รู้ทัน ค่าตัวเลขความดันโลหิต แบบไหนปกติ แบบไหนเสี่ยง?

อ่านค่าตัวเลข ระดับความดันโลหิต

ความดันโลหิต (Blood Pressure) คือ แรงดันที่เลือดออกแรงต่อผนังหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย การรู้ ระดับความดันโลหิต ของตนเองถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และโรคไตเรื้อรัง ได้อย่างชัดเจน

การอ่านค่า ระดับความดันโลหิต

โดยทั่วไปแล้วการอ่านค่าความดันโลหิตมี 2 ค่า คือ

  1. ค่าระดับความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) หมายถึง ความดันเมื่อหัวใจบีบตัวเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  2. ค่าระดับความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) หมายถึง ความดันเมื่อหัวใจคลายตัวพักระหว่างการเต้นเพื่อรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ

ระดับความดันโลหิต แบบไหนปกติและแบบไหนเสี่ยง?

การอ่านค่าตัวเลขบนเครื่องวัดความดันโลหิต แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

1. ความดันโลหิตระดับปกติ (Normal)

ระดับความดันโลหิตที่เหมาะสม บ่งบอกถึงการไหลเวียนเลือดที่ดี และมีความเสี่ยงต่ำต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด จึงควรคงพฤติกรรมสุขภาพที่ดีนี้ไว้

  • ค่าความดันตัวบน: น้อยกว่า 120 มิลลิเมตรปรอท (mmHg)
  • ค่าความดันตัวล่าง: น้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท (mmHg)

คำแนะนำ : รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคงความดันโลหิตในระดับนี้ให้นานที่สุด

อ่านต่อ : เทคนิค ลดความดันโลหิต แบบไม่ต้องพึ่งยา

2. ความดันโลหิตระดับสูงเล็กน้อย (Elevated)

ยังไม่ถือว่าเป็นความดันโลหิตสูง แต่เริ่มมีสัญญาณเตือน แต่เสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นความดันโลหิตสูงในอนาคตและเป็นสัญญาณว่าต้องการการดูแลมากขึ้น

  • ค่าความดันตัวบน: ระหว่าง 120-129 มิลลิเมตรปรอท (mmHg)
  • ค่าความดันตัวล่าง: น้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท (mmHg)

คำแนะนำ : ควรเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดอาหารรสเค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ความดันโลหิตสูงขึ้นไปอีก

3. ความดันโลหิตระดับสูงระยะที่ 1 (Hypertension Stage 1)

ค่านี้บ่งบอกว่ากำลังเข้าสู่ภาวะความดันโลหิตสูงและมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนทั่วไป อาจเริ่มมีอาการความดันโลหิตสูง เช่น ปวดหัว เวียนหัว ซึ่งต้องเริ่มปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างจริงจังและปรึกษาแพทย์

  • ค่าความดันตัวบน: ระหว่าง 130-139 มิลลิเมตรปรอท (mmHg)
  • ค่าความดันตัวล่าง: ระหว่าง 80-89 มิลลิเมตรปรอท (mmHg)

คำแนะนำ : ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพความดันโลหิตทุก 3–6 เดือน

4. ความดันโลหิตระดับสูงระยะที่ 2 (Hypertension Stage 2)

มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อมเพิ่มขึ้น อาจมีอาการปวดหัว เวียนหัว หายใจขัด เหนื่อยง่าย

  • ค่าความดันตัวบน: ตั้งแต่ 140 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ขึ้นไป
  • ค่าความดันตัวล่าง: ตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ขึ้นไป

คำแนะนำ: ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและรับการรักษา อาจต้องใช้ยาลดความดันควบคู่กับการปรับพฤติกรรม

5. ความดันโลหิตสูงระดับวิกฤติ (Hypertensive Crisis)

เป็นระดับความดันโลหิตสูงที่เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และอันตรายถึงชีวิต อาจมีอาการปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เห็นภาพไม่ชัด มีความเสี่ยงสูงมากที่อาจทำให้เกิดหลอดเลือดสมองแตก (Stroke) และเสี่ยงต่อหัวใจวายเฉียบพลัน

  • ค่าความดันตัวบน: ตั้งแต่ 180 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ขึ้นไป
  • ค่าความดันตัวล่าง: ตั้งแต่ 120 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ขึ้นไป

คำแนะนำ: ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ หรือหากมีอาการให้รีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

ความดันโลหิตเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่สำคัญ การรู้ระดับความดันโลหิตของตนเองและเข้าใจความหมายของแต่ละระดับจะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและการรักษาสุขภาพที่ถูกต้องจะสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ อ่านการวัดที่ถูกต้องได้ ที่นี่

อ้างอิง
  1. American Heart Association (AHA): https://www.heart.org
  2. Thai Hypertension Society: แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคความดันโลหิตสูงในประเทศไทย
  3. Mayo Clinic: https://www.mayoclinic.org
  4. ฐานข้อมูลวิตามิน และสารอาหาร MEGA We care
อัลบั้มภาพ

ข่าวสุขภาพอื่นๆ

มารู้จักกลุ่มโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) และวิธีป้องกันง่ายๆ

รู้ให้ละเอียดยิ่งขึั้นกับเชื้อโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

วิตามินซี และฟ้าทะลายโจร2 สิ่งสำคัญของผู้ติดเชื้อ เมื่อต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้าน