    ระดับความดันตัวบน (mmHg)ความดันตัวล่าง (mmHg)
    ปกติ (Normal)น้อยกว่า 120น้อยกว่า 80
    สูงกว่าปกติเล็กน้อย (Elevated)120–129น้อยกว่า 80
    ความดันสูงระยะที่ 1 (Stage 1)130–13980–89
    ความดันสูงระยะที่ 2 (Stage 2)140 ขึ้นไป90 ขึ้นไป
    วิกฤต / ฉุกเฉิน (Hypertensive Crisis)สูงกว่า 180สูงกว่า 120

    อาการความดันสูง เป็นอย่างไร? จุดสังเกตที่ไม่ควรมองข้าม

    หลายคนอาจไม่รู้ว่า อาการความดันสูง เป็นอย่างไร ? เป็นเพราะเมื่อมีความดันโลหิตสูงในระยะแรกมักไม่มีอาการที่สังเกต ส่วนใหญ่จึงมักพบว่าตนเองมีความดันสูงเมื่อไปตรวจสุขภาพประจำปี แต่หากความดันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนด้วยอาการต่างๆ เช่น 

    • ปวดศีรษะ สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งคือ อาการปวดบริเวณท้ายทอยหรือขมับ โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน อาการนี้เป็นสัญญาณเตือนที่พบบ่อยที่สุดในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากกว่า 160/100 mmHg
    • เวียนศีรษะ หลายคนที่มีภาวะนี้มักพบอาการเดินโครงเครง หรือรู้สึกเหมือนบ้านหมุนร่วมด้วย รู้สึกทรงตัวไม่ได้ โลกหมุน บางรายอาจรู้สึกโคลงเคลงเมื่อลุกขึ้นเร็ว ซึ่งอาจเป็นทั้งอาการของความดันสูงและความดันตก
    • ตาพร่ามัว เนื่องจากความดันสูงส่งผลต่อหลอดเลือดในจอตา ทำให้มองเห็นไม่ชัด ภาพซ้อน หรือ มีแสงวาบในสายตา 
    • ใจสั่น รู้สึกหัวใจเต้นแรงหรือไม่สม่ำเสมอ บางครั้งร่วมกับรู้สึกร้อนวูบวาบที่หน้าอก เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะเมื่อออกแรงหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงาน เป็นสัญญาณว่าหัวใจเริ่มทำงานหนักเกินไป

    อาการความดันสูง ที่ต้องรีบไปพบแพทย์ เป็นอย่างไร?

    • ปวดหัวรุนแรงมากผิดปกติ เหมือนถูกตีที่ท้ายทอย
    • ตาพร่ามาก มองไม่เห็นเฉียบพลัน
    • ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว
    • เบลอ พูดไม่ออก ฟังไม่เข้าใจ
    • เจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปที่แขน คาง หรือหลัง
    • หายใจหอบเหนื่อยอย่างรุนแรง
    • ชักหรือหมดสติ

    สัญญาณเหล่านี้อาจบ่งบอกถึง Hypertensive Emergency ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) หรือไตวายเฉียบพลัน หากพบอาการใดอาการหนึ่งควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที 

    วิธีลดความดันสูง แบบเร่งด่วน

    หากเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เช่น ปวดหัวอย่างรุนแรง หรือใจสั่น ให้หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ทันที การรู้ว่า อาการความดันสูง เป็นอย่างไร จะช่วยให้จัดการกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายหรืออัมพาตก่อนจะถึงมือแพทย์ โดย วิธีลดความดันสูง แบบเร่งด่วน เบื้องต้นทำได้ดังนี้

    1. นั่งพิงพนัก งอเข่าเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการนอนราบ หายใจเข้าช้าๆ 4 วินาที กลั้น 2 วินาที หายใจออกช้าๆ 6 วินาที ทำซ้ำ 5–10 นาที การหายใจแบบนี้ช่วยกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติได้ดี
    2. ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ช่วยลดความหนืดของเลือดชั่วคราว เพราะภาวะขาดน้ำสามารถทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น การดื่มน้ำเปล่า 1–2 แก้วอาจช่วยได้เล็กน้อย
    3. ออกจากสภาพแวดล้อมที่อากาศร้อน เสียงดัง หรือที่ก่อให้เกิดความเครียด 
    4. วัดความดันซ้ำ โดยวัดซ้ำอีกครั้งหลังพัก 5–10 นาที หากยังสูงกว่า 180/120 mmHg หรือมีอาการผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

    วิธีดูแลตนเอง เมื่อเป็นโรคความดันโลหิตสูง 

    เมื่อเริ่มสังเกตพบแล้ว อาการความดันสูง เป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ การเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่การดูแลตนเองควบคู่ไปกับการรักษาก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน นอกจากจะช่วยควบคุมระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ แล้วยังลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนที่อาจตามมา 

    1. ควบคุมการบริโภคโซเดียม (เกลือ)

    องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (ประมาณ 1 ช้อนชา) โดยมีงานวิจัยพบว่าการลดโซเดียมสามารถลดความดันตัวบนได้ 5–6 mmHg

    2. รับประทานยาลดความดัน ตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

    หากพบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงและต้องรับประทานยาลดความดัน ควรรับประทานตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและอย่าหยุดรับประทานยาเอง เพราะการหยุดยาเองส่งผลเสียอย่างรุนแร งซึ่งอาจทำให้ความดันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ส่งผลให้เส้นเลือดในสมองแตกหรือหัวใจวายเฉียบพลันได้ ดังนั้น แม้จะไม่มีอาการแล้วหรือค่าความดันดูปกติอาจเป็นเพราะผลของยา การปรับหรือหยุดยาต้องได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

    3. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

    การออกกำลังกายที่เหมาะสมเปรียบเสมือน “ยาธรรมชาติ” ที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตได้อย่างมีนัยสำคัญ กิจกรรมที่แนะนำ คือ การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือโยคะ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้นและสูบฉีดเลือดได้โดยใช้แรงดันลดลง แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องกลั้นหายใจหรือใช้แรงเบ่งมากๆ เช่น ยกน้ำหนักที่หนักเกินกำลัง เพราะจะทำให้ความดันพุ่งสูงชั่วขณะจนเกิดอันตรายได้

    4. การนอนหลับพักผ่อน

    การนอนหลับที่มีคุณภาพ คือ กระบวนการสำคัญที่ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตตามธรรมชาติ โดยปกติขณะที่เราหลับลึก ความดันโลหิตจะลดลงประมาณ 10-20% (Blood Pressure Dipping) เพื่อให้หัวใจและหลอดเลือดได้พักผ่อนจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน แต่หากมีพฤติกรรมการนอนน้อยหรือนอนหลับไม่สนิท ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) มากขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดหดตัวและใจสั่น ดังนั้น คนที่มีอาการความดันสูงควรให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อวัน 

    5. การปรับโภชนาการ 

    หลายคนที่อยากลดความดันโลหิตสูงด้วยตนเองอาจไม่รู้ว่าควรรับประทานอะไรดี โภชนาการที่แนะนำ คือ DASH Diet (Dietary Approaches to Stop Hypertension) ซึ่งเน้นการรับประทานผักใบเขียว ผลไม้ที่มีโพแทสเซียม ,แมกนีเซียม, แคลเซียมสูง เช่น กล้วย อะโวคาโด และส้ม รวมถึงธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนจากปลาหรือพืชตระกูลถั่ว ควบคู่กับการจำกัดโซเดียมให้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชา โดยการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารตามแนวทางนี้ ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยว่าสามารถลดความดันตัวบนได้ 8–14 mmHg ช่วยให้ระดับความดันโลหิตเสถียรขึ้นในระยะยาว และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้

    สารอาหารสำคัญสำหรับคนเป็นความดันโลหิตสูง 

    คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักขาดสารอาหารที่จำเป็นบางชนิด ซึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารที่มีรสเค็มจัด (โซเดียมสูง) หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางประเภท เช่น ยาขับปัสสาวะที่ทำให้ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุสำคัญ การเสริมสารอาหารเหล่านี้จึงมีประโยชน์ทั้งในเชิงการ ป้องกัน แม้ก่อนที่จะสังเกตได้ว่า อาการความดันสูง เป็นอย่างไร และการประคับประคองอาการความดันสูง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการอักเสบของหลอดเลือดในระยะยาว

    • น้ำมันกระเทียม (Garlic Oil)
      กระเทียมเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ สมุนไพรแก้ความดันสูง ที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน รวมถึงรูปแบบ น้ำมันกระเทียมสกัดที่มีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สูงกว่าการรับประทานกระเทียมสด โดยมีสารสำคัญอย่าง อัลลิซิน (Allicin) ที่ทำงานโดยยับยั้งการสร้างเอนไซม์ Angiotensin-Converting Enzyme (ACE) ตัวการสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดตีบตัน คั่งน้ำ และ ความดันโลหิตพุ่งสูง
      นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าการบริโภคกระเทียมสกัดอย่างสม่ำเสมอ อาจลดความดันโลหิตตัวบน (Systolic) ได้เฉลี่ย 8.3 mmHg และตัวล่าง (Diastolic) 5.5 mmHg ในคนที่มีอาการความดันสูงอยู่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับยาในกลุ่ม ACE Inhibitors บางชนิด แต่ไม่มีรายงานผลข้างเคียงรุนแรง
      อ่านต่อ : ประโยชน์ของ น้ำมันกระเทียม ที่ดีต่อร่างกาย
    • วิตามินอี (Vitamin E)
      วิตามินอีมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมันได้ดี ช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) เกิดการออกซิเดชันจนกลายเป็นหินปูน (Plaque) เกาะผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและเกิดภาวะความดันสูงในที่สุด
    • แร่ธาตุสำคัญ
      แร่ธาตุที่คนเป็นความดันโลหิตสูงมักขาด ได้แก่ โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม โดยเฉพาะคนที่กินเค็มจัด มักได้รับโซเดียมสูงแต่โพแทสเซียมต่ำ ทำให้ไตขับของเสียได้ไม่ดีและความดันจึงยิ่งสูง จึงควรบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล่านี้ เช่น กล้วย มันเทศ อะโวคาโด ผักโขม ถั่วและธัญพืชไม่ขัดสีต่างๆ 

    อาการความดันสูง เป็นอย่างไร กับคำถามที่พบบ่อย 

    Q1 : ถ้าค่าความดันตัวบนปกติ แต่ค่าความดันตัวล่างสูง ถือว่าอันตรายไหม?

    อันตรายเช่นกัน ค่าตัวล่างที่สูงบ่งบอกถึงแรงดันในหลอดเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว หากสูงเกิน 90 mmHg แสดงว่าหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นต่ำและมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ ไม่ต่างจากค่าตัวบนที่สูง

    Q2 : ความดันสูงเท่าไหร่อันตราย?

    หากความดันตัวบนสูงกว่า 180 mmHg หรือ ตัวล่างสูงกว่า 120 mmHg ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ควรไปโรงพยาบาลทันที

    Q3 : อาการความดันสูง หายเองได้ไหม?

    อาการความดันสูงหายเองได้ หากเกิดจากสาเหตุ เช่น เนื้องอกบางชนิด หรือโรคไต เมื่อรักษาโรคต้นเหตุนั้นจนหาย ความดันโลหิตก็มีโอกาสกลับมาเป็นปกติได้ แต่หากเป็นความดันโลหิตสูงชนิดปฐมภูมิ ซึ่งเป็นชนิดที่พบในคนส่วนใหญ่ (90-95%) จะ ไม่สามารถหายขาดได้เอง แต่สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับปกติได้

    Q4 : ยาลดความดันโลหิตสูง กินตอนไหน?

    การกินยาความดันตอนเช้าหรือตอนเย็น ให้ผลการควบคุมความดันใกล้เคียงกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กินยาในเวลาเดิมทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดยาเองแม้ความดันจะดูปกติแล้ว และควรปรึกษาแพทย์หากต้องการปรับเวลาการกินยา

    อ้างอิง
    1. โรงพยาบาลกรุงเทพ. DASH DIET กินต้านโรคหัวใจ ลดความดันให้อยู่หมัด. Bangkok Hospital Website. https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok-heart/content/dash-diet-healthy-eating-to-control-blood-pressure.
    2. World Health Organization (WHO). Hypertension. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension
    3. American Heart Association (AHA). Understanding blood pressure readings. https://www.heart.org/en/health-topics/high-blood-pressure/understanding-blood-pressure-readings
    4. Ried K, Frank OR, Stocks NP. Effect of garlic on blood pressure: a systematic review and meta-analysis. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2442048/
    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ไขมันในเลือดสูง

    5 วิธีลดไขมันในเลือดที่ดีที่สุด

    ไขมันในเลือดสูง

    ข้อควรระวังของการกินยาลดไขมันในเลือด

    ไขมันในเลือดสูง

    Krill Oil (คริลล์ออย) ตัวช่วยลดภาวะไขมันในเลือดสูง