โดยปกติแล้วคนเราจะมีช่วงเวลาทองที่จะเพิ่มส่วนสูงได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และจะหยุดสูงเมื่อเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนหยุดการเจริญเติบโต โดยผู้หญิงจะหยุดสูงที่อายุประมาณ 14–16 ปี และผู้ชายประมาณ 16–18 ปี แต่ในบางคนอาจสูงได้ถึงอายุ 18–21 ปี หากต้องการเพิ่มส่วนสูงจึงควรให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างกระดูกในช่วงนี้ ซึ่ง วิธีเพิ่มความสูง ที่ยั่งยืนจะต้องอาศัยทั้งการนอนหลับ การออกกำลังกาย และการได้รับแคลเซียมอย่างเหมาะสม
จากการศึกษาพบว่า ความสูงของมนุษย์ถูกกำหนดโดย พันธุกรรมประมาณ 60–80% ส่วนที่เหลือ 20–40% เป็นปัจจัยด้านอื่นที่เราสามารถควบคุมได้ และ เป็น วิธีเพิ่มความสูง ที่มีประสิทธิภาพได้แก่
เนื้อเยื่อกระดูกอ่อน (Growth Plate หรือ Epiphyseal Plate) คือ แผ่นกระดูกอ่อนบริเวณปลายกระดูกยาว ซึ่งเป็นบริเวณที่กระดูกยังคงเจริญเติบโตได้ ทำหน้าที่หลักในการเจริญเติบโตของกระดูกในแนวยาว โดยเซลล์กระดูกอ่อน (Chondrocyte) จะมีการแบ่งตัวอย่างต่อเนื่องและค่อยๆ กลายเป็นเนื้อกระดูกแข็ง ทำให้ร่างกายมีความสูงเพิ่มขึ้น โดยเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนจะปิดการเจริญเติบโตเมื่ออายุประมาณ 14–16 ปี (ผู้หญิง) และ ประมาณ 16–18 ปี (ผู้ชาย) จึงทำให้ส่วนสูงไม่เพิ่มขึ้นหลังจากนี้ ดังนั้น วิธีเพิ่มความสูงที่ดีที่สุด คือ ช่วงอายุก่อนที่เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนจะหยุดการเจริญเติบโต
ในกระบวนการเพิ่มความสูง ฮอร์โมนในร่างกายจะทำหน้าที่กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์กระดูกและควบคุมความเร็วในการเจริญเติบโต หากระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการหลั่งน้อยเกินไปหรือหลั่งผิดเวลา ก็อาจส่งผลให้การเพิ่มความสูงหยุดชะงักได้ โดยมี 3 ฮอร์โมนหลักที่ทำงานประสานกัน ดังนี้
สารอาหารและแร่ธาตุ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสูง ซึ่งร่างกายจะใช้เป็นแหล่งพลังงานและสร้างเซลล์กระดูกใหม่ ได้แก่
นอกเหนือจากอาหาร พฤติกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมและการนอนหลับที่มีคุณภาพก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความสูงเช่นกัน
วิธีเพิ่มความสูง ให้ได้เฉลี่ย 6 – 12 เซนติเมตรต่อปี คือ การดูแลโภชนาการ การนอนหลับ และการออกกำลังกายในช่วงวัยเจริญเติบโต หรือ 14–16 ปี (ในผู้หญิง) และ 16–18 ปี (ในผู้ชาย) รวมถึงอาจเร่งให้สูงได้อีก 1-3 เซนติเมตรได้ แม้เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนปลายที่อัตราการเจริญเติบโตเริ่มช้าลง
การเพิ่มความสูงสำหรับผู้ชายและผู้หญิงนั้น มีหลักการเหมือนกัน แต่ช่วงเวลาจะแตกต่างกัน โดยผู้หญิงจะมีช่วง Growth Spurt เร็วกว่าผู้ชายประมาณ 2 ปี
ผู้หญิงมีเวลาทองในการเพิ่มความสูงในช่วง อายุ 10–16 ปี วิธีเพิ่มความสูง ที่ควรทำในช่วงนี้ คือ การนอนหลับให้ครบ 8-9 ชั่วโมงและได้รับแคลเซียมในปริมาณ 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน รวมถึงการออกกำลังกายแบบ Weight-bearing เช่น วิ่ง เต้น กระโดดเชือก จะช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูกได้ดี
ผู้ชายมี Growth Spurt ที่ความสูงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 12–16 ปีอย่างเห็นได้ชัด และอาจเติบโตต่อเนื่องได้ถึง 18–21 ปี วิธีเพิ่มความสูงในช่วงนี้ คือ การได้รับโปรตีน 1.0–1.4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และเน้นการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน รวมถึงหลีกเลี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์ และสเตียรอยด์ เพราะส่งผลให้ระดับของโกรทฮอร์โมนลดลงและส่งผลต่อความสูง
นอกจากนี้ วิธีเพิ่มความสูงสำหรับวัยผู้ใหญ่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่อายุ 20 ปีขึ้นไป แม้ร่างกายจะหยุดสูงตามธรรมชาติ แต่หลายคนที่ดูเตี้ยกว่าความเป็นจริงมักมีสาเหตุมาจากกระดูกสันหลังค่อม หรือกล้ามเนื้อที่ตึงรั้งจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การยืดเหยียดและการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ร่างกายตั้งตรงได้เต็มที่ ซึ่งอาจเพิ่มความสูงที่มองเห็นได้จริง 1–3 เซนติเมตร อีกทั้งยังช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูกที่อาจนำไปสู่กระดูกพรุนในระยะยาวได้อีกด้วย
การนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นวิธีเพิ่มความสูงที่มีประสิทธิภาพมาก โดยโกรทฮอร์โมนจะหลั่งสูงสุดในช่วงที่หลับลึกประมาณ 70–80% โดยจำนวนชั่วโมงการนอนที่เหมาะสมจะแบ่งตามอายุได้ ดังนี้
การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ความสูงเพิ่มขึ้นได้ โดยวิธีเพิ่มความสูงด้วยการออกกำลังกาย จะต้องอาศัยแรงกระแทกเพื่อให้เซลล์กระดูกอ่อนเร่งอัตราการแบ่งตัว และดึงแร่ธาตุแคลเซียมมาสะสมเพื่อเปลี่ยนให้เป็นกระดูกแข็งเร็วขึ้น รวมถึงการออกกำลังกายแบบยืดเหยียดจะสร้างแรงตึงที่เนื้อเยื่อรอบๆ กระดูก และกระตุ้นการไหลเวียนของของเหลวในกระดูก ส่งผลให้กระดูกเจริญเติบโตได้เต็มประสิทธิภาพ โดยการออกกำลังกายที่นิยม ได้แก่
นอกจากการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นประจำแล้ว การได้รับสารอาหารที่มีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของร่างกายจะช่วยให้กระบวนการสร้างกระดูกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
แคลเซียม เป็นแร่ธาตุหลักในโครงสร้างกระดูก โดยประมาณ 99% ของแคลเซียมในร่างกายสะสมอยู่ในกระดูกและฟัน การได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอโดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นจะช่วยให้กระดูกยาวเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพและสร้างมวลกระดูกสูงสุด (Peak Bone Mass) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสูงสูงสุดที่ร่างกายจะสามารถไปถึงได้ โดยวิธีรับประทานแคลเซียมให้ได้ประโยชน์มากที่สุดจะต้องรับประทานให้ได้ปริมาณที่เพียงพอ แหล่งแคลเซียมที่มีคุณภาพ และวิตามินที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
ปรึกษาเภสัชกรเกี่ยวกับการรับประทานแคลเซียมเพิ่มความสูง ฟรี
จริง แต่เฉพาะในช่วงที่ยังไม่หยุดสูง โดยแคลเซียมจะช่วยให้กระดูกยาวเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพ แต่หลังจากหยุดสูงแล้วแคลเซียมจะช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกมากกว่าการเพิ่มความสูงใหม่และป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนในอนาคต ดังนั้นได้รับแคลเซียมที่เพียงพอจึงสำคัญในทุกช่วงวัย
จริง มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่าโกรทฮอร์โมนจะหลั่งสูงสุดในช่วงหลับลึกที่มักเกิดขึ้นใน 2–3 ชั่วโมงแรกของการนอน การนอนดึกเรื้อรังหรือนอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมงในวัยรุ่นจะทำให้โกรทฮอร์โมนหลั่งน้อยลงและส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตในระยะยาว
ยาแคลเซียมดูดซึมได้ดีที่สุดเมื่อกินพร้อมหรือหลังอาหาร โดยเฉพาะมื้อที่มีไขมัน ซึ่งจะช่วยดูดซึมวิตามินดีที่ละลายในไขมัน แต่ไม่ควรกินพร้อมแร่ธาตุเหล็กหรือสังกะสีเพราะอาจขัดขวางการดูดซึมดูดซึมซึ่งกันและกัน
การยาแคลเซียมหรือแคลเซียมชนิดเม็ด แนะนำให้แบ่งกินครั้งละ 600-800 มิลลิกรัม ร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่ารับประทานปริมาณมากในครั้งเดียว
เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
ข้อกระดูกเสื่อมหรือไม่ เช็คอาการได้ด้วยตนเอง
เพิ่มความแข็งแรงให้ข้อเข่า ด้วย “ไฮโดรไลเซต คอลลาเจน ”